Chum Chum จากคุยเล่นในสวนหลังบ้าน สู่เครื่องดื่มแก้วโปรดของคนทุกวัย และเตรียมลุยตลาด Ready-to-Drink
เชื่อว่าเวลาไปเดินห้าง หลายคนคงมองหาเครื่องดื่มสักแก้วเพื่อเติมพลังและดับร้อนให้ร่างกาย โดย Chum Chum (ฉ่ำฉ่ำ) ร้านน้ำสมุนไพรสุดเท่ที่มี ‘ลุงฉ่ำ’ หมอยายุคใหม่ยืนชูแขนกางขารอต้อนรับหน้าร้าน เข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับคนไทยที่ต้องการดื่มเครื่องดื่มตำรับยาแผนโบราณ (Apothecary Drink) 
เมื่อพูดถึงน้ำสมุนไพร หรือ ‘ยาจีน’ คนไทยจำนวนมากคงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และหลายบ้านก็ต้มดื่มเองเป็นประจำ โดยเฉพาะครอบครัวชาญสง่าเวช ซึ่งเป็นตระกูลหมอยา แม้แบรนด์ Chum Chum จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเวชพงศ์โอสถ ทว่าความรู้และภูมิปัญญาของหมอยาได้ตกทอดมาสู่สมาชิกครอบครัว และการันตีว่าวัตถุดิบของ Chum Chum เป็นเกรด ‘แพทย์แผนจีน’ (Traditional Chinese Medicine: TCM)
อย่างไรก็ตาม คนที่เคยกินยาจีนตอนเด็ก เมื่อได้ยินคำนี้แล้วอาจทำหน้าเหยเกเพราะฝังใจว่าต้องมีรสขม ฝาดลิ้น แต่เมนูของร้าน Chum Chum ถูกคิดมาให้ดื่มง่าย อร่อย และยังได้คุณประโยชน์ จนเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของคนทุกวัย เห็นได้จากการขยายสาขากว่า 10 แห่งภายใน 1 ปี
คุยกับ แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช และพล-ลัทธพล ชาญสง่าเวช 2 พี่น้องผู้ริเริ่มร้าน Chum Chum จากการสังสรรค์คุยเล่นในสวนหลังบ้านว่าอยากลองขายเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรของครอบครัว สู่ 16 สาขาในปัจจุบัน และกำลังเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ตลาด Ready-to-Drink อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ Chum Chum เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่เติบโตไว และถ้าเรื่องราวการเดินทางของ Chum Chum ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์จะออกมาเป็นหนังแนวไหน 

จากสวนหลังบ้านสู่ห้างกลางเมือง
แพตกับพลเริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Chum Chum ว่าครอบครัวดื่มน้ำสมุนไพรยาจีนกันเป็นปกติอยู่แล้ว จนวันหนึ่งครอบครัวไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ แล้วพูดคุยกันเล่นๆ ว่าน่าจะเปิดขายน้ำสมุนไพร
“ครอบครัวเราจะไปอยู่ด้วยกันที่เขาใหญ่ทุกปีใหม่ แล้วจะมีปาร์ตี้ นั่งดื่มกันอยู่สวนหลังบ้าน ก็คุยกันว่าเราทำน้ำแบบนี้ขายกันดีกว่า เป็นสิ่งที่เรากินกันที่บ้านอยู่แล้ว ตอนนั้นแค่อยากทำเป็นร้านเล็กๆ น่ารักๆ จริงๆ เราเริ่มกัน 4 คน มีแพต พล อาโกว และอาเจ็กอีกคน แต่ไม่ได้ออกสื่อ เพราะว่าซูเปอร์สตาร์เขาไม่ชอบออกสื่อ” แพตเล่าพร้อมเล่นมุกตลก
เมื่อคุยกันในครอบครัวว่าจะเปิดขายน้ำสมุนไพรยาจีนสูตรอร่อยที่ต้มกินที่บ้านอยู่แล้ว จึงเริ่มคิดชื่อร้าน ก่อนจะเลือกชื่อ Chum Chum ที่สื่อสารถึงโปรดักต์ได้ชัดเจน รวมถึงเป็นชื่อที่หมอดูเคาะว่าดี 
“คิดมาเป็น 10-20 กว่าชื่อเลยนะ ไอเดียคือดื่มแล้วร่างกายกลับมาสมดุล ข้างในเราชุ่มฉ่ำ สดชื่น แล้วชื่อนี้ตอบโจทย์ อีกอย่างคือหมอดูก็สำคัญ” แพตตอบพร้อมรอยยิ้ม
นอกจากชื่อแล้ว คาแรกเตอร์หน้าร้านก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ผู้ชายคนนี้ชื่อว่า ‘ลุงฉ่ำ’ เป็นหมอยายุคใหม่ที่ไม่ได้เคร่งขรึมจนคนไม่กล้าเข้าหา และทั้งหมดนี้เกิดจากฝีมือการออกแบบของแพตเอง
“ถ้าพูดถึงหมอยา มันจะมีความตึง ติดเก๊ก หรือแก่ แล้วคำว่าร้านยาในหัวทุกคน คือร้านที่เป็นไม้ มีกลิ่นยาสมุนไพร เป็นอะไรที่ค่อนข้างจริงจัง แต่เราอยากให้ลุงฉ่ำสะท้อนคาแรกเตอร์ของเราที่เป็นเหมือนเพื่อน เฟรนด์ลี ติดตลก เข้าถึงง่าย เวลาเธอไม่สบายแล้วมาหาเพื่อนที่เป็นหมอยาช่วยทำให้ร่างกายกลับไปสมดุล อยากให้ร้านมีคาแรกเตอร์แบบครอบครัวเราที่มีความสุขและตลก เราเลยออกแบบ Branding เองทั้งหมด ได้ใช้สิ่งที่เรียนมาด้วย แต่ใบปริญญาสั่นเลยตอนเปิดคอมพิวเตอร์วันแรก โปรแกรมที่ซื้อมาก็ต้องซื้อใหม่ ไม่เป็นไร (หัวเราะ)” 
แม้ภาพลักษณ์จะไม่ได้เนี้ยบเท่าร้านยา แพตกับพลขยายต่อว่า เมนูคือ Apothecary Drink ซึ่งวัตถุดิบในร้านอยู่ในเกรดสมุนไพรแพทย์แผนจีน (TCM) ทั้งหมด อย่างเช่น เก๊กฮวย จับเลี้ยง และอื่นๆ
“เมนูเราไม่ได้ทำสูตรยา 100% แต่เราเอาสมุนไพรเกรดนี้มาทำเป็นเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ เราโฟกัสเรื่องการปรับธาตุ เช่น สมมติว่าวันนี้มีไข้ ร่างกายผลิตอุณหภูมิร้อนออกมา เราต้องลดไข้ด้วยการกินของเย็น ซึ่งสำหรับ TCM ก็มีจับเลี้ยงหรือน้ำมะพร้าว หัวใจสำคัญของ Chum Chum คือการกลับไปปรับสมดุล” แพตอธิบาย 


เมื่อถามว่าเบื้องหลังการสร้างสรรค์แต่ละเมนู ให้น้ำหนักกับการเลือกวัตถุดิบสมุนไพรจากรสชาติหรือสรรพคุณมากกว่ากัน
“Chum Chum เป็น Functional Drink หลักๆ เราจะกำหนดฟังก์ชันก่อน ทุกเมนูจะมีสรรพคุณ แล้วค่อยไปปรับรสชาติให้กินง่าย ทำให้มันสนุกขึ้น อร่อยขึ้น ซึ่งแต่ละเมนูทดลองกันเยอะมากๆ”
ในช่วงแรก Chum Chum เปิดเป็นร้าน Pop-Up เล็กๆ ในเซ็นทรัลชิดลมประมาณ 3 เดือน ซึ่งช่วงนั้นมี 6-7 เมนู
“ถ้าถามว่าทำไมถึงคิดว่าจะขายได้ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะขายได้หรือเปล่า แต่มายด์เซ็ตของพวกเราตอนนั้นคือ มันเป็นเครื่องดื่ม Comfort ที่ยังไงคนก็รู้จัก แล้วเราก็รู้สึกว่าอยากขายในสิ่งที่เรากิน สิ่งที่เรากินแล้วทำได้ดี ทำได้อร่อย เราเป็นเจ้าแรกๆ ที่เอาเครื่องดื่มสมุนไพรมาทำเป็นสปาร์กลิง ซึ่งกลายเป็นเมนูชูโรงเลย อย่างน้ำเก๊กฮวย จับเลี้ยง หรือโสมสกัด คนเอเชียเกือบ 100% รู้จัก แต่อาจไม่เคยมีประสบการณ์ที่ได้กินกับสปาร์กลิง สดชื่น เราลองสร้างประสบการณ์นี้ขึ้นมา แล้วคนก็บอกต่อกัน” แพตกล่าว
ส่งต่อความห่วงใยจนเป็นสมุนไพรแก้วโปรดของทุกคน
อย่างที่แพตกับพลเล่าว่าเดิมทีเจตนารมณ์ของ Chum Chum คือการทำเครื่องดื่ม Comfort ที่ดื่มแล้วรู้สึกสบายใจ และต้องการ ‘ขายความห่วงใย’ ไม่ใช่เพียงแค่น้ำ 1 แก้ว
“เราอยากขายความห่วงใยแบบคนรุ่นใหม่ เราว่าด้วยแนวคิดนี้ ลูกค้าเขารู้สึกได้ผ่านเครื่องดื่ม แล้วกลับมาซื้อเพราะรสชาติแบบนี้มันช่วยให้เขารู้สึก Comfort กับรสชาติที่เราทำให้กิน อร่อย เข้าใจง่าย มันไม่ได้เป็นอะไรที่เข้าใจยาก เพราะน้ำสมุนไพรแต่ละร้านรสชาติไม่เหมือนกัน” แพตเน้นย้ำ 
แพตกับพลเล่าว่า ลูกค้ามีเปอร์เซ็นต์กลับมาซื้อซ้ำสูงมาก และแม้จะเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ทว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้สูงอายุ หากแต่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยทำงาน ทั้งคนที่รักสุขภาพ และต้องการตัวเลือกใหม่แทนเครื่องดื่มอื่นๆ
“ส่วนมากที่กลับมาซื้อ เพราะชื่นชอบในฟังก์ชันที่กินแล้วรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว อย่างโสมสกัดกินแล้วตื่น มีแรงออกกำลังกายมากขึ้น กระปรี้กระเปร่า
หากถามว่ากระแสรักสุขภาพทำให้เครื่องดื่มของ Chum Chum เป็นกระแสด้วยไหม แพตตอบว่าน่าจะมีผลกับตัวเธอมาตั้งแต่ก่อนทำแบรนด์ และเป็นวิถีของครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว
“เราชอบเรื่องพวกนี้ ครอบครัวเราดูแลสุขภาพ กินอะไรก็ค่อนข้างคิด สมมติวันนี้กินของทอดๆ ก็ไปกินจับเลี้ยงแก้ร้อนใน หรือกินของมันๆ ก็ไปกินเครื่องดื่มที่ช่วยตัดความมัน ทุกเมนูเราออกแบบมาให้เข้าไปอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ เราเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ทำเพราะเห็นกระแสสุขภาพดีแล้วทำตาม” เธอกล่าว
สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเมนูไหน หรือไม่คุ้นเคยกับการดื่มสมุนไพรตามธาตุ แพตอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ถ้าร่างกายร้อน ให้กินสมุนไพรฤทธิ์เย็น หรือถ้าหนาวเย็นก็ให้กินฤทธิ์ร้อน โดยพนักงานหน้าร้านสามารถแนะนำเมนูได้ 
ซึ่งพลเสริมว่าเมนูส่วนใหญ่ของร้านเป็นฤทธิ์เย็น ทั้งเก๊กฮวยและจับเลี้ยง โดยจับเลี้ยงคือตัวที่เย็นที่สุดของร้าน เพราะใส่สมุนไพรถึง 32 ชนิด
“จับเลี้ยงคือจัดเต็มที่สุด เป็นเมนูที่ออกแบบมาให้เหมาะกับอากาศร้อน ใครดื่มจับเลี้ยงไม่ได้ก็เลือกเก๊กฮวยแทนได้ ใส่สมุนไพรเยอะมากเช่นกัน มีอำพันที่ช่วยเรื่องผิวพรรณ มีไฟเบอร์ มีเห็ดหูหนูตุ๋น ครบหมดในแก้วเดียว” พลบอก
และเผยว่าจับเลี้ยงเป็นเมนูโปรดของเขา
“ผมกินจับเลี้ยง เพราะเป็นคนธาตุร้อนเยอะมาก ชอบกินอาหารรสจัด กินเนื้อเยอะ ภายในมันร้อน กินจับเลี้ยงเอาอยู่เสมอ หรือวันไหนอยากนัวก็จะเป็นโกโก้มัทฉะ กินง่ายๆ กินแล้วตื่น มีคาเฟอีนเบาๆ” เขาเสริม
ในขณะที่แก้วโปรดของพี่สาวอย่างแพตคือ โสมสกัดสปาร์กลิง
“สิ่งที่เรากินเวลาแฮงก์ คือโสมสกัดสปาร์กลิง เวลาแฮงก์ ภายในร่างกายเราเย็น จะกินโสมเพื่อปลุกตัวเองขึ้นมา กินแล้วมีพลัง ตื่นจริงๆ แต่ถ้าวันไหนรู้สึกร้อนใน ทำงานเหนื่อย ไม่มีแรง กินไม่ดี ก็จะกินจับเลี้ยงแก้ร้อนใน เพราะว่ากินเหล้ามันร้อนข้างในด้วย จะกิน 2 อย่างนี้เป็นประจำ ถ้าเมนู Comfort ที่ชอบ เรากินอำพันดอกท้อ เป็นเมนูที่ขายดีที่สุดอันดับ 1 ด้วย”
ทั้งนี้ เมนูของ Chum Chum มีตัวเลือกอีกมากมาย สามารถไปลองชิมได้ทุกสาขา 
ปักหมุดหมายถัดไปในตลาด Ready-to-Drink
เมื่อพูดถึงการเติบโต Chum Chum ถือเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว แพตกับพลเล่าว่าอยากเปิดสาขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนวันนี้ Chum Chum มีถึง 16 สาขาในเวลาไม่นาน ซึ่ง จูน-สริตา วัฒนะจันทร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและอาโกวของแพตกับพล เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี 2568 ว่าหากเปิดครบ 20 สาขา จะขยายไปสู่ตลาด Ready-to-Drink
และแพตเสริมว่าความท้าทายในขั้นแรกคือโรงงาน
“ย้อนกลับไปวันแรกที่สวนหลังบ้าน เราคุยกันว่า ‘ไม่รู้หรอกจะขายดีไหม ทำไปก่อน’ แล้วเราก็อยากลองขยายโปรเจกต์ของเราไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่าเพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทาย” แพตเล่า 
แต่ไม่ว่าจากนี้จะเผชิญปัญหาอะไร เชื่อว่า Chum Chum จะผ่านไปได้ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่เป็นคนสนุกสนาน
“เคยดูสัมภาษณ์นักธุรกิจคนอื่นที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยทัศนคติแบบนักรบ แต่ครอบครัวเราไม่ได้เป็นแบบนั้น ครอบครัวเรามีความสนุกสนาน สบายๆ เราต้องทำธุรกิจให้ดีโดยที่ยังประนีประนอม ประสบการณ์ไม่ได้ร้อนแรงเหมือนที่ในหนังสตาร์ทอัพเขาทำกัน” 
วันนี้เราไม่ได้สัมภาษณ์แพตในฐานะนักแสดง แต่เมื่อถามว่าถ้าเรื่องราวของ Chum Chum ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ จะออกมาเป็นแนวไหน หลายคนอาจมีฉากของเรื่อง วัยรุ่นพันล้าน ในหัว แต่แพตตอบว่าน่าจะเป็นแนว Dark Comedy
“น่าจะเป็นหนังนักธุรกิจสตาร์ทอัพที่ปัญญาอ่อนที่สุดในโลก แบบวันแรกที่เปิดสาขา เดินส่งน้ำแข็งกันเอง เอาพี่เลี้ยงที่บ้านมาช่วยกรอกน้ำ ยืนกดเครื่องอัดแก๊สโซดา ทำโซดาระเบิดตู้มกลางเซ็นทรัลชิดลม เป็นหายนะที่มีความสุข ดูเป็นคาแรกเตอร์ครอบครัวเราดี Dark Comedy” แพตหัวเราะทิ้งท้าย 
Tags: ธุรกิจ, ร้านเครื่องดื่ม, เครื่องดื่ม, เครื่องดื่มสมุนไพร, ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, Ready-to-Drink, สมุนไพร, The Chair, Chum Chum, แพต ชญานิษฐ์, ฉ่ำฉ่ำ, ลัทธพล ชาญสง่าเวช, สุขภาพ, น้ำสมุนไพร