Cover Image

Death Fest 2026 เทศกาลชวนคนไทยคุยเรื่องความตาย

มีคำถามหนึ่งที่ทุกคนรู้คำตอบ แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดออกมาดังๆ นั่นคือ “เราจะตายวันไหน”

และมีคำถามที่สองที่สำคัญกว่า “เราได้เตรียมตัวสำหรับวันนั้นหรือยัง”

Death Fest 2026 คือพื้นที่ที่สังคมไทยสร้างขึ้นเพื่อถามคำถามเหล่านั้นอย่างตรงๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเรื่องต้องห้าม

งานแฟร์ความตายที่ไม่ได้ชวนให้เศร้า

เมื่อได้ยินชื่อ Death Fest หลายคนอาจคิดว่ามันฟังดูหนัก เงียบ หรือไม่น่าไปใช้วันหยุด แต่ความจริงกลับตรงข้าม

Death Fest 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2569 เวลา 09.00-19.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี และที่น่าสนใจที่สุดคือเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

งานนี้ไม่ใช่งานศพ ไม่ใช่งานสวดมนต์ และไม่ใช่งานที่มาแล้วต้องร้องไห้ มันคือพื้นที่เรียนรู้และพูดคุยเรื่องวาระสุดท้ายของชีวิตในแบบที่คนทุกวัยเข้าถึงได้ ผ่านเวิร์กช็อป เสวนา กิจกรรม และประสบการณ์ที่บางอย่างไม่มีที่ไหนในประเทศทำได้เหมือนกัน

ทำไมสังคมไทยต้องการงานแบบนี้

Death Fest 2026

ความตายในสังคมไทยเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวหลีกเลี่ยงการพูดถึง ทั้งที่ช่วงเวลานั้นต้องการความเข้าใจ การสื่อสาร และการเตรียมตัว มากกว่าความเงียบหรือความกลัว

สิ่งที่ตามมาจากการไม่พูดคือความไม่พร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เรื่องการเงิน เรื่องความปรารถนาสุดท้าย หรือแม้แต่เรื่องของคนที่เหลืออยู่ข้างหลังว่าจะรับมือกับการสูญเสียอย่างไร

Death Fest 2026 มีธีมที่แตกต่างจากปีก่อน โดยปีก่อนหน้าเป็นการให้ผู้คนตระหนักว่าความตายเป็นเรื่องพูดได้ และทำให้คนเข้าถึงความรู้ในการวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า ส่วนปีนี้ตั้งใจให้งานเป็นพื้นที่พูดคุย แลกเปลี่ยน และรับฟังเสียงที่หลากหลาย แตกต่างไปจากที่เคยได้ยิน เพราะในปีที่ผ่านมาคนไทยผ่านเรื่องหนักๆ มามาก

โซนกิจกรรมที่ไม่เหมือนใคร

สิ่งที่ทำให้ Death Fest 2026 พิเศษคือออกแบบประสบการณ์ได้หลากหลายและลึกกว่าการฟังบรรยายทั่วไป

โซน Before I Die คือพื้นที่ที่ชวนให้กลับมาสำรวจสิ่งที่ยังค้างคาใจ เพื่อไม่ให้เหลือความเสียดายในวันสุดท้าย ทุกคนได้เขียนสิ่งที่อยากทำก่อนตายลงบนกระดาน และการได้เห็นว่าคนอื่นเขียนอะไรบ้างนั้นมักทำให้มองชีวิตตัวเองในแบบที่ต่างออกไป

Human Life-brary Cafe คือห้องสมุดมนุษย์ที่เปิดให้ฟังเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง ผู้เข้าร่วมจะได้ล้อมวงคุยกับผู้คนหลากหลายบทบาทที่ผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับความตายมาในแบบที่ต่างกัน ทั้งคนที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย คนที่รอดจากการป่วยหนัก และคนที่สูญเสียคนรัก

Death Cleaning Workshop คือการจัดบ้านแบบที่รู้ว่าวันหนึ่งเราจะไม่ได้อยู่ดูแลมัน แนวคิดมาจากประเทศสแกนดิเนเวียที่เชื่อว่าการจัดการข้าวของในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้คนที่จะอยู่ข้างหลัง

งานออกแบบพิธีงานศพบนถาดทรายคือกิจกรรมที่หลายคนบอกว่าทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นอย่างที่ไม่คาดคิด เพราะเมื่อต้องออกแบบวาระสุดท้ายของตัวเอง เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าในชีวิตนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร

วิทยากรที่พูดเรื่องยากได้อย่างเข้าถึง

งานนี้จะพูดเรื่องยากๆ แทนคุณ ผ่านพื้นที่เรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้คนในหลากหลายเส้นทางชีวิต วิทยากรในงานหลากหลายมาก ทั้ง นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, เชฟทักษ์-นุติ หุตะสิงห เจ้าของเพจดังด้านอาหาร และผู้ก่อตั้งเครือข่ายในหลายด้านที่เชื่อมโยงกับประเด็นชีวิตและความตาย

ความตายอาจเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่ไม่จำเป็นต้องเผชิญเพียงลำพัง ผู้เข้าร่วมจะได้รู้จักเครือข่ายสนับสนุน เช่น ชุมชนกรุณา ธนาคารจิตอาสา และอาสา ICU ที่ทำงานเคียงข้างผู้ป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัว

งานที่เข้าฟรีและเปลี่ยนมุมมองชีวิตได้

สิ่งที่น่าสังเกตที่สุดเกี่ยวกับ Death Fest 2026 คือมันเป็นงานที่เปิดให้ทุกคนเข้าฟรี ในสังคมที่มักมองว่าความรู้ที่มีคุณค่าต้องมีค่าใช้จ่าย การที่งานนี้ไม่มีค่าเข้าชมคือการส่งสัญญาณว่าการพูดเรื่องความตายเป็นสิทธิ์ของทุกคน ไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนที่มีเวลาและเงินเพียงพอ

การเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจในงาน Death Fest 2026 เพราะเมื่อกล้าพูดเรื่องความตาย เราก็กลับมาใช้ชีวิตในวันที่ยังมีลมหายใจได้อย่างมีความหมายขึ้น

Back To Top