Cover Image

EGCO เดินหน้ากลยุทธ์ POWER4 อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุย 5 ธุรกิจ


นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ภายใต้กลยุทธ์POWER4” พร้อมบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุกและหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling)

บริษัทจะมุ่งคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพสูงที่ช่วยเสริมเสถียรภาพของผลประกอบการและกระแสเงินสด โดยให้น้ำหนักกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูง รวมถึงสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที ควบคู่กับการเพิ่มความคล่องตัวด้านเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานการลงทุนอันดับ 2 ของบริษัท

นายธวัชชัยกล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์และวินัยทางการเงินของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยจุดแข็งสำคัญมาจากการกระจายพอร์ตลงทุนอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านประเทศ เชื้อเพลิง เทคโนโลยี และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

โครงสร้างพอร์ตดังกล่าวช่วยให้ EGCO Group รักษากระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลตอบแทนและจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 3.25 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.96% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 18 กันยายน 2569

สำหรับโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 และนโยบายการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง หรือ Direct PPA บริษัทประเมินว่าจะเปิดโอกาสทางธุรกิจสำคัญ 5 ด้าน

ด้านแรกคือการขยายกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม โดยเฉพาะโครงการที่มีพื้นที่รองรับการขยายกำลังผลิตและมีระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาพัฒนาโครงการและจำกัดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการลงทุนในพื้นที่ใหม่

ด้านที่ 2 คือการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยบริษัทมีประสบการณ์ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จึงมีความพร้อมเข้าร่วมประมูลหรือพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้แผน PDP 2026 เมื่อภาครัฐประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขที่ชัดเจน

ด้านที่ 3 คือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าในอนาคต ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความยืดหยุ่นในการบริหารพลังงาน รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และสนับสนุนการนำพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดย EGCO Group มีประสบการณ์พัฒนาโครงการ BESS หลายแห่งผ่านบริษัท Apex Clean Energy หรือ APEX ในสหรัฐอเมริกา

ด้านที่ 4 คือเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ซึ่งบริษัทมองว่าอาจเป็นทางเลือกสำหรับการผลิตไฟฟ้าฐานที่มีเสถียรภาพสูง และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยี พร้อมสร้างองค์ความรู้และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล

ด้านที่ 5 คือการพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (EGCO Rayong Industrial Estate: ERIE) ในจังหวัดระยอง ให้เป็นแพลตฟอร์มพลังงานและสาธารณูปโภคครบวงจร รองรับการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ Data Center

โครงการ ERIE จะขับเคลื่อนผ่าน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การขายและให้เช่าที่ดินพร้อมระบบสาธารณูปโภค การพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กภายในนิคม การจัดส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมผ่าน Direct PPA และการร่วมลงทุนพร้อมจัดหาพลังงานสะอาดให้แก่ผู้ประกอบการ Data Center

ทั้งนี้ EGCO Group มองว่า จุดแข็งจากพอร์ตลงทุนที่กระจายความเสี่ยง สถานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ประสบการณ์ในธุรกิจไฟฟ้า ตลอดจนสินทรัพย์ในทำเลศักยภาพ จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทคว้าโอกาสจากนโยบายพลังงานของภาครัฐ และต่อยอดการเติบโตอย่างมีวินัยในระยะยาว

Back To Top