Cover Image

BYD ปล่อยภาพใหม่ Seagull รุ่นที่ 2 ใหญ่กว่าเดิม-เพิ่มลูกเล่นห้องโดยสาร

  1. หน้าหลัก 
  2. ต่างประเทศ 
  3. ข่าวต่างประเทศ 
  4. เอเชีย 

BYD ปล่อยภาพใหม่ Seagull รุ่นที่ 2 ใหญ่กว่าเดิม-เพิ่มลูกเล่นห้องโดยสาร

เผยแพร่: 2 ต.ค. 2569 05:57   ปรับปรุง: 2 ต.ค. 2569 05:57   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสองก้าน พร้อมคอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ (ภาพจาก BYD)
BYD เผยภาพห้องโดยสาร Seagull เจเนอเรชัน 2 ที่มาพร้อมฟังก์ชันนวดที่เบาะนั่งคนขับ ระบบไฟตกแต่งในห้องโดยสาร หน้าจอกลางแบบลอยตัว และฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมาย เตรียมส่งลงตลาดเร็ว ๆ นี้ในเวอร์ชันรถขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) แข่งกับ Geely EX2 (Xingyuan)

BYD ที่กำลังเดินหน้าปรับโฉม Seagull รุ่นที่ 2 เพื่อเตรียมพร้อมแข่งขันกับทัพอีวีระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังดาหน้าเข้าสู่ตลาด เปิดภาพชุดใหม่ที่เผยให้เห็นห้องโดยสารของแฮตช์แบ็กไฟฟ้ารุ่นนี้ที่มาพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ หน้าจอกลางแบบลอยตัวขนาดใหญ่บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ด ที่มีการแบ่งหน้าจอในอัตราส่วน 3/7 โดยด้านซ้ายแสดงข้อมูลการขับขี่ เช่น ความเร็วรถ ตำแหน่งเกียร์ ระยะทางที่ขับได้ อัตราการใช้พลังงาน โหมดการขับขี่

ส่วนด้านขวาใช้สำหรับฟังก์ชันอินโฟเทนเมนต์อื่น ๆ เช่น ระบบนำทาง และเพลง

อุปกรณ์ใหม่ภายในรถ

Seagull รุ่นที่ 2 เพิ่มความสะดวกสบายในห้องโดยสารมากขึ้น เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า ที่นั่งคนขับมีฟังก์ชันนวด ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบหลายสี พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสองก้าน และคอนโซลกลางที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย

ห้องโดยสารแถวสองกว้างขวางขึ้น พร้อมเพิ่มช่องเก็บของใต้เบาะนั่ง 2 จุด ขณะที่ผู้โดยสารตอนหลังสามารถปรับทิศทางลมจากช่องแอร์ได้ นอกจากนี้ตัวรถยังมีปุ่มกดระบบแม่เหล็กอเนกประสงค์สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ

ขนาดตัวถังและพื้นที่เก็บสัมภาระ

แฮตช์แบ็กไฟฟ้ารุ่นนี้มีความยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม. ระยะฐานล้อ 2,650 มม. ซึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน ตัวรถจะมีความยาวเพิ่มขึ้น 425 มม. และขยายระยะฐานล้อยาวขึ้นอีก 150 มม.

Seagull รุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งที่เพลาขับด้านหลัง ทำให้มีช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 94 ลิตร และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขยายได้ถึง 1,380 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง

ห้องโดยสารกว้างขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ (ภาพจาก BYD)
ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่

รถรุ่นนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 95 kW (127 แรงม้า) เทียบกับรุ่นปัจจุบัน 55 kW (75 แรงม้า) โดยมีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาดคือ 30 kWh และ 39.2 kWh ระยะทางวิ่ง 320 – 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC หรือประมาณ 262 – 344 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

คาดว่า Seagull รุ่นใหม่อาจรองรับระบบ Flash Charging โดยชาร์จจาก 10% ถึง 97% ภายในเวลาประมาณ 9 นาที และใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery 2.0

นอกจากนี้ยังมีออปชัน อาทิ ติดตั้ง LiDAR บนหลังคา ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 (“God’s Eye B”)

คู่แข่งและราคา

Seagull เจนเนอเรชัน 2 ถูกวางตัวเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Geely EX2 (Xingyuan) ซึ่งเป็นอีวีขายดีในจีน

CarNewsChina คาดว่า BYD จะตั้งราคาขายรถรุ่นนี้ที่ 100,000 หยวน (14,920 ดอลลาร์)

แม้ BYD ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่จาง จั้ว ผู้จัดการทั่วไปของ BYD Ocean Series ที่เปิดเผยภาพ Seagull รุ่นที่ 2 อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผ่านซีรีส์ภาพสเก็ตช์ที่เผยให้เห็นดีไซน์ทั้งภายนอกตัวรถและภายในห้องโดยสาร ได้เปิดเผยระหว่างงานเฉิงตู ออโต้โชว์เมื่อเดือนส.ค.ว่า Seagull รุ่นที่ 2 จะใช้ชื่อว่า “Great Seagull” และเริ่มจำหน่ายปลายปีนี้

Seagull หรือ Dolphin Surf และ Dolphin Mini ในตลาดต่างประเทศ เป็นอีวีราคาถูกที่สุดของ BYD

Electrek ระบุว่า ราคาเริ่มต้นในจีนของ Seagull รุ่นปัจจุบันอยู่ที่ 69,900 หยวน หรือราว 10,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีวีราคาจับต้องได้มากที่สุดในอเมริกาสำหรับปีนี้คือ Hyundai Venue ราคากว่า 20,000 ดอลลาร์ แม้แต่ในยุโรป Dolphin Surf ยังขายในราคาเริ่มต้นแค่ 26,000 ดอลลาร์

รถยนต์ 5 ประตูที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารุ่นนี้ไม่ได้เป็นแค่ 1 ในอีวียอดนิยมของ BYD เท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก

ข้อมูลจาก Cleantechnica ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ Seagull รวมถึง Dolphin Surf และ Mini คว้าอันดับ 6 อีวีขายดีที่สุดในโลก ด้วยยอดขายกว่า 152,000 คัน

อย่างไรก็ดี สำหรับตลาดจีน Seagull มียอดส่งมอบในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ 74,087 คัน ลดลง 66.5% จากข้อมูลของ China EV DataTracker

Back To Top