รมต.คลังเกาหลีใต้ขอโทษนักลงทุน หลังขาดทุนยับ จาก ETF เลเวอเรจดิ่งลงเหว
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.43 น.
นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้กำลังเผชิญความเสียหายครั้งใหญ่ หลังการลงทุนในกองทุน ETF แบบเลเวอเรจรายหุ้น (Single-stock Leveraged ETF) ที่อิงหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทรุดตัวอย่างหนัก ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกมาขอโทษ และเตรียมพิจารณาเข้มงวดกฎเกณฑ์การลงทุนมากขึ้น
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นายคู ยุน-ชอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ กล่าวขอโทษต่อรัฐสภา หลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวิจารณ์ว่าการอนุญาตให้เปิดตัวกองทุน ETF เลเวอเรจรายหุ้นเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นการดำเนินการที่ขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากต้องเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนัก
ข้อมูลจาก KB Financial Group ระบุว่า นับตั้งแต่เกาหลีใต้เปิดตัวกองทุน ETF เลเวอเรจรายหุ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นักลงทุนรายย่อยได้เข้าซื้อสุทธิรวมกว่า 14 ล้านล้านวอน (ประมาณ 9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพียงราว 2 ล้านล้านวอน สะท้อนให้เห็นถึงกระแสเก็งกำไรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ได้เปลี่ยนกระแสความร้อนแรงให้กลายเป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ ดัชนี KOSPI ปรับตัวลดลงเกือบ 35% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงขายหุ้นกลุ่มชิปที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือผู้ถือกองทุน ETF เลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้นของ Samsung Electronics และ SK Hynix สองผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า กองทุน KODEX SK Hynix Single Stock Leverage ETF ซึ่งออกแบบให้สร้างผลตอบแทนเป็น 2 เท่าของการเคลื่อนไหวรายวันของหุ้น SK Hynix ร่วงลงมากกว่า 80% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ขณะที่กองทุนเลเวอเรจที่อิงหุ้น Samsung Electronics ลดลงเกือบ 75% จากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน
ด้านนายอี อ็อก-วอน เจ้าหน้าที่คณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (Financial Services Commission: FSC) เปิดเผยต่อคณะกรรมาธิการกิจการการเมืองของรัฐสภาว่า หน่วยงานกำกับดูแลกำลังพิจารณาจำกัดการลงทุนในกองทุนประเภทนี้ โดยอาจอนุญาตให้เฉพาะนักลงทุนมืออาชีพเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปรับลดระดับเลเวอเรจของกองทุนจากปัจจุบันที่ให้ผลตอบแทน 2 เท่า เพื่อช่วยลดความผันผวนและความเสี่ยงของนักลงทุน หากได้รับการสนับสนุนด้านกฎหมายจากรัฐสภา
เจ้าหน้าที่ FSC ระบุว่า ระดับเลเวอเรจ 2 เท่าถือว่าสูงเกินไป และเชื่อว่าการปรับลดอัตราดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความผันผวนของตลาดได้ พร้อมยืนยันว่าจะคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุนในกระบวนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





