Cover Image

เสียงโซเชียลตั้งคำถาม Data Center ผุดทั่วกรุง คนไทยได้อะไร?


Social Listening พบคนไทย 63.2% ยังอยู่ในโหมดตั้งคำถามและประเมินข้อมูล ขณะที่ 32.1% แสดงความกังวลเรื่องพลังงาน น้ำ ความปลอดภัย และการกำกับดูแล สะท้อนโจทย์ใหม่ของ Data Center ไทยที่ไม่ได้อยู่แค่การดึงเงินลงทุน แต่คือการสร้างประโยชน์กลับสู่เศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

การขยายตัวของ Cloud, AI และบริการดิจิทัลกำลังผลักดัน Data Center ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ขณะที่การเข้ามาของผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกทำให้ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐาน Data Center สำคัญของภูมิภาค

แต่เมื่อ Data Center เริ่มขยับจากเรื่องของ Digital Infrastructure เข้ามาใกล้พื้นที่เมืองและชุมชนมากขึ้น คำถามจากสังคมก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากเดิมที่พูดถึงเม็ดเงินลงทุนและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ไปสู่ประเด็น ไฟฟ้า น้ำ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ผังเมือง กฎหมาย และผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด จึงรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ dxt:360 เพื่อฟังเสียงบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) ในช่วงวันที่ 16 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 เพื่อสำรวจว่า เมื่อ Data Center เข้ามาอยู่ในบทสนทนาของสังคม คนบนโซเชียลกำลังพูดถึงเรื่องอะไร มองการเติบโตนี้อย่างไร และคาดหวังให้เกิดการจัดการในทิศทางใด

ผลสำรวจชี้ว่า แม้ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นภาพหลักของ Data Center แต่บทสนทนาในสังคมกำลังขยายไปสู่การตั้งคำถามถึง ต้นทุนและผลกระทบที่เกิดขึ้นควบคู่กับการลงทุน

5 ประเด็นหลักที่คนพูดถึง Data Center มากที่สุด

จากการสำรวจบทสนทนาบนโซเชียลมีเดีย พบว่าความสนใจเกี่ยวกับ Data Center ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเทคโนโลยีหรือการลงทุน แต่ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานและทรัพยากร ความปลอดภัย ผลกระทบต่อชุมชน ไปจนถึงคำถามเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการกำกับดูแล โดยสามารถแบ่งประเด็นหลักได้เป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

5 ประเด็นหลักที่คนพูดถึง Data Center มากที่สุด

1. AI เทคโนโลยี และ Digital Infrastructure — 33.0%

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดยังคงเป็นบทบาทของ Data Center ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI และ Cloud ทั้งข่าวเกี่ยวกับชิป บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และความต้องการกำลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าในสายตาของผู้ใช้งาน Data Center ยังถูกเชื่อมโยงกับทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างชัดเจน

2. พลังงาน น้ำ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม — 21.5%

การใช้ทรัพยากรเป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจสูง โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนำไปสู่คำถามเรื่องความเพียงพอของพลังงานและผลกระทบต่อค่าไฟของประชาชน นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการใช้น้ำเพื่อระบบหล่อเย็น ความร้อน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแนวคิดด้านพลังงานทางเลือก เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของ Data Center ในอนาคต

3. ความปลอดภัย กฎหมาย และพื้นที่ตั้ง — 20.4%

กระแสข่าว Data Center ย่านพระราม 9 ทำให้เรื่องที่เดิมดูเป็นประเด็นเฉพาะด้านเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ตั้งแต่การเก็บน้ำมันดีเซลสำรอง ใบอนุญาต การทำ EIA ไปจนถึงคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของผังเมือง ประเภทอาคาร และกระบวนการขออนุญาต โดยเฉพาะเมื่อ Data Center ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลและพื้นที่ชุมชน คำถามสำคัญจึงขยับไปสู่เรื่องว่า Data Center ควรตั้งอยู่ที่ใด และกฎเกณฑ์ที่มีอยู่สามารถรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่นี้ได้เพียงพอหรือไม่

4. การลงทุน เศรษฐกิจ และผลประโยชน์ต่อไทย — 17.1%

Data Center ยังคงถูกพูดถึงในฐานะโอกาสด้านการลงทุน ทั้งจากเงินลงทุนของบริษัทต่างชาติ มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนโอกาสของธุรกิจในกลุ่มพลังงาน นิคมอุตสาหกรรม และตลาดทุน อย่างไรก็ตาม บทสนทนาบางส่วนเริ่มขยับจากคำถามว่า “มีเงินลงทุนเข้ามาเท่าไร” ไปสู่ “ประเทศไทยได้รับอะไรจากการลงทุนนี้” ทั้งการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และมูลค่าที่จะตกอยู่กับธุรกิจและบุคลากรไทย

5. ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส — 8.0%

แม้จะมีสัดส่วนน้อยที่สุด แต่เป็นประเด็นที่สะท้อนคำถามเกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล กระบวนการอนุญาต และความโปร่งใสในการดำเนินงาน

แม้ Data Center จะยังถูกเชื่อมโยงกับ AI และโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่บทสนทนาบนโซเชียลชี้ให้เห็นว่า ความสนใจของสังคมได้ขยายไปถึงต้นทุนที่ตามมาด้วย ทั้งพลังงาน ทรัพยากร ความปลอดภัย และการกำกับดูแล ทำให้บทสนทนาเกี่ยวกับ Data Center ขยายจากเรื่องเทคโนโลยี ไปสู่คำถามเรื่องผลกระทบที่สังคมต้องรับร่วมกันมากขึ้น

แล้วสังคมโซเชียลมอง Data Center อย่างไร?

เมื่อเจาะลึกลงไปในความคิดเห็นของผู้ใช้งาน พบว่าท่าทีส่วนใหญ่ยังไม่ได้แบ่งออกเป็น “สนับสนุน” หรือ “ต่อต้าน” อย่างเด็ดขาด แต่ยังอยู่ในช่วงของการตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนข้อมูล และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่กลุ่มที่ยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจนมีสัดส่วนมากที่สุด บ่งชี้ว่าประเด็น Data Center ยังอยู่ในช่วงที่ประชาชนกำลังทำความเข้าใจและประเมินข้อมูลรอบด้าน

Data Center ในสายตาของคนในโซเชียล

ยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจน ให้ข้อมูล หรือตั้งคำถาม  (63.2%)

ความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนหรือต่อต้านโดยตรง แต่เป็นการถามข้อมูลเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนข้อเท็จจริง หรือพยายามทำความเข้าใจผลกระทบของ Data Center ทั้งเรื่องการใช้ไฟฟ้า น้ำ การจ้างงาน และกฎหมาย ชี้ให้เห็นว่า Data Center ยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับคนทั่วไป และหลายคนยังอยู่ในขั้นประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้จะส่งผลต่อชีวิตและเศรษฐกิจอย่างไร

กังวลหรือไม่เห็นด้วย (32.1%)

ความกังวลส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการปฏิเสธ Data Center ในฐานะเทคโนโลยี แต่เกิดจากผลกระทบที่อาจตามมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานและทรัพยากร ความปลอดภัยของชุมชน การตั้งอยู่กลางเมือง รวมถึงคำถามว่าระบบกำกับดูแลมีความพร้อมเพียงใด โดยเฉพาะการตั้งอยู่ย่านชุมชนอย่างพระราม 9 ยิ่งทำให้ความเสี่ยงที่เดิมดูไกลตัวถูกมองเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นใกล้บ้านได้

สนับสนุน หรือยอมรับได้ภายใต้เงื่อนไข (4.7%)

เสียงที่มอง Data Center ในเชิงบวกมีสัดส่วนไม่มาก แต่สะท้อนมุมมองว่าการลงทุนประเภทนี้มีความจำเป็นต่อ AI เศรษฐกิจดิจิทัล และการแข่งขันของประเทศ อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจำนวนหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ผูกอยู่กับความคาดหวังว่าต้องมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย กฎหมาย และการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม

สังคมไม่ได้ปฏิเสธ Data Center แต่ต้องการกติกาที่ชัดเจน

เมื่อพิจารณาเฉพาะความคิดเห็นที่เสนอแนวทางหรือสิ่งที่ควรดำเนินการ พบว่าข้อเสนอส่วนใหญ่ที่ปรากฏไม่ได้มุ่งไปที่การปฏิเสธ Data Center โดยตรง แต่ให้น้ำหนักกับการสร้างกติกา ระบบกำกับดูแล และการจัดการผลกระทบให้ชัดเจนมากกว่า เพื่อให้การเติบโตของ Data Center สามารถเกิดขึ้นควบคู่กับประโยชน์ของสังคม 

ทางออกในสายตาของผู้ใช้โซเชียล

43.8% ⎯ กฎหมาย การกำกับดูแล และความโปร่งใส

ทางออกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการมีกฎหมายและเกณฑ์กำกับ Data Center ที่ชัดเจน ตั้งแต่กระบวนการอนุญาต การประเมินผลกระทบ ไปจนถึงการระบุหน่วยงานเจ้าภาพที่สามารถตรวจสอบและรับผิดชอบได้ โดยความโปร่งใสของข้อมูลและกระบวนการกลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน

38.0%จัดการทรัพยากรและผลประโยชน์ให้คุ้มค่า

อีกความคาดหวังสำคัญคือการทำให้ต้นทุนที่ประเทศต้องใช้เพื่อรองรับ Data Center ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำ หรือโครงสร้างพื้นฐาน สอดคล้องกับประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับ ทั้งในรูปของการจ้างงาน รายได้ ภาษี การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยี กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หาก Data Center ใช้ทรัพยากรของประเทศมาก ประชาชนก็ต้องการเห็นคุณค่า ที่กลับคืนสู่ประเทศอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน

18.2%การจัดการพื้นที่ตั้งและความปลอดภัยของชุมชน

กลุ่มสุดท้ายให้ความสำคัญกับสถานที่ตั้งและมาตรฐานความปลอดภัย ประชาชนกลุ่มนี้เสนอให้กำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับ Data Center แยกออกจากพื้นที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล หรือสถานศึกษา รวมถึงเพิ่มมาตรการตรวจสอบเชื้อเพลิงสำรองและความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับข้อถกเถียงหลังกรณี Data Center กลางเมืองที่ทำให้เรื่องระยะห่างจากชุมชนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของประเด็นนี้ โดยอาจต้องดูข้อกำหนดการวางผังเมืองกรุงเทพฯ ว่ามีข้อกำหนดไว้หรือไม่

ไทยไม่ได้เผชิญโจทย์นี้เพียงลำพัง

กรณีจากต่างประเทศพบว่า หลายประเทศกำลังเผชิญโจทย์คล้ายกันในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของ Data Center ความมั่นคงด้านพลังงาน และการวางแนวทางบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่โดยรอบ เช่น สิงคโปร์ ซึ่งเคยทบทวนแนวทางการอนุมัติ Data Center ช่วงหนึ่ง เพื่อกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานที่เหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร 

กรุงเทพฯ จึงไม่ได้เผชิญคำถามที่แตกต่างจากเมือง Data Center สำคัญทั่วโลกมากนัก แต่กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องหาสมดุลระหว่างโอกาสทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของทรัพยากร และการยอมรับจากชุมชน

เมื่อความไว้วางใจจากสังคมคือหัวใจสำคัญ

ข้อมูลจาก Social Listening ชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายของ Data Center ในบทสนทนาบนโซเชียลไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคำถามที่ตามมากับการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากร ความปลอดภัย ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ และความชัดเจนว่าใครเป็นผู้กำกับดูแล 

เสียงส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงของการตั้งคำถามและประเมินข้อมูล มากกว่าจะปฏิเสธหรือสนับสนุน Data Center อย่างเด็ดขาด ขณะที่เมื่อเสียงโซเชียลพูดถึง “ทางออก” สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดกลับเป็นกติกาที่ชัดเจน การบริหารทรัพยากรอย่างเหมาะสม และมาตรฐานที่ช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน แสดงให้เห็นว่าความเข้าใจและความไว้วางใจจากสังคม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต 

จากข้อมูลจึงสะท้อนว่า คำถามสำคัญในบทสนทนาบนโซเชียลอาจไม่ได้อยู่เพียงว่า “ประเทศไทยควรมี Data Center หรือไม่” แต่เป็นคำถามว่า

“หาก Data Center จะเติบโตในประเทศไทย โอกาสทางเศรษฐกิจนั้นจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างไร โดยไม่ผลักภาระต้นทุนและความเสี่ยงให้แก่ประชาชน”


ที่มาข้อมูล : ดาต้าเซ็ต

Back To Top