Bitkub แจงยิบ! ยันเงินลูกค้าปลอดภัย 100% ชี้เหตุปกปิดโดนโจรกรรมไซเบอร์ปี 64 สกัด Bank Run
เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69 ปรากฏข่าวกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลในเอกสารของบริษัทเป็นเท็จเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนต.ค. 64 (ประมาณ 5 ปีก่อน) นั้น
ลำดับแรก เพื่อความชัดเจนและความเข้าใจที่ต้องตรงกัน บริษัทขอเรียนว่าทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทได้เก็บรักษาไว้ขณะนี้ มีความปลอดภัยและครบถ้วน และบริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า
บริษัทขอเรียนว่า มูลเหตุที่ทำให้เกิดการกล่าวโทษนั้น เป็นเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพ.ค. 64 และไม่ได้มาจากการกระทำทุจริตของบุคคลดังกล่าว แต่เกิดจากการที่บุคคลบางท่านที่ถูกกล่าวโทษซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเรื่องที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท 1 ใบถูกโจรไซเบอร์โจรกรรมไปได้ ทั้งๆที่ในขณะเกิดเหตุ (คือ ช่วงต้นเดือนพ.ค. 64 นั้น) ระบบความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัททุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดและผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
การตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของบุคคลข้างต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ Bank Run กล่าวคือ การที่ลูกค้าของบริษัทฯ ทราบว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้น และมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับทางบริษัทฯ พร้อม ๆ กันจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนให้กับลูกค้าได้ครบถ้วน เพราะอยู่ในระหว่างการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และหากเกิด Bank Run ขึ้นแล้ว จะทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างและเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยได้
จากการที่ไม่มี Bank Run เกิดขึ้นนี้ แม้ว่าบริษัทจะยังติดตามเอาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมคืนมาไม่ได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ (Co-Founders) ก็ได้ออกรับช่วยเหลือยอมรับความเสียหายไว้แทน โดยการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้แก่บริษัทเพื่อใช้ทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมไป ทำให้บริษัท และลูกค้าทั้งหมดของบริษัทฯ ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลยจากเหตุโจรกรรมนี้ ดังที่ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วว่า ในปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 ก.ย. 68) ทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทฯ มีความปลอดภัยและครบถ้วน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมุ่งมั่นที่จะรักษาประโยชน์ของลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มิได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
ดังเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าการโจรกรรมในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก มิได้เกิดขึ้นกับบริษัทฯ เท่านั้น และเช่นเดียวกับผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกๆประเทศ บริษัทได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบงานภายในให้มีมาตรฐานที่ดียิ่งๆขึ้นไป โดยที่บริษัทได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยตลอดมาจนถึงในปัจจุบัน ซึ่งทำให้บริษัทได้รับการยอมรับและการรับรองมาตรฐาน ดังต่อนี้
แพลตฟอร์มของบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยโดยเว็บไซต์จัดอันดับที่มีความน่าเชื่อถือ คือ Cer.Live ให้อยู่ในระดับ top 20 ของโลก ด้าน Cryptocurrency Exchange
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 27001 & ISO 27701 SOC 2 Type I
บริษัทมีระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework
บริษัทยังเป็นผู้นำทางด้านความปลอดภัยที่เปิดให้บริการแก่ลูกค้า เช่น การนำเทคโนโลยี Passkey มาให้บริการแก่ลูกค้า และฟังก์ชั่น Self-Freeze ที่มีการยกระดับความปลอดภัยชั้นสูง รวมถึงได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี
บริษัทยังมีความร่วมมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เช่น Bitgo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC.
นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าที่บริษัทเก็บรักษาไว้ ได้อย่างโปร่งใส ผ่านงบการเงินของบริษัทฯ ที่ https://support.bitkub.com/th/solutions/articles?id=KM000009672 โดยปัจจุบัน บริษัทมีความมั่นคงในการดำเนินการอย่างยิ่ง และยังคงเดินหน้าพัฒนาการประกอบธุรกิจของบริษัทในทุกด้านต่อไป
ประการสำคัญ ปัจจุบัน บริษัทมีกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งมีระบบงานทางด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมายและการตรวจสอบภายในอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่ยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายและความโปร่งใสเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ
บริษัทขอเรียนว่า บริษัทได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ได้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 64 แล้ว และบริษัทจะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวอย่างถึงที่สุดต่อไป
อนึ่ง บริษัทขอความร่วมมือทุกท่านโปรดงดเผยแพร่หรือให้ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน การดำเนินงาน การดูแลทรัพย์สินลูกค้า หรือกิจการอื่น ๆ ของบริษัทฯ มิฉะนั้น บริษัทฯ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป