Cover Image

`ผยง` ชี้ ตรวจสอบ Digital Footprint เอาผิดคนปลุกเบี้ยวหนี้ CLICX ได้

                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • หุ้น 
  • หุ้นไทยผู้จัดการ360° 
  • `ผยง` ชี้ ตรวจสอบ Digital Footprint เอาผิดคนปลุกเบี้ยวหนี้ CLICX ได้

    เผยแพร่: 5 ส.ค. 2569 18:37   ปรับปรุง: 5 ส.ค. 2569 18:37   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    "ผยง ศรีวณิช" ประธาน ส.ธนาคารไทย เตือนจงใจ "บิดหนี้" ตรวจสอบได้ผ่าน Digital Footprint หรือ "รอยเท้าดิจิทัล" ชี้ ต้องดูว่า คนปลุกระดมเบี้ยวหนี้ เป็นเพียงความคึกคะนอง หรือมีกลุ่มมิจฉาชีพอยู่เบื้องหลัง เพิ่อเอาผิด ย้ำการใช้ข้อมูลทางเลือกไม่ได้หมายความว่าผู้กู้จะหลุดพ้นจากการติดตาม

    นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า จากกรณีประเด็นข่าวในโซเชียลถึงการโพสต์ชักชวน "บิดหนี้" หรือการไม่จ่ายเงินคืน หลังได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารคลิกซ์ (CLICX) มองว่าพฤติกรรมเหล่านี้น่าตำหนิ เพราะเป็นการเอาเปรียบทรัพยากรสาธารณะ โดยเงินที่นำมาปล่อยกู้มาจากทรัพยากรของผู้ฝากเงิน ผู้เสียภาษีอย่างถูกต้อง ดังนั้นการจงใจกู้เพื่อไม่จ่ายคืนถือเป็นการเอาเปรียบระบบเศรษฐกิจและทรัพยากรส่วนรวมที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น

    ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ต้องช่วยกันสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ควรนำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานที่ถูกต้อง ไม่สนับสนุนข้อมูลที่เป็นกระแสดราม่า ซึ่งส่งเสริมการเอาเปรียบระบบ รวมถึงช่วยกันสร้างความรู้เท่าทันการเงิน (Financial Literacy)

    สำหรับผู้ที่โพสต์ข้อความคึกคะนองหรือตั้งใจสร้างกระแสบิดหนี้ จะต้องถูกตรวจสอบผ่านร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) ซึ่งระบบธนาคารมีกระบวนการแยกแยะและตรวจเช็ก หากพบว่ามีพฤติกรรมจงใจเอาเปรียบ บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถหนีความรับผิดชอบ และไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกต่อไป

    "การที่บุคคลจงใจเข้ามาเอาเปรียบระบบการเงิน ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างไม่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม"

    ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 48% ส่วนผู้ที่อยู่ในระบบรายได้และยื่นแบบเสียภาษีมีประมาณ 12 ล้านคน และมีผู้เสียภาษีจริงประมาณ 5 ล้านคน

    *ยันระบบธนาคาร "ฉลาดและมั่นคง" อย่าหลงเชื่อกระแสสอนโกงระบบ

    นายผยง มองว่าระบบธนาคารไทยมีเสถียรภาพและถูกออกแบบมาอย่างรัดกุม โดยการนำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาใช้เป็นความมุ่งหวังของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง เพื่อดูแลกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved และ Unserved) โดยเฉพาะ

    "คนที่คิดจะโกง อย่าไปจินตนาการว่าระบบไม่ฉลาด หากคุณคิดว่าฉลาดกว่าระบบ ก็ต้องรับความเสี่ยงเอง"

    พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มคนที่โพสต์โอ้อวดเรื่องการโกงระบบอาจมีวัตถุประสงค์แอบแฝง หรือมีคนอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างกระแส หรือแก๊งหลอกลวง (Scammer) โดยประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่าหลายกรณีมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้า

    "กรณีการโพสต์ข้อความท้าทายหรือสร้างกระแสเรื่องการเบี้ยวหนี้บนโซเชียลมีเดีย การตรวจสอบ "รอยเท้าดิจิทัล"จะทราบว่าเจ้าของบัญชีหรือผู้เผยแพร่ข้อมูลเป็นใคร และมีเจตนาเพียงความคึกคะนองส่วนบุคคล หรือมีกลุ่มบุคคลหรือขบวนการมิจฉาชีพ อยู่เบื้องหลัง ซึ่งสามารถเอผิดได้"

    *กรณี "CLICX" ระงับสินเชื่อชั่วคราว มองเกิดจากยอดใช้งานสูง

    สำหรับกรณี CLICX ถูกระงับให้สินเชื่อชั่วคราวนั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ Startup เมื่อเจอกับวอลุ่มผู้ใช้งานที่มหาศาล และความพยายามลองของ จากผู้ใช้บางกลุ่ม ทำให้ต้องกลับมาทบทวนมาตรการรับมือ

    ส่วนการโฆษณา "อนุมัติใน 5 นาที" ซึ่งอาจกระตุ้นให้อยากเข้าถึงสินเชื่อ หรือบางคนอาจอยากทดลองศักยภาพทางเทคโนโลยี (Tech Capability) แต่ผู้กู้ต้องเข้าใจว่าการกู้ยืมต้องอยู่ภายใต้หลักการ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) และไม่สร้างหนี้เกินตัว

    Back To Top