Cover Image

Donald Trump ปธน. สหรัฐฯ กัดผู้ใช้ EV ว่า ‘ป่วย’ และ 'บ้าไปแล้ว' ขณะกล่าวสุนทรพจน์ - HeadLight Magazine

11 สิงหาคม 2026 เวลา 16:30 น. | หมวดหมู่ NEWS, World's News | โดย AE110 | อ่านไปแล้ว: 419 ครั้ง

(ภาพตอนที่ Trump เดินชม Tesla กับ Elon ในเดือนมีนาคม 2025)

ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อย่าง Donald Trump จิกกัดผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง ขณะกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน Las Vegas rally เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมแซะในชนิดที่ไม่กลัวว่าคะแนนเสียงจะหาย ด้วยการเรียกผู้ใช้ EV ว่า ‘คนพวกนี้บ้าไปแล้ว’ ทั้งยังมีการกล่าวว่าเขาคือ ผู้ที่ยุตินโยบายหนุนรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ อีกด้วย ซึ่งเคยมอบสิทธิประโยชน์ทางประโยชน์สูงสุดมูลค่า 7,500 USD (ราว 248,000 บาท) ให้ชาวอเมริกันที่ออกรถยนต์ไฟฟ้า

‘ผมเป็นคนยุติเกณฑ์ดังกล่าวเอง เพราะมีข้อกำหนดว่าในเวลาอันสั้นหรือราวปี 2030 ทุกคนจะต้องใช้รถยนต์ไฟฟ้า แม้จะไม่มีทางเลยที่คุณจะชาร์จไฟได้ พวกคุณเห็นสัญญาณกันบ้างไหม ผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเขาป่วยเป็นโรคกัน เมื่อพวกเขาขับรถออกไป แล้วเห็นว่าแบตเตอรี่มีไฟลดลง จนเริ่มคิดว่าตอนนี้เหลือไฟราว 3/4 เอง ใช่แหล่ะว่ามันลดลงไปนิดเดียว แต่เริ่มเกิดคำถามแล้วว่าฉันจะไปไหนดี แล้วคุณกำลังขับรถอยู่บนทางหลวง จนเจอป้ายสถานีชาร์จที่บอกว่า ต้องเบี่ยงขวาออกไปอีก 89 ไมล์ (143 กิโลเมตร) คนพวกนี้บ้าไปแล้ว’ Trump กล่าว

ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ยังพูดถึงนโยบายหนุนรถยนต์ไฟฟ้าด้วยว่า ‘ผมยุติเกณฑ์ดังกล่าวเอง แต่ผมไม่อยากพูดถึงซักเท่าไรนะ เพราะ Elon (ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Tesla) เขาไม่ได้เห็นด้วยกับผมซักเท่าไร แต่ผมต้องทำน่ะ’ ก่อนจะจิกกัดว่า ‘เรารัก Elon’ ทั้งยังมีการทิ้งท้ายว่า ‘ผมก็ชอบรถยนต์ไฟฟ้านะ เพราะเราขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ 7% (จากยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในสหรัฐฯ) แม้จะเก็บภาษีทั้งหมดและยกเลิกการหนุนไปแล้ว (ก็ยังขายได้) 7%’

แน่นอนว่าสุนทรพจน์ดังกล่าว เป็นที่ถูกใจฝ่ายที่หมั่นไส้ฝ่ายตรงข้ามชนิดที่ไม่ต้องสงสัย แต่สิ่งที่ Trump พูดมีความเกินจริงไปเสียนิด เนื่องจากนโยบายหนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่ Biden ประธานาธิบดีคนก่อนของสหรัฐฯ ทำเอาไว้ ไม่ได้บังคับให้รถยนต์ใหม่ทุกคันที่ออกขายที่สหรัฐฯ ในปี 2030 ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด แต่กำหนดไว้ที่ 50% เท่านั้น เพียงแต่กระแส EV มาแรงในช่วงนั้น ประกอบกับเกณฑ์ควบคุมมลพิษที่เข้มงวดขึ้น จนเป็นการบีบให้รถยนต์แทบทุกรุ่น หันมาใช้ขุมพลัง EV มากกว่าขุมพลังอื่น

ที่มา: carscoops, electrek

Photo Credit: WFAA


Back To Top