สานต่อทุน ‘พระองค์ภา’ Cornell-ไทย ต่ออายุความร่วมมือด้านกฎหมาย
Cornell Law School ร่วมกับเนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ ลงนามต่ออายุ Memorandum of Agreement (MOA) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ที่ Cornell Law School เมืองอิทาคา รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการศึกษากฎหมาย การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และการพัฒนานักกฎหมายไทยรุ่นใหม่
ดูภาพข่าว
- ความร่วมมือเกือบ 20 ปี
- สานต่อผ่านการลงทุนใน ‘คน’
- จากทุนการศึกษา สู่โอกาสของคนรุ่นต่อไป
- ลงนาม MOA พร้อมพิธีรำลึก
ความร่วมมือดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2007 และดำเนินต่อเนื่องมาเกือบสองทศวรรษ โดยมีกองทุนเพื่อการศึกษากฎหมายในพระนามของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักกฎหมายไทยที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับ LL.M. (ปริญญาโททางกฎหมาย) ที่ Cornell Law School
พิธีลงนามครั้งนี้มี อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะนายกเนติบัณฑิตยสภา และ ศ. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ เข้าร่วมกับผู้บริหาร Cornell Law School โดยความร่วมมือครอบคลุมทั้งทุนการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักวิชาการ และกิจกรรมทางวิชาการระหว่าง Cornell กับแวดวงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย
ความร่วมมือเกือบ 20 ปี
นับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการ มีนักกฎหมายไทย 18 คนได้รับโอกาสมาศึกษาที่ Cornell หลายคนกลับมาทำงานในฐานะผู้พิพากษา อัยการ นักกฎหมาย นักวิชาการ และบุคลากรในภาครัฐ ขณะที่ความร่วมมือยังขยายไปสู่การแลกเปลี่ยนอาจารย์และองค์ความรู้ระหว่าง Cornell กับประเทศไทยด้วย
Jens David Ohlin คณบดี Cornell Law School กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Cornell กับประเทศไทยว่า
“ในบรรดาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา ความสัมพันธ์กับประเทศไทยมีสถานะที่พิเศษ”
เขาระบุว่า ตลอดหลายทศวรรษ Cornell Law School ได้ต้อนรับผู้พิพากษา นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และนักวิชาการจากประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งหลายคนกลับไปมีบทบาทสำคัญในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย
สานต่อผ่านการลงทุนใน ‘คน’
ด้าน อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวถึงความหมายของการสานต่อกองทุนผ่านการลงทุนในนักกฎหมายรุ่นใหม่ว่า
“เราสามารถสร้างอนุสรณ์จากหิน หรือจารึกชื่อไว้บนกำแพง แต่บางทีอนุสรณ์ที่มีความหมายที่สุดที่เราจะสร้างได้ คือมนุษย์คนหนึ่ง”
เขากล่าวว่า เมื่อเปิดโอกาสให้นักกฎหมายไทยรุ่นใหม่มาศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการมอบปริญญา แต่เป็นการเปิดโลกทางความคิด สร้างจิตสำนึก และเปิดประตูให้คนคนหนึ่ง ซึ่งในอนาคตอาจกลับไปเปิดประตูให้กับผู้อื่นอีกจำนวนมาก
ประธานศาลฎีกายังกล่าวว่า
“หินตั้งอยู่กับที่ แต่มนุษย์ที่ได้รับการศึกษาสามารถนำความรู้ ความกล้าหาญ และความเมตตาเข้าไปสู่ห้องพิจารณาคดี ห้องเรียน และชุมชน”
พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ลงทุนในคนเพียงหนึ่งคนอาจส่งผลต่อชีวิตของผู้คนอีกนับร้อยหรือนับพันคนที่เราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยตนเอง
จากทุนการศึกษา สู่โอกาสของคนรุ่นต่อไป
ศ.ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือว่า เกือบ 20 ปีก่อน มีการหารือกันว่าควรสานต่อความผูกพันของพระองค์ภากับ Cornell Law School ในรูปแบบใด ก่อนจะได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่มีความหมายที่สุดไม่ใช่การสร้างอนุสรณ์เพื่อบอกเล่าความสำเร็จของบุคคลหนึ่ง แต่คือการสร้างโอกาสให้ผู้อื่นได้เติบโต
“เกือบ 20 ปีก่อน เราตัดสินใจว่าวิธีที่ดีที่สุดในการถวายพระเกียรติแด่พระองค์ คือการสร้างโอกาสให้กับผู้อื่น การต่ออายุความร่วมมือในวันนี้ คือการยืนยันการตัดสินใจนั้นอีกครั้ง และทำให้โอกาสที่เกิดขึ้นในพระนามยังคงส่งต่อไปถึงคนรุ่นต่อๆ ไป”
เขากล่าวด้วยว่า ตัวชี้วัดความสำเร็จของความร่วมมือนี้ไม่ควรอยู่เพียงจำนวนข้อตกลงที่ลงนามหรือจำนวนกิจกรรมแลกเปลี่ยน แต่ควรดูว่าผู้ได้รับโอกาสจากโครงการกลับไปสร้างความเข้มแข็งให้สถาบัน รับใช้ผู้คน และสร้างโอกาสต่อให้ผู้อื่นอย่างไร
ลงนาม MOA พร้อมพิธีรำลึก
การต่ออายุ MOA ครั้งนี้จัดขึ้นพร้อมกับพิธีรำลึกถึงพระองค์ภา ศิษย์เก่า Cornell Law School ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางกฎหมายในปี 2002 และปริญญาเอกทางกฎหมายในปี 2005 ก่อนทรงนำองค์ความรู้ด้านกฎหมายไปสู่การทรงงานในฐานะอัยการ นักการทูต และการผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นผู้หญิง ผู้ต้องขัง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
Cornell ระบุว่า งานครั้งนี้มีสองเป้าหมายที่เชื่อมโยงกัน คือการต่ออายุความร่วมมือระหว่างสามสถาบัน และการรำลึกถึงสิ่งที่พระองค์ภาทรงทิ้งไว้ โดยการศึกษากฎหมายและการสร้างนักกฎหมายรุ่นต่อไปจะยังเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญของการสานต่องานดังกล่าว








