ยศพร สุวรรณวิเชียร" CEO ยุค AI ผู้อยู่เบื้องหลังก้าวสำคัญของ "บาโนบากิ คอสเมติก เกาหลี" - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – ยศพร สุวรรณวิเชียร” CEO ยุค AI ผู้อยู่เบื้องหลังก้าวสำคัญของ “บาโนบากิ คอสเมติก เกาหลี” ในฐานะผู้ถือหุ้นต่างชาติรายแรก พร้อมวาง “Thailand Model” เป็นต้นแบบใหม่ นำ Banobagi ก้าวข้ามจากแบรนด์ในโรงพยาบาลศัลยกรรมเกาหลี สู่สินค้าสกินแคร์ระดับโลก
เปิดตัว คุณมีน – ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำ เดินเกมมากกว่า การเป็นผู้นำเข้า Banobagi Facial mask เข้ามาทำตลาดในไทยจนประสบความสำเร็จ ขึ้นแท่นมาส์กหน้าที่ขายดีที่สุด ในร้าน Watsons 7 ปีซ้อน เปิดตลาดให้คนไทยหันมานิยมใช้ Facial mask ในวงกว้าง และสร้างโมเมนตัมให้ Banobagi รุกธุรกิจกลุ่มคอสเมติกในตลาดต่างประเทศ จนได้รับข้อเสนอให้เข้าถือหุ้น 10% ใน บาโนบากิ คอสเมติก ธุรกิจในเครือโรงพยาบาลศัลยกรรม อันดับ Top 5 ในเกาหลี ถือเป็นพาร์ทเนอร์ต่างชาติเพียงรายเดียว ที่ได้รับความไว้วางใจให้ถือหุ้นร่วมเป็นเจ้าของแบรนด์ ตอกย้ำความสำเร็จ “Thailand Model” ที่กลายเป็นต้นแบบการรุกธุรกิจของ บาโนบากิ คอสเมติก ไปกว่า 26 ประเทศทั่วโลก พร้อมเผยแผนรุกธุรกิจในไทยต่อเนื่อง !!
จาก Distributor สู่ Shareholder ผู้สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด
คุณมีน – ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด กล่าวว่า จุดเริ่มต้น เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมความงามจากทั่วโลกที่มีคุณภาพสูง เข้ามาสู่ตลาดคนไทย โดยไม่ต้องการทำหน้าที่เพียงผู้นำเข้าสินค้า แต่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์ การพัฒนาสูตร การทำตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จึงกำหนดแนวทางการทำธุรกิจของบียอนด์ บิวตี้ เทรด ตั้งแต่เริ่มต้นคือการเป็นมากกว่าผู้นำเข้าโดยใช้ความเข้าใจผิวของคนไทยเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า และสร้างความต้องการในตลาด ทั้งในช่องทางค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ และทีวีช้อปปิ้งในช่วงแรก รวมถึงการทำตลาดร่วมกับ Beauty Retail Chain รายใหญ่
ดัน Banobagi จากสินค้าขายในโรงพยาบาลสู่ตลาดแมส
คุณยศพรเปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ผลิตภัณฑ์สกินแคร์และ Facial mask ของ Banobagi ยังไม่ถูกทำตลาดในวงกว้าง เน้นจำหน่ายให้กับผู้ใช้บริการภายในโรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรมเป็นหลัก หลังตนได้มีโอกาสทดลองผลิตภัณฑ์และพบกับคุณหมอเจ้าของ Banobagi ที่เกาหลี เธอมองเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเกาหลี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังในโรงพยาบาล จึงได้เสนอและขอร่วมพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ Facial mask ให้เหมาะกับผิวหน้า สภาพอากาศและพฤติกรรมการใช้สกินแคร์ของคนไทย เพื่อนำมาขายให้กับคนไทยโดยเฉพาะ ทั้งในเรื่องเนื้อสัมผัส สารบำรุง และเทคโนโลยีการผลิต นั่นคือจุดเริ่มต้นของการนำผลิตภัณฑ์ Facial mask ของ Banobagi เข้ามาทำตลาดขายในประเทศไทยในปี 2018 ซึ่งปรากฏว่าได้การตอบรับดีเกินความคาดหมาย ผลิตภัณฑ์ขายดีมาก
ในช่วงโควิด แบรนด์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 100% จากแคมเปญมาสก์หน้า 7 วันและยังได้รับรางวัล Watsons Award ในหมวดมาสก์หน้าขายดีที่สุดในร้านวัตสัน ต่อเนื่องถึง 7 ปีซ้อน (เริ่มตั้งแต่ปี 2020) ซึ่งเปรียบเป็นรางวัลออสการ์ของวงการบิวตี้ ในระดับที่ “มีเงินก็ซื้อไม่ได้”
นอกจากนี้เรายังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ผิวหนังชั้นนำของโลก เพื่อแก้ปัญหา pain point จากพฤติกรรมของคนไทยยุคใหม่ เช่น การนอนดึก พักผ่อนน้อย ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลานาน ทำให้มีปัญหาผิวโทรมและใต้ตาคล้ำ จึงมีการพัฒนา Facial mask สูตรต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา ทำให้เรายังคงเป็นแบรนด์ที่เป็น TOP of mind ได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
“เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงคนขายสินค้าแต่ต้องเข้าใจความต้องการว่าคนไทยต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้กลับไปทำงานร่วมกับทีม R&D ของ Banobagi เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์คนไทย จึงได้การตอบรับจนสามารถสร้างยอดขายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” ยศพรกล่าว
ทั้งนี้ ตลาด Facial mask ในไทยได้เติบโตขึ้นอย่างมาก มูลค่าตลาดปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 ในประเทศไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ว่า ตลาด Facial Mask ไทยเติบโตต่อเนื่องกว่า 73% ภายใน 5 ปี จากมูลค่า 3,487.6 ล้านบาทในปี 2019 พุ่งสู่กว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2024 และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับยอดขายแบรนด์ Banobagi ในไทย จากปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ยอดขายเติบโตขึ้น 500%
คุณยศพรกล่าวต่อว่า เราได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ โดยยึดเป้าหมายที่สำคัญคือ “ศาสตร์ความงามเกาหลี ในราคาจับต้องได้ และต้องตอบโจทย์สภาพอากาศและผิวคนไทย” โดยแต่งตั้ง “พีพี กฤษฏ์” เป็นพรีเซนเตอร์ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในกลุ่มแฟนคลับ และสร้างการรับรู้ในตลาด ว่า Banobagi ไม่ได้มีเพียง Facial mask ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมี “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” เป็นพรีเซนเตอร์ Facial mask นอกจากนี้แฟนคลับของทั้งคู่ ยังพร้อมที่จะซัพพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์ เพราะมีความเชื่อมั่นว่า ศิลปินได้เลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในการรับเป็นพรีเซนเตอร์
ที่ผ่านมา Banobagi ได้แต่งตั้งพรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม เช่น คุณ มดดำ คชาภา เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ต่อด้วย Proxie วงศิลปินบอยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และยังมีการร่วมงานกับศิลปินเกาหลีอย่าง Ten NCT ก่อนจะมาเป็น พีพีและบิวกิ้น อีกทั้งแบรนด์กำลังจะเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Gen Z สำหรับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย
สร้างโมเมนตัม ดันธุรกิจ บาโนบากิ คอสเมติก โตหลายเท่าตัว
คุณยศพรยังกล่าวว่า ความสำเร็จอย่างมากในการทำตลาดประเทศไทยของ บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ ที่ทำให้ Banobagi หันมารุกขยายธุรกิจกลุ่มคอสเมติกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือการขยายไปตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านยอดขาย ทีมงาน และตลาดต่างประเทศ ที่ปัจจุบันได้ขยายตลาดส่งออกไปขายผลิตภัณฑ์มากกว่า 26 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และตลาดขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา
“ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ที่สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ Banobagi คอสเมติกในต่างประเทศ และสร้างความสำเร็จในช่องทางค้าปลีก โดยเฉพาะ Watsons ที่มีส่วนสร้างโมเมนตัมให้กับแบรนด์ จนผู้แทนจำหน่ายและนักลงทุนในหลายประเทศเข้ามาเสนอตัวเป็นตัวแทนจำหน่าย ขณะที่หลายตลาดในเอเชียได้นำรูปแบบการทำตลาดจากประเทศไทยไปปรับใช้ ประเทศไทยจึงถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจสกินแคร์ ของ Banobagi คอสเมติก” ยศพรกล่าว
ถือหุ้น 10% จากคู่ค้าสู่ Strategic Partner
คุณยศพรกล่าวว่า จากความร่วมมือที่ต่อเนื่องและผลสำเร็จของการดำเนินงานในตลาดไทย ทำให้บริษัทแม่ คือ Banobagi คอสเมติก เกาหลี ได้เสนอให้ตนเองเข้าถือหุ้นในบริษัท 10% ซึ่งการเข้าถือหุ้นดังกล่าว สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาจากตัวแทนจำหน่ายไปสู่ Strategic Partner และผู้ร่วมสร้างแบรนด์ในระยะยาว เพราะมองว่าการทำธุรกิจต้องเกิดจากการที่ทั้งสองฝ่าย “เลือกกันและกัน” ขณะเดียวกันเรามองเขาเป็น Partner ไม่ใช่ Supplier และเขาก็มองเราเป็นส่วนหนึ่งของทีม การที่เกาหลีเสนอให้เราเข้าไปถือหุ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่เพราะเขามั่นใจในเรา จึงไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุน แต่เป็นการยืนยันว่าเราจะเติบโตไปด้วยกัน
ทั้งนี้ ปัจจุบัน Banobagi เกาหลี มีธุรกิจหลักครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ คือ โรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม การลงทุนในคลินิก และกลุ่มธุรกิจคอสเมติก โดยธุรกิจคอสเมติก มี Skincare และ Facial mask ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดและความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนต่อยอดการเติบโตในอนาคต รวมถึงแนวทางการเข้าสู่ตลาดทุนในสิงคโปร์และเกาหลี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับสากล
ตลาดสกินแคร์ไทยยังโต ชู “Innovation x Local Insight”
สำหรับทิศทางการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทยนั้น คุณยศพรกล่าวว่า ตลาด Skincare และ Facial mask โอกาสเติบโตได้อีกมาก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้น และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม แต่ยังต้องเข้าถึงได้ในด้านราคา โดยกลยุทธ์สำคัญของบริษัท อยู่ที่การนำ Korean Innovation มาผสานกับ Local Consumer Insight เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดไทยจริง พร้อมรักษาความได้เปรียบด้านนวัตกรรมและการสร้างแบรนด์ในระยะยาว
และจากข้อมูลที่สำรวจโดย Euromonitor ที่ชี้ว่า ตลาด Facial mask ไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2024 มีมูลค่าตลาดมากกว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งเรามั่นใจว่าเราเป็นผู้นำในการสร้างตลาดนี้ให้เกิดขึ้น จากการเข้ามาในตลาดตั้งแต่แรกๆ และทำให้ผู้บริโภคคนไทยมีพฤติกรรมการดูแลผิวผ่านการมาสก์หน้ามากขึ้น และไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ระยะสั้น แต่ได้กลายเป็นพฤติกรรมถาวรของผู้บริโภคยุคใหม่ไปแล้ว โดยเราจะยังคงเป็นผู้นำเทรนด์ที่นำนวัตกรรมที่ทันสมัยใหม่ๆ จากเกาหลีมาให้คนไทยได้ใช้เป็นประเทศแรกๆ
ล่าสุดเราได้เปิดตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Banobagi จากนวัตกรรมล่าสุดของเกาหลี คือ PDRN ซึ่งความแตกต่างจาก PDRN ทั่ว ๆ ไป เราผสาน 2 สารสำคัญ คือ PDRN จากแซลมอนและโสมเกาหลี โดยใช้เทคโนโลยี Double ExoBoost และ Micro Grinding Method ที่ช่วยลดขนาดอนุภาค PDRN ให้ซึมผ่านชั้นผิว เพื่อฟื้นบำรุงผิวให้โกลว์ใส ยกระดับการบำรุงลึกระดับเซลล์ผิว เปลี่ยนผิวโทรมให้กลับมาฉ่ำวาว อิ่มฟู ดูสุขภาพดีในทุกขั้นตอน โดยมีผลรับรองจากงานวิจัยทุกชิ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ 6 ตัวสำคัญ
- PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Foam Cleanser (โฟมล้างหน้า): คลีนผิวสะอาดล้ำลึก ทำความสะอาดคราบกันแดดได้ 99.19% โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
- PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Wrapping Mask (มาสก์ลอกออกเนื้อฟิล์ม): เปลี่ยนเนื้อครีมเป็นฟิล์มใสใน 20 นาที บูสต์ผิวโกลว์ใสทันที +61.09% และเพิ่มความชุ่มชื้นทันที +78.21%
- PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Serum (เซรั่มบำรุงเข้มข้น): เซรั่มเนื้อเจลบางเบา ซึมไว สบายผิว มอบผลลัพธ์ ผิวฉ่ำโกลว์ทันที +14.02% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
- PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Eye Cream (ครีมบำรุงรอบดวงตาและใบหน้า) ครีมบำรุงแบบ Multi-Zone Care ช่วยเติมเต็มริ้วรอยทั่วใบหน้า ให้ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น +3.91% ภายใน 4 สัปดาห์
- PDRN + Collagen 1000 Skin Booster Cream (ครีมล็อคความชุ่มชื้น): ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว +13.51% พร้อมล็อคความชุ่มชื้น ให้ผิวดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำยาวนาน
- Hydrogel: PDRN + Collagen 100 SKIN BOOSTER HYDROGEL MASK ผิวฉ่ำโกลว์ทันที 74.9% อิ่มน้ำ ฉ่ำฟู ผสานสารสกัดจากเปลือกกล้วยสุก ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งโทรม ดูโกลว์สุขภาพดีตั้งแต่ 30 นาทีแรก
คุณยศพรกล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของบียอนด์ บิวตี้ เทรด ยังคงเหมือนวันแรกที่เริ่มธุรกิจ คือการทำให้ผู้บริโภคไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีนวัตกรรมและเหมาะกับผิวคนไทยจริงๆ
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon