Cover Image

EXIM BANK พร้อมดูแลผู้ประกอบการ พลิกบทบาทเป็น Export Co-pilot - ข่าวสด

EXIM BANK ปรับทัพเสริมกำลัง เพิ่มบทบาท Export Co-pilot ช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ว่า แม้ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ และการค้าโลกจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน จากมาตรการกีดกันทางการค้า ความผันผวนด้านพลังงาน และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ดังนั้น EXIM BANK ยังคงเดินหน้ายกระดับปรับทัพรองรับบทบาท “Export Co-pilot” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 EXIM BANK ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้มากขึ้น ประกอบด้วย 1) Pro-active Revisit ลงพื้นที่เข้าพบลูกค้าทุกรายในพอร์ตสินเชื่อ เพื่อรับฟังสถานการณ์ วิเคราะห์ศักยภาพ และให้การสนับสนุนได้อย่างตรงจุดและทันกาล

2) Products พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ SMEs เช่น มาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง รองรับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยให้สินเชื่อสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.80% ต่อปี รวมถึงสินเชื่อเอ็กซิมเพื่อส่งเสริมการจ้างงานระยะที่ 3 ที่ได้รับจัดสรรวงเงินเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มการจ้างงาน หรือรักษาการจ้างงานได้

3) Partners เชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้แนวคิด “พี่จูงน้อง” โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่กับ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และ 4) Projects สนับสนุนโครงการและภาคอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการ SMEs อยู่ในห่วงโซ่อุปทานหรือระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) รวมถึงการขับเคลื่อนและส่งเสริมโครงการสำคัญด้านเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ EXIM BANK ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการไทย ผ่านหลักสูตรต่าง ๆ ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (Export Studio) เช่น หลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 2 ซึ่งครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการส่งออกอย่างครบวงจร กิจกรรมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกิจกรรม Business Matching และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร

เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ผู้ส่งออกยุคใหม่ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล รวมถึงสนับสนุนการขยายตลาดผ่านทีม Country Connectors ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ อย่างเป็นระบบ ตลอด Supply Chain ของวงจรการค้าระหว่างประเทศ

ด้านการสนับสนุนทางการเงิน และการเสริมสภาพคล่อง EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 22,397 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้างรวมภาระผูกพันจำนวน 181,278 ล้านบาท สะท้อนบทบาทการสนับสนุนสภาพคล่องของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการสนับสนุนสะสมจำนวน 3,217 ราย คิดเป็นสัดส่วน 78% ของลูกค้าทั้งหมด และมีสินเชื่อคงค้างรวมภาระผูกพันจำนวน 27,688 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อ และภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน จำนวน 90,414 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของยอดคงค้าง รวมถึงเตรียมเปิดตัวบริการให้คำปรึกษา การจัดทำรายงานความยั่งยืน ช่วยผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อม และปรับตัวต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อ มและความยั่งยืนของประเทศคู่ค้า ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว

ในด้านการบริหารความเสี่ยง EXIM BANK พัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจรที่ผสานสินเชื่อ กับเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจ และขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างมั่นใจ ส่งผลให้มีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 104,720 ล้านบาท

ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงิน และความไม่แน่นอนในประเทศคู่ค้า ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังคงสนับสนุนการกระจายฐานการผลิตและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ ทำให้มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers จำนวน 30,865 ล้านบาท โดยมีวงเงินอนุมัติใหม่ 5,024 ล้านบาท

ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ EXIM BANK ยังคงรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีอัตราส่วนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.40% มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงอย่างเพียงพอ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 236% สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยง และวินัยทางการเงินของธนาคาร

นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน การขยายระยะเวลาชำระหนี้ การเสริมสภาพคล่องผ่านสินเชื่ออัตราพิเศษ

Back To Top