Cover Image

บทเรียน Bitkub สะเทือนวงการคริปโท เมื่อ Exchange ก็ถูกแฮกได้ นักลงทุนไทยควรมี “ทางเลือก” มากกว่าหนึ่ง

  1. หน้าหลัก 
  2. การเมือง 
  3. ข่าวประชาสังคม 

บทเรียน Bitkub สะเทือนวงการคริปโท เมื่อ Exchange ก็ถูกแฮกได้ นักลงทุนไทยควรมี “ทางเลือก” มากกว่าหนึ่ง

เผยแพร่: 24 ก.ค. 2569 19:49   ปรับปรุง: 24 ก.ค. 2569 19:49   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรณีการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับ Bitkub Online เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ Bitkub Online และอดีตกรรมการ กรณีรายงานข้อมูลการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าในช่วงเกิดเหตุไม่สะท้อนข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม การกล่าวโทษดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนและยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ขณะที่ Bitkub ชี้แจงว่าได้นำสินทรัพย์กลับมาเติมครบภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564 และปัจจุบันยังมีสินทรัพย์ของลูกค้าครบ 100%
เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ แต่ยังชี้ให้เห็นความสำคัญของฐานทุน ระบบเก็บรักษาสินทรัพย์ แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน และความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้าและหน่วยงานกำกับดูแล
สำหรับนักลงทุน คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า 
“แพลตฟอร์มไหนปลอดภัยที่สุด” เพราะไม่มีแพลตฟอร์มใดปลอดภัยจากความเสี่ยงได้ 100% แต่ควรถามด้วยว่า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด บริษัทมีระบบและทรัพยากรเพียงพอที่จะรับผิดชอบสินทรัพย์ของลูกค้าหรือไม่
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลหลายรายที่ได้รับใบอนุญาตและสามารถเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนได้

Binance TH ดำเนินงานโดยบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง Gulf Edge ในกลุ่ม GULF และ Binance AP Holdings โดยเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในประเทศไทยช่วงต้นปี 2567 ในฐานะนิติบุคคลไทยที่ดำเนินงานแยกจาก Binance Global อย่างชัดเจน
บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจครอบคลุมทั้งศูนย์ซื้อขายและนายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ภายใต้กรอบกำกับดูแลของไทย พร้อมเปิดเผยว่าใช้ Ceffu เป็นผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ และจัดเก็บสินทรัพย์ของผู้ใช้อย่างน้อย 90% ในระบบ Cold Storage เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

จุดแข็งสำคัญของ Binance TH คือการผสานความน่าเชื่อถือและความเข้าใจตลาดไทยของกลุ่ม GULF ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้ากับเทคโนโลยี ประสบการณ์ และเครือข่ายสภาพคล่องจาก Binance ทำให้แพลตฟอร์มมีศักยภาพทั้งด้านระบบซื้อขาย ความหลากหลายของสินทรัพย์ และการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
อีกหนึ่งจุดเด่นคือการนำองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานจากแพลตฟอร์มระดับสากลมาปรับใช้ภายใต้ข้อกำหนดของประเทศไทย จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทั้งความคล่องตัวในการซื้อขาย เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตของไทย

อย่างไรก็ตาม Binance TH ยังมีประวัติการดำเนินงานในประเทศไทยไม่ยาวนานนัก ผู้ลงทุนจึงควรติดตามพัฒนาการด้านบริการ มาตรการคุ้มครองสินทรัพย์ และประเด็นด้านการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการประเมินแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน

Maxbit ดำเนินงานโดยบริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด มีผู้สนับสนุนหลักจากกลุ่ม PTG Energy จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันมีสถานะเป็นทั้งศูนย์ซื้อขายและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

บริษัทเปิดเผยว่าใช้ระบบ cold wallet, Multi-Party Computation หรือ MPC และระบบอนุมัติธุรกรรมหลายชั้น รวมถึงแต่งตั้ง Rakkar Digital เป็นผู้รับฝากสินทรัพย์

ภายนอก
จุดเด่นคือการเปิดเผยชื่อผู้รับฝากสินทรัพย์และโครงสร้างด้านความปลอดภัยค่อนข้างชัดเจน อย่างไรก็ตาม Maxbit ยังเป็นผู้ให้บริการรายใหม่ จึงควรพิจารณาร่วมกับประวัติการดำเนินงาน สภาพคล่อง และเงื่อนไขการประกันสินทรัพย์ด้วย

InnovestX ดำเนินงานโดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในกลุ่ม SCBX ให้บริการลงทุนหลายสินทรัพย์ทั้งหุ้น กองทุน และสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มเดียว
ตามรายชื่อปัจจุบันของ ก.ล.ต. InnovestX มีสถานะเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่ศูนย์ซื้อขายโดยตรง
จุดแข็งคือฐานทุน ระบบบริหารความเสี่ยง และธรรมาภิบาลของกลุ่มสถาบันการเงินขนาดใหญ่ แต่ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับชื่อผู้รับฝากสินทรัพย์ สัดส่วน cold wallet และขอบเขตประกันภัยยังมีรายละเอียดไม่มากนัก

Orbix Trade เดิมคือ Satang Corporation ก่อนกลุ่มธนาคารกสิกรไทยเข้าซื้อกิจการในเดือนตุลาคม 2566 และเปลี่ยนชื่อเป็น Orbix Trade บริษัทมีใบอนุญาตทั้งศูนย์ซื้อขายและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมระบุว่ามีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสารสนเทศ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และความต่อเนื่องทางธุรกิจ



จุดแข็งคือการอยู่ภายใต้กลุ่ม KBank แต่ผู้ลงทุนควรพิจารณาประวัติของนิติบุคคลเดิมประกอบด้วย เนื่องจากในยุค Satang เคยมีกรณีไม่รักษาสัดส่วนสินทรัพย์ในผู้รับฝากภายนอกและ cold wallet ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนกลุ่มกสิกรไทยเข้าซื้อกิจการ

Bitazza ดำเนินงานในประเทศไทยโดยบริษัท บิทาซซ่า จำกัด และถือเป็นผู้ให้บริการที่อยู่ในตลาดไทยมานานกว่าผู้เล่นรายใหม่หลายราย

ปัจจุบันบริษัทมีใบอนุญาตในฐานะนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่ศูนย์ซื้อขายในประเทศไทย โดยบริษัทระบุว่าแบ่งการเก็บสินทรัพย์ระหว่าง hot wallet, cold wallet และผู้รับฝากสินทรัพย์ภายนอก

อย่างไรก็ตาม Bitazza มีประเด็นด้านการกำกับดูแลที่ต้องติดตาม หลัง ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัทไทยและ Bitazza Global ในปี 2569 กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมให้บริการศูนย์ซื้อขายโดยไม่มีใบอนุญาต รวมถึงมีประเด็นเกี่ยวกับบริการ Crypto Dust และ Freedom Card ซึ่งกรณีเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน

“ มีใบอนุญาต ไม่ได้แปลว่ารัฐรับประกันสินทรัพย์ ”

แม้ผู้ให้บริการจะได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่เงินฝากธนาคาร และไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
นักลงทุนจึงควรพิจารณามากกว่าชื่อเสียงหรือขนาดของบริษัท โดยตรวจสอบทั้งประเภทใบอนุญาต ชื่อผู้รับฝากสินทรัพย์ สัดส่วน cold wallet ฐานะทางการเงิน ประวัติการกำกับดูแล ตลอดจนขั้นตอนการรับผิดชอบหากเกิดเหตุผิดปกติ

อีกแนวทางหนึ่งคือไม่เก็บสินทรัพย์ทั้งหมดไว้กับผู้ให้บริการรายเดียว เก็บบนแพลตฟอร์มเฉพาะจำนวนที่ต้องใช้ซื้อขาย และพิจารณาเก็บสินทรัพย์ระยะยาวไว้ในกระเป๋าที่ผู้ลงทุนควบคุม private key เอง หากมีความรู้และสามารถดูแล seed phrase ได้อย่างปลอดภัย

บทเรียนจากกรณี Bitkub จึงไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การตัดสินว่าแพลตฟอร์มใดดีที่สุดหรือแย่ที่สุด แต่ควรทำให้นักลงทุนตระหนักว่า ความเสี่ยงไม่ควรถูกฝากไว้กับบริษัท ระบบ หรือกระเป๋าเงินเพียงแห่งเดียว เพราะในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล “การมีทางเลือก” และ “การกระจายความเสี่ยง” อาจสำคัญไม่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

Back To Top