Cover Image

ถอดยุทธศาสตร์ “สยามพิวรรธน์” ปักหมุดไทยสู่ Global Luxury Destination ผ่านงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ที่แบรนด์ระดับโลกเชื่อมั่น - Marketeer Online


การเติบโตของตลาดลักชัวรีไทย ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดสำคัญในสายตาของแบรนด์ระดับโลก ทั้งจากศักยภาพด้านกำลังซื้อ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ไทยเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงตลาดบริโภค สู่การเป็นจุดหมายหลักของคอมมูนิตี้และบิ๊กอีเวนต์ระดับนานาชาติ

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ มีชื่อของ “สยามพิวรรธน์” เป็นผู้ขับเคลื่อนกลไกสำคัญ

ด้วยการครองส่วนแบ่งในตลาด Luxury Retail ของประเทศไทยมากกว่า 70% สยามพิวรรธน์ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ระดับโลกให้เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักในการลงทุนและปักหมุดเปิดสาขาแรก ที่ศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์ ทั้งสยามพารากอน และไอคอนสยาม รวมทั้งการสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตของแบรนด์ ผ่านการเชื่อมโยงผู้คน คอมมูนิตี้ และประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสเข้าไว้ด้วยกัน

วิธีคิดนี้ทำให้สยามพิวรรธน์ก้าวข้ามการเป็นผู้พัฒนาศูนย์การค้า สู่การเป็นผู้สร้าง Global Luxury Destination ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประเทศไทยบนเวทีโลก

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังสร้างปรากฏการณ์ให้วงการนาฬิกาลักชัวรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดงานครั้งแรกในปี 2568 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแบรนด์ระดับโลก นักสะสม และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลา ช่วยผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น “ศูนย์กลางวัฒนธรรมนาฬิกา” ในภูมิภาค

แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกมองหา “จุดหมายปลายทางแห่งใหม่”

ในอดีต การวัดความสำเร็จของธุรกิจ Luxury Retail อาจดูเพียงแค่จำนวนแบรนด์ดังในพอร์ตโฟลิโอ หรือการมีพื้นที่ร้านค้าในทำเลทอง ทว่าในปัจจุบันการแข่งขันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แบรนด์ระดับโลกมองหาพันธมิตรผู้พัฒนาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดีไซน์ประสบการณ์และสร้างคอมมูนิตี้ระดับบน เพื่อหลอมรวมกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ในระยะยาว

หากวิเคราะห์เมืองชั้นนำของโลกอย่าง ปารีส มิลาน หรือดูไบ จะพบว่าความสำเร็จในการเป็นหมุดหมายลักชัวรี เกิดจากการใช้บิ๊กอีเวนต์ระดับโลก งานศิลปะ และการจัดการทางวัฒนธรรม มาเป็นเครื่องมือทรงอิทธิพลในการสร้างความต่าง และยกระดับเมืองให้มีสถานะเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก

สยามพิวรรธน์เดินอยู่บนกลยุทธ์ระดับสากลนี้อย่างชัดเจน ผ่านการทรานส์ฟอร์มตัวเองสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้คน แบรนด์ชั้นนำ และวัฒนธรรมเฉพาะตัวเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ การขับเคลื่อนผ่านหลากหลายมิติ ทั้งแฟชั่น ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นสูง เป็นการสร้าง New Value Proposition ที่ทำให้กลุ่มนักสะสมและนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักที่พวกเขาตั้งใจเดินทางมาเยือนในทุก ๆ ปี

Shopping Destination สู่ Cultural Destination

ดีเอ็นเอหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของสยามพิวรรธน์ คือการนิยามบทบาทของธุรกิจรีเทลให้กว้างกว่าการเป็นเพียงพื้นที่ค้าปลีก โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Experience) ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง และมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างลึกซึ้ง

แนวคิดนี้ส่งผลให้เกิดการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคในระยะยาว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนแบบ Transactional ไปสู่การสร้างความผูกพันเชิงอารมณ์และวัฒนธรรมในระดับ Relational อย่างแท้จริง

ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน

การขยายมิติจาก Shopping Destination ไปสู่ Cultural Destination ช่วยให้พื้นที่ค้าปลีกแปรสภาพเป็นเสมือนศูนย์กลางทางปัญญาและศิลปะ แบรนด์ลักชัวรีสามารถใช้พื้นที่นี้ในการเล่าเรื่องราวมรดกทางวัฒนธรรม (Heritage) นวัตกรรม และงานฝีมือชั้นสูง ควบคู่ไปกับการจัดแสดงสินค้า ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคระดับบนจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมจำเพาะ เช่น เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับสากล นิทรรศการชิ้นงานประเมินค่าไม่ได้ หรือเวิร์กชอปจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางลักชัวรีโลกที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ร่วมและการเติบโตไปพร้อมกับคอมมูนิตี้ ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคระดับบนมุ่งเน้นการแสวงหาคุณค่าและเรื่องราวเบื้องหลังชิ้นงาน พื้นที่รีเทลที่ทำหน้าที่เป็นผู้เล่าเรื่องราวและเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงกลุ่มผู้หลงใหลในสิ่งเดียวกัน จึงมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันและพร้อมที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของเกมธุรกิจค้าปลีกลักชัวรียุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

Siam Paragon Bangkok Watch Week
ความสำเร็จของ Global Luxury Destination

การจัดงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week คือหนึ่งในเครื่องพิสูจน์ผลลัพธ์เชิงยุทธศาสตร์ของสยามพิวรรธน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ผ่านมาตรวัดทางธุรกิจ

ความสำเร็จจากการปักหมุดจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2025 สะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสามารถสร้างอัตราเติบโตของยอดขายนาฬิกาลักชัวรีในช่วงเวลาการจัดงานสูงถึง 92% พร้อมดึงดูดกลุ่มเป้าหมายระดับบนและผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน

ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วยกลุ่มนักสะสมนาฬิการะดับนานาชาติที่ตั้งใจบินตรงมาร่วมงานมากกว่า 200 คน ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าการรับรู้ (Media Impression) ผ่านช่องทางต่างๆ สูงกว่า 300 ล้านครั้ง ตัวเลขความสำเร็จเหล่านี้ส่งผลให้เวทีนี้ได้รับการยอมรับในฐานะหมุดหมายใหม่ของวงการนาฬิกาชั้นสูงระดับโลกในระยะเวลาอันรวดเร็ว

สถิติความสำเร็จดังกล่าวกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการยกระดับโครงสร้างการจัดงานในปี 2026 โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและกลุ่มผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาอิสระ (Independent Watchmakers) ตอบรับเข้าร่วมงานมากกว่า 45 แบรนด์ เพิ่มขึ้นจากปีแรกถึงกว่า 50% ไฮไลท์สำคัญของงานในปีนี้ คือความร่วมมืออย่างเป็นทางการจาก Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรชั้นนำระดับสากลจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผู้กำหนดมาตรฐานศาสตร์แห่งเรือนเวลาชั้นสูง มาร่วมเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและยกระดับเนื้อหาของงาน

การเข้ามาของ FHH เปลี่ยนโฉมหน้าของงานจัดแสดงสินค้าทั่วไปให้กลายเป็นพื้นที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นาฬิกา หนึ่งในความพิเศษคือการเปิดตัว Academy Lounge โดย FHH Academy อย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้สนใจในศาสตร์แห่งเรือนเวลา รวมถึงการสร้างประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟที่หาไม่ได้จากที่อื่น ผ่าน Watchmaking Class โดยช่างนาฬิกาชาวสวิสที่รังสรรค์เฉพาะงานนี้เท่านั้น  และพิเศษยิ่งกว่า คือเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับใบรับรอง FHH Watch Advisor Certification ซึ่งเป็นการรับรองความรู้ระดับแรกของหลักสูตรการรับรองมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจาก FHH โครงสร้างงานในลักษณะนี้ช่วยดึงดูดใจกลุ่มนักสะสมและผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าถึงคุณค่าระดับลึก ส่งผลให้ระบบนิเวศลักชัวรีของสยามพิวรรธน์มีความแข็งแกร่งและยากจะหาใครเลียนแบบ

ปรากฏการณ์การรวมตัวของแบรนด์ระดับ Masterpiece นักสะสมระดับ Whale Collectors  ผู้เชี่ยวชาญ และผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลาจากหลากหลายประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของสยามพิวรรธน์ในการสร้างแพลตฟอร์มที่ทรงพลังภายใต้ Luxury Ecosystem ที่ดึงดูดนักสะสมและผู้สนใจรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าถึงคุณค่าเชิงลึก แต่ยังฉายภาพความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะแนวหน้าของตลาดลักชัวรีอย่างชัดเจน พร้อมทั้งดึงดูดคอมมูนิตี้ระดับโลกให้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันขับเคลื่อนและสถาปนาเมืองหลวงของไทยให้ก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางวัฒนธรรมนาฬิกา” แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มภาคภูมิ


ขับเคลื่อนเครือข่ายสร้าง Global Partnership Ecosystem

กลยุทธ์สำคัญที่เป็นฟันเฟืองหนุนนำความสำเร็จของสยามพิวรรธน์ คือการสร้าง “ระบบนิเวศพันธมิตรระดับโลก” (Global Partnership Ecosystem) การขยายเครือข่ายความร่วมมือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นพันธมิตรเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการหลอมรวมกลุ่มผู้เล่นระดับสากลจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่แบรนด์ลักชัวรีชั้นนำ องค์กรกำกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และสถาบันการเงิน เครือข่ายเหล่านี้ทำหน้าที่ร่วมกันในการสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับศักยภาพของประเทศไทยให้พร้อมรองรับบิ๊กอีเวนต์ระดับนานาชาติได้อย่างสมบูรณ์

การร่วมมือกับพันธมิตรในงานนี้สะท้อนภาพการทำงานร่วมกันอย่างมีกลยุทธ์ใน 3 แกนหลัก:

พลังแห่ง Partnership ส่งผลลัพธ์เชิงบวกโดยตรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ เม็ดเงินที่เกิดจากการเดินทางและการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสร้างคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรมลักชัวรีและการท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์กรุงเทพมหานครในฐานะ Global Watch Destination แห่งภูมิภาคในระยะยาว

ผู้นำตลาดลักชัวรีที่แบรนด์ระดับโลกเชื่อมั่น

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงบวกและความสำเร็จที่สยามพิวรรธน์ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการพลิกเกมในวงการลักชัวรี่ สร้างเหตุผลใหม่และปัจจัยแวดล้อมที่ดึงดูดใจ ให้แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกเลือกลงทุนในประเทศไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์หลักของภูมิภาค

สยามพิวรรธน์ประสบความสำเร็จในการสร้าง Global Luxury Destination ขยายบทบาทและยกระดับสถานะของประเทศไทยบนเวทีสากล ผ่านการสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ (Complete Ecosystem) ซึ่งสามารถถักทอความต้องการของแบรนด์ชั้นสูง ความหลงใหลของกลุ่มนักสะสม และคุณค่าของประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสที่หาไม่ได้จากที่อื่น การวางรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งนี้ นอกจากสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคค้าปลีกแล้ว ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านลักชัวรี  นวัตกรรม และวัฒนธรรมให้โดดเด่นและสง่างามบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนของสยามพิวรรธน์ผ่านงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า บทบาทของผู้นำตลาดลักชัวรีตัวจริงเริ่มต้นจากการเป็นผู้สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจขึ้นมาใหม่เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม กลยุทธ์นี้แปรสภาพพื้นที่รีเทลทั่วไปให้กลายเป็นแพลตฟอร์มเชิงวัฒนธรรมระดับสากลที่มีคุณค่าและมีความหมายสำหรับคอมมูนิตี้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การบริหารความร่วมมือร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกอย่างมีทิศทาง ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับบน ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมเรือนเวลาแห่งภูมิภาคบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ผู้สนใจศาสตร์แห่งเรือนเวลา สามารถติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนร่วมงานได้ ที่ www.bangkokwatchweek.com หรือติดตามผ่าน Instagram / Facebook : BANGKOK WATCH WEEK และ Facebook : SIAMPARAGON

#SiamPiwat #BangkokWatchWeek2026 #SiamParagon #SiamParagonBangkokWatchWeek2026


Back To Top