Cover Image

ติดดาวให้ของดีติดโอกาสให้คนทำของ CJ MORE ดัน “CJ STAR ของดีติดดาว” ชูสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั่วประเทศ - เส้นทางเศรษฐี

ประเทศไทยมีสินค้าจากชุมชนจำนวนไม่น้อยที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจของคนในท้องถิ่น แต่ของดีหลายรายการยังต้องการโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น การสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กจึงเป็นอีกแรงสำคัญในการต่อยอดคุณค่าท้องถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน เมื่อเรื่องราวและคุณค่าของสินค้าท้องถิ่นได้รับการส่งต่อถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ของดีจากชุมชนก็มีโอกาสเติบโตไปได้ไกลกว่าตลาดเดิม

ด้วยแนวคิดดังกล่าว ซีเจ มอร์ (CJ MORE) จึงเดินหน้าโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว เพื่อค้นหาและสนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็กในชุมชนทั่วประเทศ พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์ และบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับการถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายร้าน CJ MORE ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด เป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และเป็นช่องทางสำคัญในการผลักดันสินค้าชุมชนให้ก้าวพ้นจากตลาดในพื้นที่ สู่การเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านพื้นที่หัวชั้น “CJ STAR ของดีติดดาว ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้และเปิดพื้นที่ให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนได้แสดงศักยภาพมากยิ่งขึ้น

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็ก ตลอดจนผู้ผลิตสินค้าชุมชนและสินค้าท้องถิ่นที่มีศักยภาพ แต่ยังขาดช่องทางในการเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ โดยมองว่าในประเทศไทยยังมีสินค้าดีอีกจำนวนมากที่เกิดจากภูมิปัญญา ความตั้งใจ และความสามารถของคนในแต่ละพื้นที่ เพียงแต่สินค้าจำนวนไม่น้อยยังไม่มีโอกาสได้พบกับผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะที่ CJ MORE ซึ่งเติบโตขึ้นจากการได้รับการสนับสนุนของชุมชน จึงต้องการนำศักยภาพของธุรกิจกลับไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้มีโอกาสนำเสนอและจำหน่ายสินค้า

ผมอยากให้ CJ เป็นองค์กรแห่งโอกาส ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับคนตัวเล็กๆ ในชุมชน โอกาสสำหรับผู้ผลิตที่มีสินค้าดีแต่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าสู่ตลาดใหญ่ และเป็นโอกาสสำหรับคนที่มีความสามารถที่ยังไม่มีพื้นที่ให้คนทั่วประเทศได้เห็น

จากแนวคิดดังกล่าว CJ MORE จึงวางบทบาทของตัวเองให้เป็นมากกว่าร้านค้าชุมชน แต่ทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อม ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนไปสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยปัจจุบัน CJ MORE มีเครือข่ายร้านค้ามากกว่า 2,100 สาขา และเริ่มต้นนำสินค้าภายใต้โครงการผ่านร้าน CJ MORE กว่า 538 สาขาในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ก่อนเดินหน้าขยายโอกาสไปยังเครือข่ายกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมมากกว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับกระบวนการทำงาน ทีมงาน CJ MORE จะเป็นฝ่ายลงพื้นที่เพื่อค้นหาผู้ประกอบการและสินค้าที่มีศักยภาพ โดยไม่รอให้ผู้ผลิตเป็นฝ่ายเข้ามาหา จากนั้นจึงเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่การปรับปรุงคุณภาพ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความสำคัญ เพราะนอกจากช่วยให้สินค้าจำหน่ายได้แล้ว ยังเป็นการสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการในระยะยาว

นายเสถียร กล่าวอีกว่า การสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าชุมชนมีความสำคัญ เพราะเมื่อสินค้าสามารถเติบโตและเป็นที่รู้จัก แบรนด์ที่สร้างขึ้นก็สามารถกลายเป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบการ และมีโอกาสส่งต่อไปยังลูกหลานในอนาคตได้ จึงต้องการให้การสนับสนุนไม่ได้จบลงเพียงการนำสินค้าเข้ามาวางขาย แต่เป็นการวางรากฐานให้ผู้ผลิตสามารถพัฒนาธุรกิจต่อไปได้ด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกัน โครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว ยังมีแนวคิดในการติดดาวให้กับสินค้าที่มีคุณค่าและศักยภาพ โดยดาวแต่ละระดับสะท้อนมุมมองของ CJ MORE ตั้งแต่การมองเห็นคุณค่าของสินค้า ความตั้งใจและคุณภาพของผู้ผลิต ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงศักยภาพในการเติบโตในอนาคต เมื่อสินค้าผ่านการคัดเลือกและได้รับการติดดาว จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการได้รับพื้นที่วางจำหน่าย แต่เป็นการเปิดโอกาสให้สินค้าเดินทางจากชุมชนไปสู่อำเภอ จังหวัด และตลาดที่กว้างขึ้น

ผมอยากให้ CJ เป็นร้านที่คนในชุมชนรู้สึกว่า ถ้าฉันมีของดี ฉันมีโอกาส และถ้าของฉันดี ฉันตั้งใจทำและมีคุณภาพ CJ ก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสและเปิดประตูให้พวกเราเข้าไปขาย

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ในระยะแรกมีสินค้าที่นำร่องเข้ามาจำหน่ายจำนวน 21 รายการ จากผู้ประกอบการ 14 ราย และเตรียมเดินหน้าสู่เฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 ภายในปีนี้ โดยการดำเนินงานแบ่งออกเป็นหลายระยะ เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายมีความพร้อมแตกต่างกัน บางรายมีสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ยังต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมในด้านบรรจุภัณฑ์ มาตรฐาน หรือการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. เพื่อให้สามารถขยายตลาดได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ CJ MORE ยังมองไปถึงโอกาสในการต่อยอดสินค้าชุมชนสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีสินค้าหลายรายการที่มีเอกลักษณ์และศักยภาพในการพัฒนา เช่น “เผือกทอด” ซึ่งมีจุดเด่นด้านกลิ่นหอมและกระบวนการผลิตที่ใช้การสไลด์ด้วยมือ ทำให้เกิดความบางและมีลักษณะเฉพาะตัว สะท้อนถึงฝีมือและคุณค่าของกระบวนการผลิตจากชุมชน โดยมองว่าสินค้าลักษณะนี้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศได้ หากมีความพร้อมด้านการผลิตและมาตรฐาน

โอกาสดังกล่าวยังสอดคล้องกับเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มคาราบาวในต่างประเทศ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเพื่อเปิดตลาดให้กับสินค้าชุมชนไทยในอนาคต โดยที่ผ่านมา มีลูกค้าชาวจีนที่ได้ทดลองชิมกล้วยฉาบและสนใจนำไปจำหน่ายในประเทศจีน รวมถึงมีการพูดคุยถึงสินค้าเผือกทอดด้วยเช่นกัน จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถต่อยอดได้เมื่อสินค้ามีความพร้อมเพียงพอ

ในด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ CJ MORE ยังพยายามลดข้อจำกัดและกติกาบางส่วนที่เคยใช้กับผู้ค้าระดับประเทศ เพื่อให้สินค้าชุมชนสามารถเข้ามาวางจำหน่ายได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับการทำให้สินค้าขายได้จริงมากกว่าการมุ่งเน้นผลกำไรของ CJ เพียงด้านเดียว ทั้งเรื่องการกำหนดราคาขาย บรรจุภัณฑ์ และรูปแบบสินค้า จึงถูกนำมาพิจารณาร่วมกันเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

เราไม่ได้มุ่งเน้นตั้งแต่แรกว่าจะต้องได้กำไรเท่าไหร่ แต่พิจารณาว่าจะต้องตั้งราคาขายเท่าใด และทำ Packaging อย่างไรจึงจะทำให้สินค้านั้นขายได้ โดยกำไรของ CJ ถือเป็นเรื่องรอง นายเสถียร กล่าว

ปัจจุบัน CJ MORE อยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าเพิ่มเติมอีกกว่า 10 รายการ และมีการติดต่อพูดคุยกับผู้ประกอบการอีกประมาณ 40 – 50 ราย ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เหนือจรดใต้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการค้นหา “ของดี” และ “คนทำของดี” จากชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตที่มีศักยภาพได้เข้ามาสู่กระบวนการพัฒนาและทดลองตลาด

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการนำสินค้าชุมชนเข้าสู่ตลาดในวงกว้างคือกำลังการผลิต แม้สินค้าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค แต่ผู้ผลิตบางรายยังมีกำลังการผลิตจำกัด เช่น เผือกทอดที่ต้องใช้เผือกสดมากกว่า 2 ตัน จึงจะสามารถผลิตสินค้าแปรรูปได้ประมาณ 400 กิโลกรัม เมื่อนำไปกระจายยังร้านค้ากว่า 500 สาขา จึงมีสินค้าเฉลี่ยเพียงไม่กี่ถุงต่อสาขา และบางรายการสามารถจำหน่ายหมดได้ภายในวันเดียว

ด้วยเหตุนี้ CJ MORE จึงเข้าไปช่วยผู้ประกอบการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิต โดยไม่ต้องการให้ผู้ผลิตแบกรับภาระการลงทุนจำนวนมากตั้งแต่เริ่มต้น แต่ใช้วิธีทยอยขยายจากจำนวนสาขาที่เหมาะสม เช่น 10 – 20 สาขา ก่อนประเมินผลตอบรับและค่อยขยายเพิ่มเติม รวมถึงช่วยปรับขนาดสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้บริโภค เพราะสินค้าที่ดีจำเป็นต้องตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ราคา ขนาด และความสะดวกในการบริโภค

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า “CJ STAR ของดีติดดาว” ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มสินค้าใหม่เข้าสู่ร้าน CJ MORE แต่เป็นแนวทางในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กและผู้ผลิตสินค้าชุมชน โดยนำศักยภาพของช่องทางจัดจำหน่ายเข้ามาเชื่อมโยงสินค้าชุมชนกับผู้บริโภค พร้อมช่วยพัฒนาสินค้าให้มีความพร้อมและสามารถเติบโตได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ความหมายของ “ดาว” จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงสัญลักษณ์บนชั้นวางสินค้า แต่สะท้อนถึงคุณค่าและความตั้งใจของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ทั้งผู้ประกอบการ ครอบครัว และชุมชน โดย CJ MORE พร้อมทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เปิดทางให้สินค้าจากชุมชนได้พบกับผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมผลักดันศักยภาพของสินค้าให้ก้าวจากตลาดท้องถิ่นสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และฝีมือของคนไทยได้รับการมองเห็นและมีโอกาสเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้ผลิตทุกท่านที่เชื่อมั่นและเดินทางมาร่วมกัน ผมหวังว่าสินค้าติดดาวจะไม่ได้ติดดาวอยู่เพียงแค่บนชั้นวางสินค้าเท่านั้น แต่ดาวทุกดวงจะเป็นตัวแทนของคนๆ หนึ่ง ครอบครัวๆ หนึ่ง และชุมชนๆ หนึ่ง ที่กำลังมีโอกาสเติบโตยิ่งใหญ่ เพราะผมเชื่อว่าประเทศไทยมีของดีอยู่มากมาย สิ่งที่เราต้องการทำคือช่วยกันเปิดโอกาสให้ของดีเหล่านั้นได้เปล่งประกาย และ CJ MORE จะขอทำหน้าที่เป็นองค์กรแห่งโอกาส เพื่อคนตัวเล็ก เพื่อชุมชน และเพื่อของดีทั่วไทย นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

Tags

Related Posts

ประเทศไทยมีสินค้าจากชุมชนจำนวนไม่น้อยที่สะท้อนทั้งภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจของคนในท้องถิ่น แต่ของดีหลายรายการยังต้องการโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น การสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กจึงเป็นอีกแรงสำคัญในการต่อยอดคุณค่าท้องถิ่นให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน เมื่อเรื่องราวและคุณค่าของสินค้าท้องถิ่นได้รับการส่งต่อถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ของดีจากชุมชนก็มีโอกาสเติบโตไปได้ไกลกว่าตลาดเดิม ด้วยแนวคิดดังกล่าว ซีเจ มอร์ (CJ MORE) จึงเดินหน้าโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” เพื่อค้นหาและสนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็กในชุมชนทั่วประเทศ พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์ และบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับการถ่ายทอดเรื่องราว คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายร้าน CJ MORE ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัด เป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค และเป็นช่องทางสำคัญในการผลักดั

17 กันยายน 2569

ท่ามกลางโลกยุคดิจิทัล ธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ในประเทศไทยไม่ได้วัดกันเพียงฝีมือหรือความเชี่ยวชาญในการซ่อม อีกต่อไป แต่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านมาตรฐานการบริการและการตลาดที่ต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่กว่า 90% หันมาใช้ข้อมูลออนไลน์และ AI ในการเปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกใช้บริการ คำถามสำคัญคือ ใครจะเป็นแรงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในสมรภูมิการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป คำตอบนี้ถูกเฉลยผ่านงาน Mobil Exclusive Conference โดย บริษัท เอ็กซอนโมบิล มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจัดขึ้น ณ เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Driven to Win as One” ที่สะท้อนบทบาทของโมบิลในการเป็นมากกว่าผู้จัดจำหน่ายน้ำมันเครื่อง แต่คือ “คู่คิดทางธุรกิจ” ที่มุ่งสนับสนุนและเสริมศักยภาพเครือข่ายอู่พันธมิตร ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และเติบโตไปด้วยกัน เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจอู่ต้องปรับไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลากว่า 130 ปีในประเทศไทย โมบิลยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตร โดยปัจจุบันมีเครือข่ายอู่พันธมิตรทั่วประเ

28 สิงหาคม 2569

เมื่อความเหนื่อยล้าจากสายพานการผลิตต้องพักไว้ชั่วคราว และวันหยุดสุดสัปดาห์กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการคลายเหงาให้กับคนไกลบ้าน “ซีเจ มอร์” (CJ MORE) ซูเปอร์มาร์เก็ตคู่ใจชุมชนที่พึ่งพาได้เสมอ จึงเดินหน้าจัดงานมหกรรมความสุขปิดท้ายซีซันอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5″ ณ สาขาวัดมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พลิกโฉมลานกิจกรรมหน้าสาขาใจกลางแหล่งอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นพื้นที่ชาร์จพลังกายและฮีลใจสำหรับพี่น้องแรงงานและหนุ่มสาวโรงงานที่สู้ชีวิตอยู่ทุกวัน จุดพิเศษของการมาปักหมุดที่สาขาวัดมาบยางพรในครั้งนี้ คือการทำหน้าที่เป็นสถานีสุดท้าย ของการปิดฉากซีซันอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ซีเจ มอร์ ได้เดินสายส่งต่อความสุขไปทั่วภูมิภาคต่าง ๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสาขาตลาดร่วมใจสระแก้ว, สาขารักศักดิ์ชมูล 22 จันทบุรี, สาขาตลาดสดเมืองสุรินทร์, สาขานราวดี ซิตี้พาร์ค อยุธยา และสาขา ม.นเรศวร ประตู 4 พิษณุโลก การมาปิดจ๊อบที่ระยองครั้งนี้จึงมาพร้อมความตั้งใจที่จะมอบโอกาส คืนสู่คนในท้องถิ่นนิคมอุตสาหกรรม เพื่อขอบคุณที่ต้อนรับแบรนด์เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

18 สิงหาคม 2569

ท่ามกลางทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs จำเป็นต้องยกระดับการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนด ESG ที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในตลาดโลก โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ EXIM BANK ได้จัดงานเสวนา “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางกฎระเบียบการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยมีนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยนพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์จากเยื่อพืชธรรมชาติภายใต้แบรนด์ Gracz นางสาววรมน สินสุวรรณ ผู้อำน

11 สิงหาคม 2569

ไม่ต้องนั่งรถเข้ากรุงเทพฯ ไม่ต้องเสียค่าที่พัก แค่เดินออกมาหน้าประตู ม.นเรศวร โอกาสระดับประเทศก็มารออยู่ตรงหน้าแล้ว ! เดินทางมาถึงจังหวัดที่ 5 ของซีซั่นนี้แล้ว สำหรับเวทีประกวดร้องเพลง “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” ภาพบรรยากาศอันคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า บริเวณ ซีเจ มอร์ สาขามหาวิทยาลัยนเรศวร ประตู 4 จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงแค่มหกรรมความบันเทิงและการชอปปิงสินค้าประหยัดค่าครองชีพเท่านั้น แต่คือ “สะพานเชื่อมความฝัน” ของผู้คนหลากหลายช่วงวัยถึง 82 ชีวิต ที่พกเอาความมั่นใจและเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ มาร่วมประชันกันบนเวทีนี้ การเดินทางมาปักหมุดในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นครั้งที่ 2 ของเวทีระดับประเทศนี้ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ในการเป็น “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่พร้อมเติบโตร่วมกับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มอบพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้แสดงออกใกล้บ้าน โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางไกลไปตามหาความฝันถึงกรุงเทพมหานคร โอกาสที่ไม่ต้องเดินทางไกล และความฝันที่จับต้องได้ ในบรรดาผู้สมัครทั้ง 82 คนครั้งนี้ แต่

31 กรกฎาคม 2569

ในหลายชุมชน ร้านค้าปลีกไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของการจับจ่ายใช้สอย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างกิจกรรมร่วมกัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในแต่ละวัน หากพื้นที่เหล่านี้ได้รับการต่อยอดให้สามารถสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ ก็ยิ่งช่วยเติมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ในฐานะแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน จึงเดินหน้าแนวคิด “ซีเจ มอร์ ครบ ถูก คุ้ม” เพื่อยกระดับบทบาทของร้านค้าปลีกให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าใกล้บ้าน แต่เป็น “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่เปิดพื้นที่บริเวณหน้าสาขาซีเจ มอร์ กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ให้คนในท้องถิ่นได้เข้ามาประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และเติบโตไปพร้อมกัน ผ่านร้านค้าเช่าและตลาดนัดชุมชน ซึ่งช่วยสร้างความคึกคัก และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พื้นที่หน้าสาขา สู่โอกาสร้านค้าได้เติบโตเคียงข้างชุมชน หนึ่งในบทบาทสำคัญของพื้นที่หน้าสาขา ซีเจ มอร์ คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้ามาประกอบอาชีพผ่าน “ร้านค้าเช่า” ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านตัดผม ร้านขายส

30 กรกฎาคม 2569

Back To Top