CGSI : กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA และ AMATA มีแนวโน้มได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจากการคัดกรอง DC ที่เข้มงวด - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ไม่ได้มอง Data Centre (DC) เป็นเพียงปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังพิจารณาจากมุมมองที่ว่า “โครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน (RE) มีอยู่อย่างจำกัด” ปัจจุบันประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองโครงการ DC มากขึ้น โดยหันมาเน้นด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน จากเดิมที่เน้นปริมาณ ขณะที่เชื่อว่าหลักเกณฑ์ใหม่ในการคัดกรองโครงการของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดูจะให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการ DC ประเภท Hyperscaler มากกว่า DC ประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้ มองว่า WHA และ AMATA ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านที่ดิน รวมถึงโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า น้ำ และพลังงานหมุนเวียน จะได้ประโยชน์จากหลักเกณฑ์ใหม่ของไทย
ทั้งนี้ ไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุนใน DC จึงประมาณการว่าความจุ (capacity) ของ DC ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7GW ภายในปี 73 โดยเชื่อว่า EEC ไม่มีความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านการจัดหาไฟฟ้าในพื้นที่ เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ขยายระบบสายส่งเพื่อให้รองรับความต้องการไฟฟ้าได้ถึง 3.8GW อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนผ่านการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ขณะที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (Captive) และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมทั้งการต่ออายุ PPA ของโรงไฟฟ้าเก่าอีก 5–10 ปี อาจช่วยรองรับการลงทุนใน DC ระลอกถัดไป
ส่วนความมั่นคงด้านน้ำจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกทำเล DC ในอนาคต โดย EASTW ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการน้ำรายใหญ่ที่สุดใน EEC ประเมินว่าอุปทานและอุปสงค์น้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้าน ลบ.ม. และ 350 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับในปี 74 ซึ่งส่วนต่างที่ 117–184 ล้าน ลบ.ม. ต่อปีในปี 69–74 ทำให้เชื่อว่าปริมาณน้ำใน EEC ยังสามารถรองรับความต้องการน้ำเพิ่มเติมจากการลงทุนใน DC ในอนาคต
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า WHA และ AMATA น่าจะมีส่วนแบ่งรวมกันสำหรับการลงทุนใน DC ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในปี 68 เป็น 56.5% ในปี 80 เนื่องจากการอนุมัติโครงการ DC มีความเข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีความต้องการที่ดินเพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนและห่วงโซ่อุปทาน AI & DC ซึ่งเชื่อว่า DC จะเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขายที่ดิน โดยคิดเป็น 39.4% ของยอดขายที่ดินใหม่ของ AMATA และ WHA ในปี 69 และ 23.9% ในปี 70
อีกทั้งประเมินว่ารายได้จากการให้บริการน้ำแก่ DC ของ WHA และ AMATA จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 32.7% และ 5.5% ของรายได้รวมจากธุรกิจสาธารณูปโภคในปี 74 เทียบกับเพียง 1.3% และ 1.2% ในปี 67 ตามลำดับ และยังคาดว่ารายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของ WHA อาจมี Upside เพิ่มเติมอีก 33.2–41.1% ในปี 71–74 จากการขายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้กับ DC ผ่าน Direct PPA
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) กลุ่มนิคมฯ เนื่องจาก FDI ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมดิจิทัลจะช่วยหนุนรายได้ประจำในระยะยาว ปัจจุบันกลุ่มนิคมฯ ซื้อขายใกล้เคียงกับ P/E ล่วงหน้าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 13 เท่า ขณะที่เลือก AMATA เป็นหุ้น Top Pick เพราะบริษัทฯอาจมี Upside เพิ่มเติมจากส่วนแบ่งที่สูงขึ้นในตลาด DC และส่วนต่างระหว่าง P/E ของบริษัทฯกับ WHA หดแคบลง โดย AMATA มีความชัดเจนในการทำรายได้สูง รวมทั้งมียอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 มองว่ากลุ่มนิคมฯจะมีปัจจัยหนุนหากได้ข้อสรุปเรื่อง Direct PPA ส่วน Downside Risk จะมาจากปัญหาคอขวดของระบบสายส่งไฟฟ้า และความล่าช้าในการอนุมัติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของจีน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon