สยามพารากอน ปักหมุด ‘Bangkok Watch Week 2026’ ดึง 45 แบรนด์นาฬิกาโลกบุกไทย

สยามพารากอน เดินหน้าตอกย้ำบทบาท Global Luxury Destination จัด ‘Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026’ ต่อเนื่องปีที่ 2 ดึงแบรนด์นาฬิการะดับโลกกว่า 45 แบรนด์ พร้อม Novelties กว่า 200 เรือน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท เปิดตัวเรือนเวลาระดับโลก–ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมดึงผู้บริหาร นักสะสม และ Watch Community จากนานาประเทศ สร้างกรุงเทพฯ เป็นจุดนัดพบสำคัญของวงการนาฬิการะดับโลก
24 ก.ย. 2569 – สยามพารากอน เดินหน้าขยายบทบาทในตลาดลักชัวรีและสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นจุดหมายของคอมมูนิตี้คนรักนาฬิกา ด้วยการจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเปิดงานด้วย “Opening Ceremony” พร้อมเชิญผู้ก่อตั้งและผู้บริหารจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำกว่า 45 แบรนด์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ นักสะสม และ Watch Community จากหลายประเทศเข้าร่วม
ภายในงานมีผู้บริหารระดับโลกจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำเข้าร่วม อาทิ Mr. Georges Kern, CEO, House of Brands, Mr. Nicholas Rudaz, CEO, Franck Muller, Mr. Jean-Philippe Bonneau, CMO, Roger Dubuis, Mr. Gregory Bruttin, Managing Director, Universal Genève, Mr. Tobias Kuffer, Vice President, NORQAIN, Mr. Damien Licciardi, Managing Director, Cartier, Mr. Cole Pennington, Tudor, Mr. Takeshi Sakamoto, Vice President, Grand Seiko, Mr. Pierre Guerrier, Watchmaking Expert, Piaget, Mr. Stephane Pichavant, CCO, Bremont และ Mr. Kevin To, Gerald Charles รวมถึง Ms. Aurélie Streit รองประธาน Fondation Haute Horlogerie (FHH) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของสยามพิวรรธน์ ได้แก่ คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ คุณแคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ และคุณธณพร ตันติยานนท์ ให้การต้อนรับ
สำหรับปีนี้ สยามพารากอนใช้ “Bangkok Watch Week” เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมแบรนด์ระดับโลกเข้ากับตลาดไทยและคอมมูนิตี้นักสะสม ผ่านการนำเรือนเวลาใหม่และคอลเลกชันสำคัญมาจัดแสดงกว่า 200 เรือน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท โดยมีทั้งการเปิดตัวครั้งแรกในโลกและครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หนึ่งในไฮไลต์คือ Roger Dubuis ที่เลือกเปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table” ครั้งแรกในโลกภายในงาน ขณะที่ Oris เปิดตัว “Bangkok Limited Edition” นาฬิกา Aquis รุ่นพิเศษสำหรับประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแสงสีทองของกรุงเทพฯ ยามพระอาทิตย์ตกและสถาปัตยกรรมของมหานคร ขณะที่ Universal Genève เปิดตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีเรือนเวลารุ่นใหม่ ลิมิเต็ดเอดิชัน มาสเตอร์พีซ และเรือนเวลาที่มีความซับซ้อนทางกลไกจากแบรนด์ต่างๆ รวมถึงผลงานจาก Breguet ที่จัดทำขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 225 ปีของ Tourbillon
อีกส่วนสำคัญคือ “The Symposium” ที่จัดต่อเนื่องตลอด 6 วัน รวม 18 เซสชัน เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักสร้างสรรค์ และนักสะสมร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และเรื่องราวของอุตสาหกรรม ตั้งแต่ The Breitling Journey กับ Georges Kern เรื่องราวมรดกและนวัตกรรมของ Tourbillon โดย Emmanuel Breguet ไปจนถึง Watch Collector Symposium และเซสชันพิเศษจาก Fondation Haute Horlogerie ที่เชื่อมองค์ความรู้ งานฝีมือ และอนาคตของ Haute Horlogerie เข้ากับผู้สนใจ
ขณะที่ “The Experience” นำเสนอประสบการณ์และนวัตกรรมจากแบรนด์นาฬิกา พร้อมเปิด “FHH Academy Lounge” โดย Fondation Haute Horlogerie อย่างเป็นทางการครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักสะสม ผู้บริหารแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สนใจเรียนรู้ศาสตร์แห่งเรือนเวลาจากผู้เชี่ยวชาญ FHH รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับ FHH Certification
ทั้งนี้ งานปี 2026 รวมแบรนด์ระดับโลกกว่า 45 แบรนด์ อาทิ A. LANGE & SÖHNE, AMIDA, BLANCPAIN, BREGUET, BREITLING, BVLGARI, CARTIER, CHANEL, CHOPARD, FRANCK MULLER, GERALD CHARLES, GRAND SEIKO, HUBLOT, IWC SCHAFFHAUSEN, JAEGER-LECOULTRE, MB&F, NORQAIN, ORIS, PANERAI, PIAGET, ROGER DUBUIS, TAG HEUER, TIFFANY & CO., TUDOR, UNIVERSAL GENÈVE, VACHERON CONSTANTIN และ ZENITH
นอกจากการเชื่อมโยงแบรนด์และคอมมูนิตี้ระดับโลกแล้ว Opening Ceremony ยังได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ และโรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ โดยนำศิลปะ ดนตรี และอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาผสมผสานกับวัฒนธรรมแห่งเรือนเวลา ผ่านงานทัศนศิลป์ การแสดงหุ่นละครโจหลุยส์ ระนาดไฟฟ้า และดนตรีแจ๊สกลิ่นอายไทย
อย่างไรก็ดี “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” จัดถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน โดยมุ่งใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นพื้นที่เชื่อมต่อแบรนด์นาฬิการะดับโลกกับตลาดไทย นักสะสม และ Watch Community ในภูมิภาค พร้อมสร้างประสบการณ์ด้าน Haute Horlogerie ให้เข้าถึงผู้บริโภคและผู้สนใจในวงกว้างขึ้น
