กทม. สั่งเบรกใบอนุญาตสร้าง Data Center แห่งใหม่ เร่งอุดช่องโหว่กฎหมายเลี่ยงทำ EIA ชัชชาติ ตอบข้อกังวลปมแย่งน้ำ-ไฟ-คลังน้ำมันกลางชุมชน
วันนี้ (2 กันยายน) กรุงเทพมหานคร ร่วุมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การประปานครหลวง (กปน.) และกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมแถลงข่าวชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจและลดข้อกังวลของประชาชน กรณีการขยายตัวของการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่กลางแหล่งชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งนำมาสู่ความกังวลเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การแย่งชิงทรัพยากร และความปลอดภัย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มทุนยื่นขออนุญาตก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่แบบ Stand alone ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2564-2565 จำนวน 6 แห่ง โดยได้รับอนุญาตไปแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่งที่เหลือ กทม. ได้สั่งระงับการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อให้กลับไปทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นมาจากช่องโหว่ทางกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดนิยามของ Data Center อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการอาศัยช่องว่างนี้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างในรูปแบบอาคารคลังสินค้า ซึ่งตามกฎหมายผังเมืองและการควบคุมอาคาร ไม่เข้าข่ายประเภทกิจการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือต้องขออนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศคำนิยามของ Data Center ออกมาแล้ว ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกหน่วยงานจะได้นำไปปรับปรุงกฎหมาย ทั้งด้านผังเมืองและการทำ EIA ให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน
สำหรับข้อกังวลเรื่องการใช้ทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำประปานั้น ตัวแทนจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ชี้แจงว่า Data Center ในกรุงเทพฯ มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยเฉลี่ยใช้ไฟฟ้าประมาณ 8-20 เมกะวัตต์ ซึ่งน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าหรือโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟหลัก 100 เมกะวัตต์ จึงไม่กระทบต่อการใช้ไฟของประชาชน
เช่นเดียวกับการประปานครหลวง (กปน.) ที่ระบุว่า ปริมาณการใช้น้ำเพื่อหล่อเย็นของ Data Center อยู่ที่ประมาณ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งน้อยกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ (20,000 ลบ.ม.) และห้างสรรพสินค้า (30,000-40,000 ลบ.ม.) อย่างมีนัยสำคัญ
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลให้ชาวบ้าน คือการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาลเพื่อใช้สำหรับเครื่องปั่นไฟสำรอง ตัวแทนจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ตามกฎหมายสามารถกักเก็บเพื่อใช้ในกิจการตนเองได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 ลิตร แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ระงับการออกใบอนุญาต ตั้งคลังน้ำมันสำหรับ Data Center แห่งใหม่ไว้ก่อนทั้งหมด เพื่อรอให้บอร์ด Data Center ระดับชาติ กำหนดเกณฑ์ควบคุมที่ชัดเจน
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า Data Center ย่านพระราม 9 มีการกักเก็บน้ำมันสูงถึง 400,000 ลิตรนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการขออนุญาตไว้เพียง 200,000 ลิตร หากพบว่ามีการลักลอบเก็บเกินกว่าที่ขออนุญาต จะมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวย้ำว่า แม้ Data Center จะมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและต้องตั้งอยู่ในเมืองเพื่อลดความหน่วงของสัญญาณ (Latency) แต่การพัฒนาเทคโนโลยีต้องเติบโตควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของคนในเมือง ในระหว่างที่รอกฎหมายใหม่บังคับใช้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องเสียงรบกวน มลพิษ และความร้อน หากพบว่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญ จะบังคับใช้กฎหมายส่วนท้องถิ่นเข้าจัดการทันที