Cover Image

"ทนายอั๋น" ร้อง ผบก.ป.ทบทวนคำสั่งไม่รับคดี GPS ติดในรถยนต์คุกคามชีวิต!

  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. ข่าวอาชญากรรม 

"ทนายอั๋น" ร้อง ผบก.ป.ทบทวนคำสั่งไม่รับคดี GPS ติดในรถยนต์คุกคามชีวิต!

เผยแพร่: 26 ต.ค. 2569 12:39   ปรับปรุง: 26 ต.ค. 2569 13:13   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ยื่นหนังสือถึงผู้การฯกองปราบขอทบทวนคำสั่งไม่รับแจ้งความคดีพบ GPS ในรถยนต์คุกคามชีวิต ตั้งคำถามยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนอยู่หรือไม่ ?

วันนี้ (26 ต.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่งของ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.3 บก.ป.) กรณีไม่รับพิจารณาคดีที่ตนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของซิมโทรศัพท์ที่ใช้กับอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS ซึ่งตรวจพบในรถยนต์ของตนก่อนหน้านี้

ทนายอั๋นระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เชื่อว่ามีการติดตามและคุกคามความปลอดภัยของตน กระทั่งตรวจพบอุปกรณ์ GPS ในรถยนต์ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้รับหนังสือแจ้งผลการดำเนินการ เลขที่ 0026.23/3957 ลงวันที่ 22 ตุลาคม โดยระบุว่าทางกองปราบปรามไม่รับคดีไว้ดำเนินการ เนื่องจากเห็นว่าคดีไม่มีความซับซ้อนยุ่งยาก จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะรับไว้เป็นคดี ซึ่งตนมีความเห็นว่า ผลการพิจารณาตามหนังสือดังกล่าวยังมีข้อคลาดเคลื่อนทั้งในด้านข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหลายประการ จึงเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ทบทวนความเห็นดังกล่าว

"ผมเผชิญเหตุที่มองว่าเป็นการคุกคามร้ายแรงถึงขั้นหมายปองเอาชีวิต แต่กลับได้รับแจ้งว่ากองปราบปรามไม่รับพิจารณาคดี เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความซับซ้อนยุ่งยากให้ตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุดำเนินคดีไป ผมเพิ่งหนีเสือป่าจระเข้นะครับผมหนีร้อนมาเพิ่งเย็น” ทนายอั๋นกล่าว

ทนายอั๋น อธิบายว่า สาเหตุที่ตนเลือกนำเรื่องมายื่นต่อกองปราบปราม เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่เกิดเหตุไม่อนุญาตให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามที่ร้องขอ จึงเกิดคำถามถึงความเหมาะสมในการส่งเรื่องกลับไปยังหน่วยงานในพื้นที่เดิม ทั้งที่ตนต้องการให้กองปราบมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน

“กองปราบเปลี่ยนไปแล้วหรือ กองปราบมีหน้าที่อะไร เขาตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลคดีพิเศษแบบนี้ คดีที่มีอิทธิพลในท้องถิ่น คดีที่มีความยุ่งยากในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีผู้ชำนาญเป็นกรณีพิเศษ ปัจจุบันยังเป็นที่พึ่งของประชาชนอยู่อีกหรือไม่? ” ทนายอั๋นกล่าว

ทนายอั๋น กล่าวด้วยว่า หากผู้บังคับการกองปราบปรามมีความเห็นไม่รับดำเนินคดี ตนจะนำเรื่องเสนอผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่เห็นชอบ ก็จะยื่นเรื่องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยยืนยันว่าตนเป็นผู้เสียหายโดยตรงและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน

ทนายอั๋นยังกล่าวถึง นางสาวสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
โดยตั้งคำถามถึงบทบาทในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้เข้ามาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและการพิสูจน์ทราบอุปกรณ์ GPS รวมถึงซิมโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการและมีวัตถุประสงค์อย่างไร

ทนายอั๋นกล่าวว่า ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ร้องต้องดำเนินการติดตามเรื่องด้วยตนเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกลับยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการตามที่ตนต้องการอย่างชัดเจน

“วันนี้ผมมาร้องที่กองปราบ มีซิม มีรายชื่อ กองปราบทำไมไม่ร่วมหาข้อเท็จจริงกับผม ทำไมครับ ทำไมคุณสุขสมรวยไม่มาร่วมหาความจริงกับผม” ทนายอั๋นกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่าหากมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่อาจช่วยตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยได้ เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการตรวจสอบร่วมกันอย่างจริงจัง และในวันถัดไปตนมีแผนจะเดินทางไปพบ นางสุขสมรวย เพื่อเรียกร้องให้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย

Back To Top