Cover Image

“บอร์ดบีโอไอ” เคาะ BOI to IPO–ดัน 17 โครงการเข้า FastPass ลงทุน 1.2 แสนล้าน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ย.69) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบกรอบทิศทางใหม่ของการส่งเสริมการลงทุน เพื่อยกระดับบทบาทของบีโอไอในการขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นให้ความสำคัญมากขึ้นกับ “คุณค่าที่เกิดขึ้นจริง” จากการลงทุน เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในประเทศ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน การสร้างงานทักษะสูง การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการส่งเสริมให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ BOI to IPO” โดยเป็นความร่วมมือระหว่างบีโอไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการพัฒนาเส้นทางสนับสนุนบริษัทที่มีศักยภาพให้เข้าสู่ตลาดทุน ซึ่งบีโอไอจะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจ ขณะที่หน่วยงานด้านตลาดทุนจะสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและกระบวนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx)

ประเทศไทยมีตัวอย่างบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน สร้างฐานการผลิต และเติบโตจนสามารถจดทะเบียนในตลาดทุนไทยได้สำเร็จ เช่น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งมาตรการ BOI to IPO มุ่งส่งเสริมให้เกิดบริษัทที่ประสบความสำเร็จในลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ให้สามารถระดมทุนเพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย

ภายใต้มาตรการนี้ บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากที่ได้รับอยู่เดิม โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กรณีบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติม 5 ปี และกรณีบริษัททั่วไป ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติม 3 ปี โดยสิทธิประโยชน์จะแตกต่างตามกลุ่มประเภทกิจการ

บอร์ดบีโอไอยังได้คัดเลือกโครงการที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วเข้าสู่กลไก Thailand FastPass เพิ่มเติมจำนวน 17 โครงการ จาก 15 บริษัท เงินลงทุนรวมกว่า 121,000 ล้านบาท และมีแผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 14,000 คน ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อาหารสัตว์ จำนวน 2 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 8,800 ล้านบาท อาหารแปรรูป จำนวน 2 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 24,300 ล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 10 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 83,900 ล้านบาท รวมทั้งยานยนต์และชิ้นส่วน จำนวน 3 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 4,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติยกเลิกคำสั่งเพิกถอนสิทธิประโยชน์เป็นการชั่วคราวของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเหล็กแท่ง หลังบริษัทปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามกฎหมายครบถ้วน และกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้กลับมาประกอบกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยบริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเดิมนับตั้งแต่วันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บีโอไอจะติดตามการดำเนินงานของบริษัทร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อไป

พร้อมกันนี้ บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่า 9,640 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท วินด์ มหาสารคาม 1 จำกัด ลงทุนขยายกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม กำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. มูลค่าลงทุน 3,172 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม

บริษัท พรีซิชั่น พลาสติก จำกัด ผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อมากว่า 30 ปี ลงทุนขยายกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดปลอดเชื้อ เครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้ และสิ่งปรุงแต่งอาหาร มูลค่าลงทุน 2,033 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และบริษัท ชูแคน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในกลุ่ม ShuCan Technology ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงทุนขยายกิจการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA) เพื่อรองรับลูกค้าหลักที่เข้ามาขยายฐานการผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสง (Optical Transceiver) ในไทยก่อนหน้านี้ โดยใช้เทคโนโลยี Surface Mount Technology (SMT) ครบทั้งสายการผลิต มูลค่าลงทุน 4,435 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก จังหวัดระยอง

Back To Top