ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ วิตกน้ำมันพุ่ง จับตา CPI ประเมินดอกเบี้ยเฟด

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (11 ก.ย.) โดยตลาดถูกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้น 0.47% แตะระดับ 102.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 0.54% แตะที่ระดับ 108.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 5.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.8% ในเดือนก.ค. ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ ทำให้ตลาดวิตกกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 70% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. เพิ่มขึ้นจาก 64% ก่อนการเปิดเผยดัชนี PPI

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากราคาค้าส่ง ปรับตัวขึ้น 7.6% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 7.4% โดยมีสาเหตุมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงโลหะนอกกลุ่มเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวกับที่ทำให้ดัชนี PPI พุ่งขึ้นในเดือนก.ค.

แม้ดัชนี PPI เดือนส.ค.ชะลอตัวลงจากระดับ 7.7% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2566 แต่การที่ดัชนีเคลื่อนไหวเหนือระดับ 7% ติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ BOJ เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับประมาณ 1.25% ในการประชุมวันที่ 18 ก.ย.นี้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช


Back To Top