ECB คงดอกเบี้ยตามคาด ชี้สงครามดันราคาพลังงานพุ่ง เล็งคุมเข้มสกัดเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้ โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2.25% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.65% และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.40%
การประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวทำให้ประเมินว่า ECB มีแนวโน้มที่จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 เพื่อสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อที่ก่อตัวขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
ECB ระบุในแถลงการณ์ว่า แนวโน้มของราคาพลังงานแม้จะยังคงมีความผันผวนสูง แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ด้านราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ใกล้เคียงกับตัวเลขประมาณการพื้นฐานที่เจ้าหน้าที่ได้ประเมินไว้เมื่อเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ระดับราคาดังกล่าวยังคงสูงกว่าช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง และผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากแรงกระแทกของราคาพลังงานนั้นยังไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่ ดังนั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายจึงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในประเด็นของความรุนแรงและระยะเวลาของแรงกระแทกดังกล่าว ตลอดจนผลกระทบทางอ้อมและผลกระทบรอบที่สองที่อาจเกิดขึ้นตามมา
สำหรับภาพรวมด้านอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนนั้น พบว่ามีการชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.8% ในเดือนมิถุนายน จากระดับ 3.2% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงเป็นครั้งแรกของปีนี้ ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานก็ได้ชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.4% เช่นกัน
ทางด้านนางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังอย่างมากเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในระยะถัดไป โดยในการประชุมของ ECB ที่เมืองซินตรา นางลาการ์ดได้กล่าวยืนยันว่า การที่ ECB ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่เป็นการตอบสนองต่อปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงในระบบเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ แบบจำลองคาดการณ์ของ ECB ชี้ให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อจะสามารถกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ได้ในช่วงปลายปีหน้า ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนโยบายการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี นางลาการ์ดได้ปฏิเสธที่จะให้คำมั่นล่วงหน้าเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายในอนาคต โดยกล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า “ในเวลานี้ การให้แนวทางล่วงหน้า ยังไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำ”
Back to top button