Cover Image

“ตลท.” ชี้ต่างชาติยังเชื่อมั่นรัฐบาลไทย ย้ำ “การเมือง” ตัวแปรชี้ทิศ Fund Flow-การลงทุน


นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2/2569 ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนภาพรวมตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญมากขึ้นคือ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ เนื่องจากหากเกิดความไม่แน่นอนหรือความสะดุดทางการเมือง อาจกลายเป็นปัจจัยรบกวน หรือ Noise ต่อตลาดหุ้นไทยได้ แต่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันและในระยะสั้น ประเมินว่าการเมืองไทยยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อนักลงทุนต่างชาติในขณะนี้

นายอัสสเดชกล่าวว่า จากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติภายในงาน Thailand Focus 2026 พบว่า ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองถือเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ควบคู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากการเมืองมีผลโดยตรงต่อการดำเนินนโยบาย การพัฒนาประเทศ และแผนปฏิบัติการต่าง ๆ

หากการเมืองเกิดความสะดุด ย่อมทำให้แผนงานต่าง ๆ มีโอกาสชะงักตามไปด้วย และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยจะทำให้เกิดคำถามถึงความต่อเนื่องของนโยบายและทิศทางในอนาคต อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับนักลงทุนต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่พบความกังวลในระยะสั้น และส่วนใหญ่ยังมีมุมมองว่ารัฐบาลปัจจุบันสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพ

ด้านนายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ณ สิ้นเดือนส.ค.2569 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 26.6% จากสิ้นปี 2568

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยในเดือนส.ค.เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลัง ทำให้กระแสเงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย

สำหรับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนส.ค.2569 อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาท ในเดือนส.ค.2569 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาช่วง 8 เดือนแรกของปี นักลงทุนต่างชาติยังคง ซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาท

นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 55.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม รองลงมาเป็นนักลงทุนรายย่อยในประเทศ 30.8% ส่วนผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์มีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 6.9%

Back to top button

Back To Top