FPI ปักธงซาอุฯ! เร่งเดินหน้าตั้ง รง.เขตเศรษฐกิจพิเศษหวังลดต้นทุนขนส่งหนุนบุกตอ.กลาง-แอฟริกาเหนือ
บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) เดินหน้าก่อสร้างโรงงานซาอุดีอาระเบียเร่งขยายฐานผลิตต่างประเทศ คาดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ พ.ย.69เป็นศูนย์กลางผลิตและกระจายสินค้าสู่กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ชูจุดแข็งทำเลยุทธศาสตร์เขตเศรษฐกิจพิเศษช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์พร้อมรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ และเพิ่มศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก
นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ FPIเปิดเผยว่าบริษัทเดินหน้าขยายเครือข่ายการผลิตในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเร่งก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อยกระดับเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ หรือMENAรองรับแผนขยายตลาดในระยะยาว พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระดับสากล
สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานเป็นไปตามแผน โดยงานฐานรากและโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จเรียบร้อย และอยู่ระหว่างทยอยติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน2569
นายสมพล กล่าวว่า บริษัทเลือกลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษKing Abdullah Economic City (KAEC)ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและการขนส่งของภูมิภาค นอกจากได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการลงทุนแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงการส่งออกสินค้าไปยังประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลดลงมากกว่า30%เมื่อเทียบกับการส่งออกจากประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางผ่านทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ
ซาอุดีอาระเบียถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายธุรกิจของFPIเนื่องจากการมีฐานการผลิตในพื้นที่จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ลดต้นทุนการดำเนินงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตลาดในภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
สำหรับโรงงานแห่งใหม่ บริษัทฯวางแผนให้เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกยานยนต์ในรูปแบบOEMเพื่อรองรับผู้ผลิตรถยนต์ในภูมิภาค โดยปัจจุบันได้รับโครงการผลิตชิ้นส่วนจากCeerผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติซาอุดีอาระเบีย มูลค่ากว่า30ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ1,000ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง5-6ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ บริษัทฯยังอยู่ระหว่างการเจรจากับHyundaiเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับโครงการผลิตรถยนต์ในซาอุดีอาระเบียในอนาคต ขณะเดียวกันยังมองเห็นโอกาสขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมีความต้องการสูงในภูมิภาค และสอดคล้องกับแผนกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ