ทิสโก้ชี้ EGCO ลงทุน Pinnacle IV หนุนกำไรปี 70 เพิ่ม 330 ล้านบาท ชูเป้า 144 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ภายหลังบริษัทประกาศเข้าซื้อหุ้น 49% ใน Pinnacle IV Portfolio จาก Apex ซึ่งเป็นการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนในประเทศสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ Pinnacle IV Portfolio ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ Timbermill โรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 189 เมกะวัตต์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และ Coldwater โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 150 เมกะวัตต์ (MWac) ในรัฐมิชิแกน
ภายหลังธุรกรรมแล้วเสร็จ EGCO จะถือหุ้นโดยตรง 49% ในพอร์ตดังกล่าว เพิ่มเติมจากการถือหุ้นทางอ้อม 8.9% ผ่านการถือหุ้น 17.5% ใน Apex
บล.ทิสโก้ ระบุว่า โครงการทั้งสองแห่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวและสัญญารับซื้อสิทธิประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ซึ่งช่วยสนับสนุนให้กระแสรายได้มีเสถียรภาพและสามารถคาดการณ์ได้
อย่างไรก็ตาม EGCO ยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าธุรกรรม รวมถึงประมาณการผลกระทบต่อกำไรจากการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว
จากการอ้างอิงมูลค่าของ Pinnacle II Portfolio ที่เข้าซื้อในปี 2568 และสมมติฐานมูลค่าสินทรัพย์ที่ 0.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลม และ 0.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บล.ทิสโก้ประเมินว่า มูลค่าการลงทุนสำหรับการเข้าซื้อหุ้น 49% ใน Pinnacle IV จะอยู่ที่ประมาณ 3.7 พันล้านบาท หรือประมาณ 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่เมื่ออ้างอิงผลการดำเนินงานของ Pinnacle II Portfolio ในปี 2568 ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการลงทุนดังกล่าวอาจสร้างกำไรในส่วนที่เป็นของ EGCO ประมาณ 330 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 4.7% ของประมาณการกำไรปี 2570
นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ประเมินว่า การลงทุนดังกล่าวจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Equity IRR ราว 8% และส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ หรือ NAV เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1.2 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นราว 1% ของมูลค่าที่เหมาะสม
แม้ว่าดีลดังกล่าวจะสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ EGCO ในการขยายพอร์ตการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐฯ แต่ฝ่ายวิจัยมองว่า ผลกระทบต่อกำไรและมูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับจำกัด
ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” EGCO พร้อมให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 144 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่าแบบ DCF
Back to top button