Cover Image

CGSI ชี้ CPF ผ่านจุดต่ำสุด คาดกำไรครึ่งปีหลังฟื้น “ราคาสุกร-ไก่” ดีขึ้น อัปเป้าใหม่ 27 บ.


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI คาดว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท ลดลง 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 7% จากไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากฐานกำไรที่สูงในไตรมาส 2/2568 ประกอบกับราคาสัตว์บกในตลาดหลักปรับตัวลดลง

แม้ว่าราคาสุกรในเวียดนามยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แต่การปรับลดลงของราคาสัตว์บกในหลายประเทศ รวมถึงต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) ทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนดอกเบี้ยจากภาระหนี้ที่ลดลง คาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมได้บางส่วน

นอกจากนี้ CGSI คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนของ CPF จะลดลง 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากธุรกิจสุกรในประเทศจีนยังเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่องจากปัญหาอุปทานล้นตลาด ส่งผลให้ราคาสุกรเฉลี่ยในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ประมาณ 10 หยวนต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPF โดยมองว่าปัจจัยลบจากผลประกอบการที่อ่อนตัวได้รับการสะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว และคาดว่าผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง การมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ที่ดี และการกระจายธุรกิจไปยังหลายประเทศ ซึ่งช่วยลดความผันผวนของผลการดำเนินงานได้

นอกจากนี้ CPF ยังได้รับแรงสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ซึ่งคาดว่าจะคิดเป็นประมาณ 70% ของกำไรสุทธิหลักในช่วงปี 2570-2571 อีกทั้งยังมีระดับการประเมินมูลค่าที่น่าสนใจ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในเกณฑ์ดี และสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประมาณการผลประกอบการปี 2569 CGSI ได้ปรับลดประมาณการรายได้ลง 1% และปรับลดกำไรสุทธิลง 3% เพื่อสะท้อนยอดขายที่คาดว่าจะอ่อนตัวทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน รวมถึงปรับลดสมมติฐานส่วนแบ่งกำไรลง 34% จากประมาณการเดิม เนื่องจากธุรกิจสุกรในจีนยังคงมีผลขาดทุนต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังเชื่อว่าผลประกอบการของ CPF จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาสุกรในประเทศไทยที่ปรับตัวดีขึ้นและทรงตัวในระดับสูง การบริโภคที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” รวมถึงราคาไก่เนื้อที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการควบคุมโรค Newcastle ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าสู่ฤดูกาลส่งออกเนื้อไก่ในช่วงไตรมาส 3/2569

ขณะเดียวกัน ราคาสุกรล่วงหน้า (Futures) ในประเทศจีนได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 11 หยวนต่อกิโลกรัม หลังรัฐบาลจีนดำเนินมาตรการลดจำนวนแม่พันธุ์สุกรเป็นรอบที่สอง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหาอุปทานส่วนเกินและบรรเทาผลขาดทุนของผู้ประกอบการในจีนได้ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ CGSI ยังคงประมาณการกำไรของ CPF ในปี 2570-2571 เนื่องจากมองว่าปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาสัตว์บกที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เอื้อต่อการทำกำไร

พร้อมกันนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับราคาเป้าหมายของ CPF ขึ้นเป็น 27 บาท จากเดิม 23 บาท โดยยังอิงการประเมินมูลค่าด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ 7.4 เท่า แต่เปลี่ยนมาใช้ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2570 เป็นฐาน จากเดิมที่ใช้ค่าเฉลี่ย EPS ปี 2569-2570 สะท้อนแนวโน้มกำไรที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยราว 9% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2569-2571

อย่างไรก็ดี CGSI ระบุว่า ความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์และการบริโภคที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการ ขณะที่การฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์อย่างมีเสถียรภาพและการปรับโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะถัดไป

Back To Top