Cover Image

ศธ.เดินหน้าพัฒนา "Education Super App" รวมบริการการศึกษาไว้ในแอปเดียว คาดเปิดใช้ภายในสิ้นปี 2569

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลผ่าน “Education Super Application” ร่วมกับนายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้แทนจากบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐกล่าวว่า การพัฒนา Education Super Application ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการเปลี่ยนผ่านระบบการทำงานจากรูปแบบแยกส่วน หรือ Silo ไปสู่การทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ สอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับกระทรวงศึกษาธิการสู่ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Office ที่มุ่งลดการใช้กระดาษภายในเดือนมกราคม 2570 เพื่อลดระยะเวลาการทำงาน ประหยัดงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

สำหรับ Education Super Application ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา จะเป็นศูนย์รวมบริการทางการศึกษาแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One-Stop Service โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบได้เพียงครั้งเดียวผ่านระบบ Single Sign-On ด้วย Education ID หรือ Learner ID และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันที เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ.

แอปพลิเคชันดังกล่าวจะรวบรวมบริการสำคัญด้านการศึกษาไว้ในที่เดียว เช่น การตรวจสอบสิทธิ การเช็กสถานะต่าง ๆ ระบบลงเวลา การเรียนออนไลน์ การแจ้งเตือนข่าวสาร ตลอดจนการขอเอกสารจบการศึกษา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

ด้านนายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเตรียมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่าง 5 หน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ INET เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการข้อมูลเข้าสู่ Education Super Application โดยตั้งเป้าหมายเร่งพัฒนาให้แล้วเสร็จและพร้อมเปิดใช้งานภายในสิ้นปี 2569

ทั้งนี้ การพัฒนา Education Super Application ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับบริการภาครัฐด้านการศึกษาให้ทันสมัย เชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนของระบบ และตอบโจทย์การให้บริการประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง 


อ่านเพิ่มเติมได้จาก วันที่ 18 กรกฎาคม 2569

Back To Top