Cover Image

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: ข้าวสาลีปิดพุ่งกว่า 3% คาดสงครามรัสเซีย-ยูเครนกระทบอุปทาน : อินโฟเควสท์

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันศุกร์ (14 ส.ค.) ธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน นำโดยสัญญาข้าวสาลีพุ่งขึ้นกว่า 3% เนื่องจากความยืดเยื้อของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานข้าวสาลีในตลาดโลกจะปรับตัวลดลง ขณะที่สัญญาถั่วเหลืองได้แรงหนุนจากข่าวจีนเดินหน้าซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ 

นักวิเคราะห์จาก Blue Line Futures กล่าวว่า การที่รัสเซียและยูเครนยังคงใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีกันได้ส่งผลให้บรรดาเทรเดอร์เพิ่มค่าชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium) เข้าไปในราคาสัญญาข้าวสาลี และหากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป ก็อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานในตลาดโลกและหนุนราคาสัญญาข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีสัดส่วนการส่งออกข้าวสาลีรวมกันมากกว่า 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งการส่งออกส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านท่าเรือในทะเลดำ

สัญญาข้าวสาลียังได้แรงหนุนจากการที่กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ปรับลดคาดการณ์ผลผลิตข้าวสาลีของสหรัฐฯ ในรายงานคาดการณ์อุปสงค์และอุปทานสินค้าเกษตรทั่วโลก (WASDE)

นักวิเคราะห์จาก RCM Alternatives กล่าวว่า สัญญาถั่วเหลืองปรับตัวขึ้น หลังจาก USDA ยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้ขายถั่วเหลืองให้กับจีนเพิ่มอีก 136,000 เมตริกตัน สำหรับส่งมอบในปีการตลาด 2569/2570 อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมาในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาอาจทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าผลผลิตโดยเฉลี่ยในสหรัฐฯ จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาถั่วเหลืองในระยะใกล้นี้

นอกจากนี้ สัญญาถั่วเหลืองยังปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] และน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1% ในวันศุกร์ หลังมีรายงานการโจมตีเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน

นักลงทุนจับตาแคมเปญการสำรวจผลผลิตในแถบมิดเวสต์ (Midwest Crop Tour) ซึ่งจัดโดย Pro Farmer ในสัปดาห์นี้ โดยนักสำรวจจะลงพื้นที่ตรวจแปลงข้าวโพดและถั่วเหลืองครอบคลุม 7 รัฐของสหรัฐฯ เพื่อประเมินว่าพืชผลจะสามารถรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเดือนก.ค.และฝนที่ตกชุกมากขึ้นในเดือนส.ค.ได้อย่างไร

โดย รัตนา พงศ์ทวิช

Back To Top