ภาวุธ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คดี Forex ยันหลักฐานได้ทุกรายการ แจงชัดไม่มีเส้นเงิน 833 ล้าน
วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.51 น.
“ภาวุธ” แจงDSIคดีForex นาน 4ชม.ยันไม่เกี่ยวสแกมเมอร์ หลอกลวงปชช.ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยันหลักฐานเอกสารชี้แจงเส้นทางการเงินได้ทุกรายการ แต่ขออุบรายละเอียดเชิงลึกไว้ในสำนวนเท่านั้น แจงชัด ไม่มีเส้นเงินกว่า 800 ล้านบาทตามที่หน้าสื่อ เจ้าตัวหัวเราะลั่น โพสต์FBอวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี แต่ยอมรับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุกมธ.หลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน และพรรคอื่นรับผิดชอบโดย ตรงอยู่แล้ว
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 18.30 น. ศูนย์ราชการอาคาร C ถนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังได้เข้าให้ปากคำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรณีคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้ให้ปากคำเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง โดยก่อนหน้านี้แจงขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากวันที่ 31 ก.ค.69 ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.นี้
โดยนายภาวุธ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับทางดีเอสไอ โดยได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ ก็อยู่ในสำนวนทุกอย่างหมดเเล้ว โดยวันนี้ตนยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด เพราะข้อหาหลายอย่างที่มีการแจ้งเข้ามา ตนก็ได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาและชี้แจงอย่างบริสุทธิ์ใจ ส่วนถ้ามีข้อคำถามเพิ่มเติม หรือต้องการข้อมูลใดเพิ่ม ตนก็ยินดีที่จะนำข้อมูลมามอบให้ในภายหลัง นอกจากนี้ กรณีข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินที่มีปรากฏตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ จำนวน 800 กว่าล้านบาทนั้น ตนยืนยันว่าในวันนี้ พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งพฤติการณ์เรื่องเงินจำนวนนี้เลย อีกทั้งในการตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน ตนก็มีหลักฐานนำมาให้ดีเอสไอทั้งหมดแล้ว ดังนั้น มั่นใจได้ว่าเส้นทางการเงินทั้งหมดไม่ได้มีที่มาจากการสแกมเมอร์ หรือไปหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใด เป็นเงินที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย
นายภาวุธ เผยอีกว่า วันนี้ในเรื่องของจำนวนเงินที่มีความเชื่อมโยงกับตนยอดเงิน 28 ล้านบาท เป็นเหตุพนักงานสอบ สวนตั้งข้อสงสัยหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่า ก็เป็นจำนวนเงินที่ตนสามารถตอบข้อมูลได้ แต่ต้องขอสงวนรายละเอียดไว้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้กังวลเลย เพราะเป็นสิ่งที่ตนเองสามารถชี้แจงได้ รวมถึงคำถามที่พนักงานสอบสวนถามมา เราก็มีคำตอบให้ทั้งหมด
ทั้งนี้ เงินที่ปรากฏความเชื่อมโยง 28 ล้านบาทนั้น ตนก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าได้มาจากการเทรดทองคำ และก็มีส่วนอื่นๆอีกด้วย ซึ่งก็ชี้แจงได้
เมื่อถามว่าเป็นการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น นายภาวุธ กล่าวว่า ตนก็แอบกังวลนิดนึง แต่เข้าใจเจ้าหน้าที่ เพราะเราก็มั่นใจในการชี้แจง และเราก็ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดอะไรแบบนั้น ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ไม่มีหลบหนีใด ๆ
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ดุเดือดว่าการเดินหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passportมีการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือหลังจากมีคดี Forex เกิดขึ้นนั้น นายภาวุธ ชี้แจงว่า ด้วยความที่โครงการนี้ มันเริ่มต้นจากการที่ตนได้อภิปราย และด้วยความที่ตนอยู่ในคณะกรรมาธิการ 2 ชุด และตนก็เป็นประธานของ 2 อนุกรรมาธิ การ ฉะนั้น ในช่วงหลัง ตนได้ไปลุยงานด้านกรรมาธิการค่อนข้างเยอะ จึงทำให้เห็นว่าทางกรรมาธิการของพรรคเองก็มีคนทำงานเรื่องนี้โดยตรง ฉะนั้น พอมีคนทำด้านนีัโดยตรง และไหนตนจะมีคดีความเรื่องนี้อีก(คดี Forex) จึงจำเป็นที่ทางพรรคก็จะมีคนมาดูเรื่องโครงการนี้โดย ตรงแทนตน ส่วนหลังจากนี้ตนก็อาจจะลดบทบาทลงบ้าง เพราะตนก็งานเยอะ และ สส.ที่ทำงานด้านนี้ก็ไม่ได้มีเพียง สส.ไอซ์ แต่ก็มีพรรคอื่นๆ อีกด้วยที่ทำงานด้านนีั และตอนนี้ตนก็มีงานเกี่ยวกับแพลตฟอร์มต่างชาติ การปฏิรูปกฎหมาย พองานมันเยอะ ก็ไม่ใช่ว่าจะทิ้ง แต่การที่เราไปวิเคราะห์ตัวโครงการ TH-AI Passport ไว้เช่นนั้น มันก็เพราะเป็นงานที่อยู่ตรงหน้าพอดี ก็เลยวิเคราะห์ไปตามรูป แต่ก็ได้ขอโทษไปแล้วว่าอาจจะพูดในมุมหนึ่ง แต่ตนไม่ได้มีเจตนาใดๆ ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้คุยกับ สส.ไอซ์ ก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น มีการสื่อสารกันในพรรค คงไม่มีอะไรผิดใจกัน
ส่วนกรณีว่าเป็นการออกมาพูดเพราะจะแลกผลทางคดี Forex หรือไม่นั้น นายภาวุธ ได้หัวเราะเสียงดัง ก่อนตอบว่าถ้ามันแลกกับผลทางคดีได้ ตนคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น ไม่มีแน่นอน แต่แค่เป็นการวิจารณ์ตามหน้าที่ เพราะในมุมของ สส. แต่ละคน ก็มีมุมวิจารณ์ต่างกัน แต่เราเคยเป็นนักธุรกิจ ก็วิจารณ์ในมุมที่มันน่าจะเป็นประโยชน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





