Cover Image

Google เปิดตัวโมเดล AI เรือธง "Gemini 4 Argon" สู่มือนักพัฒนา-ภาคธุรกิจทั่วโลก เร่งทวงความได้เปรียบจาก OpenAI-Anthropic : อินโฟเควสท์

กูเกิล (Google) บริษัทในเครืออัลฟาเบท (Alphabet) ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรือธงรุ่นล่าสุด “Gemini 4 Argon” ให้แก่นักพัฒนาและภาคธุรกิจทั่วโลกได้ใช้งานเมื่อวันอังคาร (13 ต.ค.) เพื่อเร่งตีตื้นและทวงคืนความได้เปรียบจากคู่แข่งคนสำคัญอย่างโอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโทรปิก (Anthropic) หลังประสบปัญหาความล่าช้ามานานหลายเดือน และเพิ่งเผชิญคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับผู้บริหารของห้องปฏิบัติการวิจัยดีปมายด์ (DeepMind)

กูเกิลระบุว่า โมเดลใหม่นี้มีจุดเด่นด้านการทำงานเชิงลึก (Deep work) ในภารกิจที่มีความซับซ้อนและมีกระบวนการหลายขั้นตอนต่อเนื่อง ทั้งการเขียนโค้ด งานวิเคราะห์การเงิน งานกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ราคาค่าบริการ API ในช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านอินพุตโทเค็น (Input tokens) และ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านเอาต์พุตโทเค็น (Output tokens) โดยมีกำหนดปรับราคาขึ้นเป็นสองเท่าหลังวันที่ 30 พ.ย. นี้

การเปิดตัวครั้งนี้มีขึ้นหลังกูเกิลต้องเผชิญกับช่วงเวลาลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในการพัฒนา AI โดยเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศพับแผนการเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้เดิมที ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จะเคยระบุไว้ว่ามีกำหนดเปิดตัวตั้งแต่เดือนมิ.ย. ก็ตาม

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ยกเครื่องโครงสร้างภายในห้องปฏิบัติการวิจัยกูเกิล ดีปมายด์ ครั้งใหญ่ หลังจากที่ เดมิส ฮัสซาบิส ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ อีกทั้งยังมีแกนนำในทีมพัฒนาโมเดล Gemini ทยอยลาออกจากบริษัทไปหลายราย

ในส่วนของการให้บริการ โมเดล Argon พร้อมเปิดให้ลูกค้ากลุ่มที่ชำระเงินเข้าใช้งานผ่านเครื่องมือสร้างแอปพลิเคชัน AI ของกูเกิล ขณะที่สมาชิกแพ็กเกจ Google AI Pro และ Ultra สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชัน Gemini และฟีเจอร์ AI Mode บนระบบค้นหา (Search) ส่วนเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดตัวใหม่อย่าง “Antigravity” นั้น จะจำกัดสิทธิ์เฉพาะสมาชิกระดับ Ultra เท่านั้น

กูเกิลเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทีมพัฒนาที่นำโมเดล Argon ไปประยุกต์ใช้บน Antigravity ส่งโค้ดที่สร้างโดยเอเจนต์ AI เพิ่มขึ้นกว่า 35% ขณะเดียวกันยังช่วยลดการย้อนกลับเวอร์ชันโค้ด (Code rollbacks) ลงได้เกือบหนึ่งในสาม

สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เข้าร่วมทดสอบใช้งานโมเดลดังกล่าวในช่วงแรก ได้แก่ ดีลอยท์ (Deloitte), เล็กซิสเน็กซิส (LexisNexis), แอมเบียนซ์ เฮลธ์แคร์ (Ambience Healthcare) และไอโซมอร์ฟิก แล็บส์ (Isomorphic Labs)

ขณะเดียวกัน กูเกิลเผยว่าจะขยายโครงการ “Fairwind Program” ไปยังพันธมิตรเพิ่มเติมอีกหลายร้อยราย ซึ่งโครงการนี้จะเปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ที่ผ่านการคัดกรอง สามารถเข้าถึงโมเดล Argon เวอร์ชันที่ปลดระบบป้องกันความปลอดภัยออกได้ หลังจากที่ในเดือนก.ย. กูเกิลระบุว่าได้เริ่มส่งมอบโมเดลเวอร์ชันพิเศษดังกล่าวให้แก่พันธมิตรด้านความปลอดภัยไซเบอร์เฉพาะบางรายเท่านั้น

นอกจากนี้ กูเกิลยังประกาศมอบสิทธิ์ให้นักวิทยาศาสตร์จำนวน 10,000 คน ใช้งานเครื่องมือ Antigravity ในระดับสูงสุดได้ฟรี เป็นเวลานาน 6 เดือนอีกด้วย

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

Back To Top