DIME เผย Gen Z เน้นลงทุนถือยาว ดัน AUP แตะ 1.7 แสนล้านบาท เตรียมเปิด ‘AI CFO’ ช่วยคนไทยวางแผนการเงินรอบด้าน
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘การลงทุน’ กลายเป็นช่องทางกระแสหลักที่ทำให้คนทั่วไปมีความมั่งคั่งขึ้นได้ กระแสการลงทุนใน AI และการกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทลาย thesis การลงทุนเดิม ทำให้ตลาดทุนทั่วโลกเผชิญกับความผันผวน ราคาสินทรัพย์ขึ้นแรง ลงแรง และฟื้นกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ซ้ำๆ ทำให้บรรยากาศการลงทุนในช่วง 2-3 ปีนี้ เสมือนบ่อนพนัน ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ ทั่วโลกเข้ามาลองสนาม ทุ่มเงินลงทุนหวังเจอโอกาสพลิกชีวิต
- นักลงทุนยังไม่ทิ้งหุ้นไทย ซื้อหุ้นปันผลหลบความผันผวน
- Gen Z ลงทุนระยะยาว มากกว่าเก็งกำไรหุ้นซิ่ง
- Dime ขวัญใจมือใหม่ลงทุน สินทรัพย์โตแรง 1.7 แสนล้าน
- ตั้งเป้าปั้น ‘AI CFO’ ช่วยคนไทยการเงินดีชีวิตดี
เช่นเดียวกับประเทศไทย กระแสคอนเทนต์การลงทุนพลิกชีวิตบนโซเชียลมีเดีย และช่องทางการลงทุนที่เข้าถึงง่าย กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หันมานิยมลงทุนด้วยตนเองมากขึ้น
คำถามคือ นักลงทุนรุ่นใหม่กำลังใช้ตลาดทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาวหรือกำลังถูกตลาดดึงเข้าสู่เกมเก็งกำไรมากขึ้นกันแน่?
วรพล วงศ์วัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) และ Head of Product ของ KKP Dime ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาด้วยภาวะเศรษฐกิจไทยที่ซบเซาลง ผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทยจึงไม่น่าดึงดูด ทำให้นักลงทุนไทยมองหาโอกาสลงทุนใหม่ กระจายการลงทุนไปในตลาดต่างประเทศ สะท้อนจากการเติบโตของกองทุนรวมไทย หรือ feeder fund ที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ รวมถึงตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย
นักลงทุนยังไม่ทิ้งหุ้นไทย ซื้อหุ้นปันผลหลบความผันผวน
ข้อมูลแพลตฟอร์มลงทุนของ Dime พบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทองคำและคริปโตเคอร์เรนซี เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มีไว้ติดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง และลดความผันผวนจากภาวะตลาด
แม้กระแสลงทุนหุ้นนอกจะมาแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดหุ้นไทยไม่มีโอกาส
นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีหุ้นไทยติดพอร์ต เพียงแค่โยกเงินลงทุนไปตามโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมในแต่ละช่วง เช่น ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยซบเซา ตลาดเงินมีความผันผวน ทำให้นักลงทุนไทยหันมาซื้อหุ้นปันผล โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคงสูงและจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง โดยหุ้นธนาคาร TOP3 ที่คนซื้อนิยมซื้อมากที่สุดคือ BBL, SCB และ KBANK
Gen Z ลงทุนระยะยาว มากกว่าเก็งกำไรหุ้นซิ่ง
สำหรับพฤติกรรมการลงทุน Dime พบว่า นักลงทุนแต่ละเจนมีสไตล์การลงทุน และเป้าหมายการเงินที่แตกต่างกันไป โดยกลุ่มคน Gen Z เป็นเจเนอเรชันที่เติบโตมากับการเข้าถึงข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยช่องทางรับข้อมูลที่หลากหลาย ทำให้ Gen Z ศึกษาหาความรู้และตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง แตกต่างจากคนรุ่นก่อนที่มักพึ่งพาความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญการลงทุน
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่า ข้อมูลดังกล่าวก็สะท้อนความเป็น Gen Z ดี เพราะจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างในโซเชียลมีเดีย คนกลุ่มนี้มักเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง และกล้าได้กล้าเสียในสิ่งที่เชื่อ ถ้ามองในแง่ลบ ความมั่นใจที่มากเกินไปก็อาจทำให้ Gen Z ตัดสินใจลงทุนแบบเสี่ยงๆ จนเงินหายไม่รู้ตัว
แต่ความเป็นจริงนั้นสวนทางกับสิ่งที่หลายคนคิด Gen Z ที่ลงทุนในแอปพลิเคชัน Dime ส่วนใหญ่ลงทุนแบบถือยาว โดยเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต ไม่ใช่หุ้นซิ่งที่ไร้พื้นฐาน ขณะที่ Gen X และ Gen Y เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงสูง นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่า คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยมีความรู้การลงทุน ไม่ได้ลงทุนตามกระแสไปเสียหมด
เมื่อดูความถี่และมูลค่าการซื้อขาย พบว่า คน Gen Z แม้จะมีเงินต้นสำหรับลงทุนไม่เยอะ เมื่อเทียบกับคนกลุ่มอื่น โดยใช้เงินลงทุนเฉลี่ย 500-700 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับ Gen Y ที่ลงทุนเฉลี่ย 4,000-5,000 บาทต่อเดือน สอดคล้องกับจำนวนธุรกรรมการซื้อขายที่ 4-5 ครั้งต่อเดือน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยธุรกรรมทั้งแอปพลิเคชันที่ประมาณ 8 ครั้งต่อเดือน และน้อยกว่านักลงทุนที่มีประสบการณ์ ซึ่งมีธุรกรรมซื้อขายสูงถึง 10-12 ครั้งต่อเดือน
แม้จะมีงบลงทุนน้อยและเทรดไม่ถี่ แต่ Gen Z กลับเป็นกลุ่มที่เปิดแอปพลิเคชันเช็กความเคลื่อนไหวของพอร์ตลงทุนบ่อยที่สุด โดยเปิดแอปพลิเคชันเกือบทุกวันใน 1 สัปดาห์ แตกต่างจากผู้ใช้งานกลุ่มอื่น เมื่อทำธุรกรรมซื้อขายแล้วจะทิ้งช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ -1 เดือน จึงค่อยกลับมาเช็กพอร์ต
Dime ขวัญใจมือใหม่ลงทุน สินทรัพย์โตแรง 1.7 แสนล้าน
สำหรับผลดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 Dime เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่เติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางตลาดหุ้นโลกที่ผันผวน ด้วยยอดสินทรัพย์ภายใต้แพลตฟอร์ม (AUP) ทะยานสู่ 170,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานรวม 2.2 ล้านคน โดยมากกว่า 50% เป็น Active Account หรือประมาณ 1 ล้านบัญชี สะท้อนว่าผู้ใช้งานจำนวนมากไม่ได้เพียงเปิดบัญชี แต่ยังมีการใช้งานและทำธุรกรรมจริงบนแพลตฟอร์ม
ในช่วงครึ่งแรกของปี แพลตฟอร์มมีลูกค้าใหม่เพิ่มเฉลี่ย 3,000 รายต่อวัน ชะลอลงเล็กน้อยจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ราว 3,500-4,000 รายต่อวัน แต่มูลค่าธุรกรรมกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนว่าผู้ใช้งานเดิมมีการลงทุนมากขึ้น
ในแง่โครงสร้างผู้ใช้งาน Gen Z อายุต่ำกว่า 28 ปี มีสัดส่วนสูงสุดราว 55% รองลงมาคือ Gen Y อายุ 28-40 ปี ที่ประมาณ 35–40% ขณะที่ Gen X และ Baby Boomer รวมกันมีสัดส่วนราว 10% แม้มีจำนวนไม่มาก แต่เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการทำธุรกรรมเฉลี่ยต่อครั้งสูงที่สุด
ตั้งเป้าปั้น ‘AI CFO’ ช่วยคนไทยการเงินดีชีวิตดี
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 Dime เตรียมยกระดับ AI ให้สามารถคัดเลือกข่าว บทวิเคราะห์ที่สอดคล้องกับความสนใจของลูกค้า หรือเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่ลูกค้าถืออยู่ แบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น จากเดิมที่มีระบบ AI ช่วยแปลและสรุปข้อมูลข่าวสารการลงทุนต่างประเทศ
สำหรับปี 2570 มีแผนเปิดตัว AI ผู้ช่วยวางแผนทางการเงินและการลงทุน ที่ทำหน้าที่เสมือน ‘CFO ส่วนตัว’ ช่วยวางแผนการเงินและจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตในแต่ละวัย เช่น แต่งงาน ซื้อบ้าน หรือเรียนต่อต่างประเทศ โดยระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลการเงินจากสถาบันการเงินอื่นผ่าน Open Infrastructure เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับมุมมองจากทีม บล. เกียรตินาคินภัทร
Dime มองว่า กลุ่มคน Gen Z จะยังเป็นฐานลูกค้าหลักที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งศักยภาพการออมและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นตามอายุ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บรรลุเป้าหมายฐานผู้ใช้งาน 8 ล้านคนภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ควบคู่ไปกับการยกระดับสุขภาพทางการเงินของคนไทยในระยะยาว
ภาพ: Sergey Nivens/ shutterstock
ABOUT THE AUTHOR
THE STANDARD WEALTH
สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD