Cover Image

CREDIT โชว์กำไร 6 เดือนโตทะลุ 2 พันล้าน รับพอร์ตสินเชื่อแกร่ง-คุม NPL อยู่หมัด


นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,153.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 989.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นของ CREDIT อยู่ที่ 1.74 บาทต่อหุ้นสำหรับงวดครึ่งปีแรก และ 0.80 บาทต่อหุ้นสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานของ CREDIT มาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของยอดเงินให้สินเชื่อรวมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดรวมอยู่ที่ 194,080.5 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ CREDIT สามารถขยายสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจหลักได้โดดเด่น โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME (MSME) ที่เติบโตร้อยละ 13.9 สอดคล้องกับกระแสตอบรับที่ดีของผู้ประกอบการหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” และการเปิดศูนย์ธุรกิจสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี (Micro SME Business Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางสนับสนุนสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันยังขยายตัวร้อยละ 9.4 และสินเชื่อบุคคลและอื่นๆ เติบโตร้อยละ 44.9 รวมไปถึงการรับรู้รายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF จากมาตรการคุณสู้เราช่วยและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากเหตุอุทกภัยทางภาคใต้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 สาเหตุหลักมาจากการจ่ายดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม รวมถึงหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์การบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาด ที่จะช่วยให้ธนาคารลดรายจ่ายดอกเบี้ยลงได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ CREDIT ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับความรอบคอบและวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ผ่านการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ควบคู่กับมาตรการเชิงรุกตามนโยบายภาครัฐ เช่น มาตรการ “SMEs Credit Boost” เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 1 มาอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 7.1 สำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2569

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ CREDIT ยังคงบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPLs) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 4.3 แต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย ขณะที่อัตราส่วนการกันสำรองเพื่อครอบคลุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 148.2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกสะท้อนให้เห็นว่า CREDIT ไม่ได้มุ่งขยายธุรกิจเพียงในเชิงปริมาณ แต่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่ม MSME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยในปี 2569 CREDIT ยังคงมั่นใจต่อเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในระดับเลขสองหลัก ควบคู่กับการควบคุม NPLs ให้อยู่ต่ำกว่าร้อยละ 4.5 ผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และความยืดหยุ่นในการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ผ่านการประเมินมูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าและสร้างความเท่าเทียมทางการเงินในสังคมไทย

ความสำเร็จของ CREDIT ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ยังสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่มีรายได้สูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากรายงาน Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2569 ควบคู่กับการได้รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

นายรอยย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปีนี้ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความท้าทายรอบด้าน CREDIT จึงมุ่งมั่นเป็นพันธมิตรที่พร้อมเคียงข้างและสนับสนุนศักยภาพของผู้ประกอบการ ผ่านการเติมเต็มช่องว่างทางการเงินและให้บริการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Back to top button

Back To Top