ต้น สกลกรย์ อดีตผู้บริหาร Bitkub เปิดใจ ยอมรับผิดปมปิดบังเหตุแฮ็กปี 64 ยืนยันลูกค้าไม่เสียหาย ชมคลิป
วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.28 น.
จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการกล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด พร้อมอดีตกรรมการอีก 2 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ในฐานความผิดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล กรณีไม่ได้รายงานผลกระทบจากการถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2564 นั้น
.jpg)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สกลกรย์ สระกวี หรือ ต้น อดีตผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้บริหาร Bitkub ได้ออกแถลงการณ์ผ่านคลิปวิดีโอความยาว 8 นาที 25 วินาที เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด โดยยอมรับว่าเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ศูนย์ซื้อขายถูกโจมตีทางไซเบอร์จริง ซึ่งในเวลานั้นกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งทุกคนได้ตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวซื้อเหรียญมาทดแทนให้ลูกค้าจนครบถ้วนทั้งหมดแล้วตั้งแต่นั้นมา ปกป้องไม่ให้ลูกค้าเสียหาย พร้อมข้อความทั้งหมดว่า "วันนี้ผมมีเรื่องที่ผมอยากบอกทุกคนครับ เข้าใจว่าบางคนอาจจะได้เห็นข่าวแล้ว วันนี้ผมต้องขอเปิดใจเรื่องที่อึดอัดมาตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ขออนุญาตพูดผ่านคลิปวิดีโอนี้นะครับและผมขอยืนยันว่า ไม่มีลูกค้ารายใดได้รับความเสียหายครับ ทางกลุ่ม Cofounders ได้หาเหรียญมาทดแทนให้ลูกค้าครบทั้งหมดในปีนั้นครับ
หมายเหตุ ในคลิปผมพูดคำว่า 4 ปี แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกิดมากว่า 5 ปีแล้วครับ"
.jpg)
นายสกลกรย์ ระบุว่า ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ตนเป็นคนเดียวที่เข้าไปแก้ไขแบบรายงานสรุปข้อมูลหรือแบบ ดจ.1 โดยที่กรรมการคนอื่น ผู้บริหาร และพนักงานไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด และตนยอมรับผิดในการตัดสินใจปิดบังข้อมูลดังกล่าวต่อ ก.ล.ต. และสาธารณชน เนื่องจากมีความกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาหากมีการเปิดเผยข้อมูลในขณะนั้น
“ในเวลานั้นทางเลือกที่ง่ายที่สุดคือการเปิดเผยข้อมูลทันที เพราะบริษัทและผู้ร่วมก่อตั้งไม่ได้ทำผิด แต่ในฐานะกรรมการ ผมกังวลว่าหากเปิดเผยความจริงจะเกิดวิกฤตความเชื่อมั่น หรือ Bank Run ที่ลูกค้าจะแห่ถอนและเทขายเหรียญจนราคาดิ่งลงอย่างหนัก ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อลูกค้าหลายแสนคนและส่งผลให้พนักงานหลายร้อยคนต้องตกงาน ท้ายที่สุดจะมีแต่ผู้สูญเสีย และจะไม่มี Bitkub Exchange อยู่ในวันนี้ ผมจึงเลือกยื้อเวลาเพื่อปกป้องทุกคนจากความเสียหาย” นายสกลกรย์ กล่าว
.jpg)
นายสกลกรย์ ยังกล่าวอีกว่า "ตนต้องแบกรับความลับนี้มานานกว่า 4 ปี โดยมีสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจิตใจคือการได้เห็นลูกค้านับแสนรายไม่สูญเสียเงินแม้แต่สตางค์เดียว ทั้งยังยืนยันว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยไม่ให้ต้องหยุดชะงักไปอีกกว่า 10 ปี"
สกลกรย์ สระกวี ย้ำถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจว่า หากเหตุการณ์ถูกเปิดเผยในขณะนั้น จะสร้างความตื่นตระหนกอย่างรุนแรงจนเกิดภาวะแห่ถอนเงิน หรือ แบงก์รัน เนื่องจากลูกค้าจะแห่ถอนและเทขายสินทรัพย์จนราคาดิ่งเหวอย่างฉับพลัน จากราคา 1 ล้านบาท อาจเหลือเพียง 2 แสนบาท ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตความโกลาหลที่ลุกลามเป็นลูกโซ่ และอาจส่งผลให้ธุรกิจต้องปิดตัวลงในที่สุด การยื้อเวลาในขณะนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ยากลำบากแต่จำเป็นที่สุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าทุกคนไว้ให้ได้
.jpg)
ทั้งนี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจดังกล่าว นายสกลกรย์ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการของทั้ง Bitkub Exchange และ Bitkub Capital Group Holdings เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุว่ายินดีให้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต. และหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อหาตัวโจรไซเบอร์มาลงโทษตามกฎหมาย
สำหรับสถานะของ Bitkub Exchange ในปัจจุบัน นายสกลกรย์ให้ข้อมูลว่า ก.ล.ต. ได้เข้าตรวจสอบสินทรัพย์ของลูกค้าเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 และยืนยันว่ามีความปลอดภัยครบถ้วน โดยบริษัทได้ยกระดับความปลอดภัยด้วยการลงทุนหลายร้อยล้านบาท ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ และมีการโอนย้ายเงินลูกค้าไปเก็บไว้กับผู้ดูแลสินทรัพย์ ระดับโลกอย่าง Coinbase และ Bitgo
.jpg)
ในช่วงท้ายของคลิปวิดีโอนั้น นายสกลกรย์ได้กล่าวขอโทษที่ปิดบังความจริงและทำให้ทุกคนผิดหวัง พร้อมขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นใน Bitkub Exchange ต่อไป เพื่อพนักงานกว่า 700 ชีวิต และเพื่อบริษัทของคนไทยที่มุ่งมั่นสร้างอนาคตให้กับวงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยต่อไป
ซึ่งไม่นานหลังจากทฃี่คลิปวิดีโอของ นายสกลกรย์ สระกวี เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับการออกมาอัดคลิปชี้แจงในกรณีดังกล่าวของ Bitkub เช่น
"เป็นกำลังใจให้พี่ต้นครับผม"
"ขอให้พี่ผ่านเรื่องราวนี้ไปได้ด้วยดีครับ"
"ขอบคุณคับ ขอบคุณ มากๆ สำหรับกำลังใจที่มีให้กันครับ สู้ต่อคับ"
"เข้าใจค่ะ กาลเวลาจะเป็นสิ่งบอกทุกอย่างได้ดีค่ะ…"
"ขอเป็นอีก 1 กำลังใจให้พี่ต้นนะคะ พี่ต้นคือต้นแบบของการมองว่าลูกค้าคือที่ 1 เสมอมา"
"เป็นกำลังใจให้ครับพี่ต้น"
"ขอบคุณมากเลยนะคะที่ออกมาพูดให้ทุกคนได้รับรู้ คุณเท่ห์มาก และขอเป็นกำลังใจให้ทุกก้าวเดินหลังจากนี้และต่อ ๆ ไปนะคะ"
"ขออนุญาตส่งกำลังใจให้ครับพี่ต้น"
"เป็นกำลังใจให้พี่ต้นนะครับ"
"ส่งกำลังใจครับพี่ต้น"
"เป็นกำลังใจให้นะครับ เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากแน่นอน ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับพี่"
"นับถือหัวจิตหัวใจมากครับ"
"เป็นกำลังใจให้ครับพี่ต้น"
"ส่งกำลังใจให้ค่ะ คุณต้น"
"เป็นกำลังใจให้ครับพี่ต้น"
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Sakolkorn Sakavee