พณ.ร่วมเวที Belt and Road ชูแนวคิดกระจายการค้า-ขยายพันธมิตร-เสริมแกร่งเอสเอ็มอี

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนนำคณะได้เข้าร่วมการประชุม Belt and Road Summit ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายนที่ผ่านมา ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีที่จัดโดยฮ่องกง โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาครัฐและภาคธุรกิจกว่า 6,000 คน และระดับรัฐมนตรีจากหลาย 10 ประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความร่วมมือต่างๆ และแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนร่วมกัน ในโอกาสนี้ ได้ร่วมเสวนาเชิงนโยบาย (Policy Dialogue) ในหัวข้อ “Building Resilient Trade and Investment Frameworks in a Diverse Global Landscape” ซึ่งได้เน้นย้ำความสำคัญที่ทุกประเทศควรให้ความสนใจ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การกระจายความหลากหลาย (Diversification) ผ่านการหาพันธมิตรทางการค้า เพื่อสร้างความหลากหลายในการนำเข้า การส่งออก และการลงทุน 2.การสร้างความร่วมมือ (Cooperation) ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และ 3.การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม (Inclusivity) เพื่อเสริมศักยภาพให้ MSMEs สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

ดร.กิริฎา กล่าวว่า ยังได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศแห่งรัฐกาตาร์ โดยเห็นว่าสองประเทศสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างกันได้ อาทิ SMEs การค้าดิจิทัล และ Medical Care รวมทั้งไทยยินดีที่จะส่งออกสินค้าศักยภาพไปยังประเทศอื่นๆ และพร้อมสร้างความร่วมมือและขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับกาตาร์ ซึ่งกาตาร์จะเป็นประตูการค้าไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ สองฝ่ายเห็นควรให้มีการหารือร่วมกันในระดับเจ้าหน้าที่ ถึงแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกันต่อไป ขณะเดียวกัน ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า พาณิชย์ ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาสหกรณ์ของศรีลังกา โดยไทยได้ติดตามความคืบหน้าความตกลงการค้าเสรีไทย-ศรีลังกา (SLTFTA)
“ฝ่ายศรีลังกาแจ้งว่า อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการกระบวนการภายในประเทศ และคาดว่า FTA ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับได้ต้นปี 2570 รวมทั้งต้องการที่จะสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาอาหาร โดยไทยแจ้งว่าไทยมีศักยภาพในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป จึงเห็นว่าสองประเทศอาจสร้างความร่วมมือระหว่างกันในอุตสาหกรรมดังกล่าวได้” ดร.กิริฎา กล่าว

ดร.กิริฎา กล่าวว่า การหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฮ่องกง ได้เห็นถึงโอกาสในการส่งเสริมการลงทุน การใช้ประโยชน์จากงานแสดงสินค้าต่างๆ ตลอดจนมาตรการสนับสนุน SMEs และช่องทางการขยายตลาด จึงเห็นว่าควรส่งเสริมความร่วมมือในลักษณะ Co-creation และมุ่งเน้นตลาดหรืออุตสาหกรรมที่เกื้อกูลกัน โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ T-Beauty และสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพสูง นอกจากนี้ หารือถึงความร่วมมือด้านการเงิน การศึกษา และธุรกิจการบิน ซึ่งฮ่องกงมีศักยภาพในระดับโลกและพร้อมให้การสนับสนุนไทย ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการบริการทางการแพทย์ และ Wellness รวมถึงการท่องเที่ยว