Cover Image

จุลพันธ์เผย ครม. เคาะสูตร CARE ปรับสูตรบำนาญชราภาพ ยึดฐานรายได้ตลอดชีวิตทำงาน ครอบคลุมผู้ประกันตน 6-8 แสนคน

วันนี้ (14 กรกฎาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม จำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการเพิ่มเติม ว่า ยังมีแรงงานอื่นๆ ในประเทศที่ยังคงค้างอยู่ จึงได้ให้ทางกระทรวงแรงงานเร่งรัดดำเนินการส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อดำเนินการในกลุ่มดังกล่าวให้แล้วเสร็จ

จุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปจะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบร่างให้ครบถ้วน จากนั้น เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเสร็จสิ้น ทางกระทรวงแรงงานก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 8-10 เดือน ถึงจะแล้วเสร็จ โดยเฉพาะกระบวนการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับกับการคำนวณรูปแบบใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. อีกครั้ง

ทั้งนี้ จุลพันธ์ ยืนยันว่า การคิดคำนวณชุดแบบใหม่จะเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนทุกคน หมายความว่า ทุกเม็ดเงินที่ส่งเข้าสู่สำนักงานประกันสังคมจะไม่ทำให้ผู้ประกันตนถูกลดเงินบำนาญ เช่น ในกรณีที่เคยเป็นพนักงานประจำตามมาตรา 33 และออกไปเป็นมาตรา 39 ก่อนจะกลับเข้ามาเป็น พนักงานประจำใหม่ ที่ผ่านมาการคิดคำนวณไม่สะท้อนการส่งจริง แต่การคิดคำนวณแบบใหม่จะเป็นการสะสม เพราะฉะนั้นคนที่ส่งเงินประกันสังคมเข้ามาก็จะทำให้เงินชราภาพเพิ่มขึ้นจึงเป็นสูตรที่เป็นธรรม

“การคิดคำนวณที่ผ่านมาไม่สะท้อนการส่ง เราถึงมีการปรับเปลี่ยนใหม่ ซึ่งสูตรนี้สอดคล้องกับการคิดคำนวณหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรปในกลุ่ม OECD ซึ่งการคิดคำนวณแบบนี้ จะเป็นการสะสม ไม่ว่าจะอยู่งานประเภทไหน ทุกครั้งที่ส่งเข้าไปจะทำให้บำนาญชราภาพของท่านเพิ่มมากขึ้น” จุลพันธ์ กล่าว

นอกจากนี้ จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า จะมีการเยียวยาให้กับผู้ที่รับผลกระทบสำหรับผู้ที่เกษียณไปแล้วและรับเงินบำนาญอยู่ในขณะนี้ โดยจะคิดคำนวณทั้งสองแบบเพื่อดูว่า แบบไหนที่ให้ผลประโยชน์กับผู้ประกันตนมากกว่าก็จะได้รับสิทธิแบบนั้น

ส่วนกลุ่มคนที่กำลังจะเกษียณอายุในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าก็จะมีการเยียวยา โดยปีที่ 1 จะชดเชยส่วนต่างให้ 100% จนถึงปีที่ 5 จะชดเชยส่วนต่างให้ 20%

จุลพันธ์ย้ำว่า การคำนวณแบบนี้จะเป็นกลไกที่จะเดินหน้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคมด้วย ซึ่งโครงการนี้จะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 600,000-800,000 คน จะได้รับเงินสมทบเฉลี่ยลดหลั่นกันไปตามระยะเวลาที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม

ส่วนเงินสมทบจากภาครัฐที่ส่งเข้ากองทุนประกันสังคมนั้น จุลพันธ์ยอมรับว่า ยังคงมีค้างอยู่ โดยหากย้อนกลับไปเมื่อปี 58-59 รัฐค้างจ่ายประมาณ 1 แสนล้านบาท และรัฐบาลชุดต่อๆ มาทยอยชำระคืน และตัวเลขลดลงมาต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 69 น่าจะค้างจ่ายอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท และจะพยายามชำระคืนให้ครบถ้วน แต่ด้วยข้อจำกัดงบประมาณ ในปี 70 จึงมีการตั้งชำระคืนประมาณ 7,000 ล้านบาท และทางกระทรวงแรงงานหารือกับสำนักงบประมาณว่า จะดำเนินการคืนเงินคงค้างที่เหลือให้แล้วเสร็จในปี 74

ABOUT THE PHOTOGRAPHER

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

Back To Top