Deepfake กำลังน่ากลัวขึ้น Kaspersky เผยมิจฉาชีพใช้ AI หลอกเหยื่อได้ง่ายกว่าเดิม
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/325/1626550/deepf.jpg

14 ก.ค. 69 (18:27 น.)
แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ออกโรงเตือนถึงภัยคุกคามจาก Deepfake ที่กำลังพัฒนาไปอีกขั้น หลังมิจฉาชีพเริ่มใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพ เสียง และวิดีโอปลอมที่มีความสมจริงมากขึ้น เพื่อนำไปใช้หลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการแอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง รวมถึงการอาศัยกระแสของกิจกรรมหรืออีเวนต์ระดับโลกเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของกลโกงออนไลน์
Deepfake ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
Kaspersky ระบุว่า ปัจจุบันการสร้าง Deepfake ทำได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่าที่ผ่านมา โดยบริการสร้างวิดีโอปลอมมีราคาเริ่มต้นเพียงประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การสร้างเสียงปลอมเริ่มต้นราว 30 ดอลลาร์ ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น และนำไปใช้หลอกลวงเหยื่อในหลายรูปแบบ
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คือการใช้ภาพและเสียงของบุคคลมีชื่อเสียงที่สร้างขึ้นด้วย AI เพื่อชักชวนประชาชนให้สมัครแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย หรือใช้เหตุการณ์สำคัญอย่างการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA 2026 เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการหลอกลวงออนไลน์
Deepfake ส่งผลกระทบมากกว่าที่คิด
ภัยจาก Deepfake ไม่ได้กระทบเฉพาะบุคคลมีชื่อเสียง แต่ยังรวมถึงพนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจ และผู้ใช้งานทั่วไป เพราะมิจฉาชีพสามารถปลอมตัวเป็นคนรู้จัก ผู้บริหาร หรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อหลอกให้โอนเงิน เปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือเข้าถึงบัญชีออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
Kaspersky ระบุว่า จุดอันตรายของ Deepfake คือการผสมผสานเทคนิค AI เข้ากับการหลอกลวงทางจิตวิทยา เช่น การสร้างความเร่งด่วน ความกดดัน หรือความตกใจ เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบข้อมูล

หากสงสัยว่าเป็น Deepfake ควรทำอย่างไร?
Kaspersky แนะนำว่า หากพบสายโทร วิดีโอ หรือข้อความเสียงที่ดูผิดปกติ แม้จะเป็นบุคคลที่รู้จัก ก็ควรหยุดการสนทนาและตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นก่อนเสมอ โดยมีคำแนะนำดังนี้
- วางสายหรือยุติการสนทนา แล้วโทรกลับผ่านหมายเลขหรือแอปที่ใช้งานเป็นประจำ
- ตั้งสติ อย่าตัดสินใจจากแรงกดดันหรือคำขู่ของผู้โทร
- บันทึกหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ วิดีโอ ข้อความ วันที่ และเวลาที่เกิดเหตุ
- แจ้งแพลตฟอร์มหากพบเนื้อหา Deepfake เพื่อให้ตรวจสอบและลบข้อมูล
- หากมีความเสียหายด้านข้อมูลหรือการเงิน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
สิ่งสำคัญคือไม่ควรโต้ตอบ ต่อรอง หรือพยายามเจรจากับมิจฉาชีพ เพราะอาจทำให้ถูกกดดันและตกเป็นเป้าหมายมากขึ้น

ป้องกันใบหน้าและเสียงของตัวเองจาก AI
นอกจากการรับมือเมื่อถูกหลอกแล้ว Kaspersky ยังแนะนำให้ลดโอกาสที่ข้อมูลของเราจะถูกนำไปสร้าง Deepfake ด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่
- ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของโซเชียลมีเดีย ไม่เปิดรูปและวิดีโอให้สาธารณะทั้งหมด
- ไม่อนุญาตให้แอปที่ไม่น่าเชื่อถือเข้าถึงกล้องหรือไมโครโฟน
- ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละบริการ
- เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)
- ใช้ Passkey หรือ Password Manager เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชี
- ให้ความรู้กับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเกี่ยวกับภัย Deepfake
องค์กรยังแนะนำให้ใช้เครื่องมือสำหรับตรวจจับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ในกรณีที่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อต้องตรวจสอบวิดีโอหรือเสียงที่มีความเสี่ยงสูง
AI พัฒนาเร็ว ผู้ใช้งานต้องรู้เท่าทัน
แม้เทคโนโลยี AI จะช่วยให้การสร้างคอนเทนต์ทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็เปิดช่องให้มิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้นเช่นกัน การเห็นใบหน้า ได้ยินเสียง หรือวิดีโอของคนรู้จัก จึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าเป็นตัวจริงอีกต่อไป
Kaspersky แนะนำว่า วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบข้อมูลจากหลายช่องทาง ไม่รีบโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญจากคำขอที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และเปิดใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยของบัญชีทุกครั้งที่ทำได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากกลโกง Deepfake ในยุค AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว