Cover Image

ASPS คัด 11 หุ้นเด่น 3 กลุ่มแกร่ง "โรงไฟฟ้า-รพ.-ท่องเที่ยว" หลบภัยตลาดไทยผันผวน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุในบทวิเคราะห์(22 ต.ค.69)ว่า ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความผันผวนในระดับสูง หลังดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ปรับตัวลดลงระหว่างวันจนแตะระดับต่ำสุดที่ 1,532 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 5 เดือน ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยพยุงดัชนีให้ฟื้นตัวและปิดตลาดบริเวณ 1,556 จุด สะท้อนแรงซื้อและแรงขายที่ต่อสู้กันอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ความผันผวนระหว่างวันอยู่ในระดับสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรอบการแกว่งตัวระหว่างวัน (True Range: TR) กว้างถึงประมาณ 30 จุด เทียบกับค่าเฉลี่ยความผันผวนในช่วง 14 วัน (Average True Range: ATR) ที่ประมาณ 16 จุด หรือคิดเป็นเกือบ 2 เท่าของระดับความผันผวนปกติ สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของทิศทางตลาดในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาการเคลื่อนไหวของ SET Index ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าดัชนีปรับฐานจากจุดสูงสุดบริเวณ 1,657 จุด ลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 1,532 จุด หรือปรับตัวลดลงประมาณ 125 จุด คิดเป็น 7.5% โดยดัชนีเกิดรูปแบบจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำลง (Lower High) และจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำลง (Lower Low) ติดต่อกันถึง 3 รอบ สะท้อนกำลังซื้อที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง

จากสัญญาณทางเทคนิคดังกล่าว ASPS ประเมินว่า การฟื้นตัวของ SET Index ในระยะถัดไปอาจเผชิญแรงขายบริเวณแนวต้านหลายระดับ นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการไล่ซื้อหุ้นเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น และใช้จังหวะที่ตลาดฟื้นตัวระยะสั้น (Rebound) เพื่อปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะยังเผชิญแรงกดดัน แต่การเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวยังมีความแตกต่างกัน โดยพบว่าหุ้นบางกลุ่มสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางดัชนี โดยเฉพาะกลุ่มการแพทย์ (Healthcare) กลุ่มโรงไฟฟ้า (Power) และกลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง (Tourism & Transportation) สะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนไม่ได้ไหลออกจากตลาดทั้งหมด แต่มีการหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวมากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ASPS แนะนำให้นักลงทุนมุ่งเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยคัดเลือก 11 หุ้นเด่นจาก 3 ธีมการลงทุน ซึ่งมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากปัจจัยสนับสนุนทั้งในและต่างประเทศ

เริ่มจากกลุ่มโรงไฟฟ้า (POWER) ภายใต้ธีม AI Power Bottleneck โดยประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI โดย ASPS เลือกหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM

ขณะที่กลุ่มการแพทย์ (HEALTH) ภายใต้ธีม Blue Wave & Defensive Rotation ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มกระแสเงินทุนทั่วโลกที่หมุนเวียนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Healthcare ซึ่งมีลักษณะเป็นหุ้นเชิงรับ (Defensive Stock) ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน ประกอบกับความคาดหวังต่อกระแส Blue Wave ในสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในกลุ่มดังกล่าว โดยแนะนำ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA

ส่วนกลุ่มท่องเที่ยว (TOURISM) ภายใต้ธีม High Season & Government Stimulus มีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่กิจกรรมการเดินทางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมาตรการภาครัฐที่สนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ทั้งมาตรการลดค่าตั๋วเครื่องบิน 500 บาท และการสนับสนุนค่าทัวร์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในภาคท่องเที่ยว โดย ASPS แนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA

ทั้งนี้ ASPS มองว่า ภายใต้สภาวะตลาดที่ยังเผชิญความผันผวนและมีสัญญาณทางเทคนิคอ่อนแอ การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการไล่ราคา และใช้จังหวะตลาดรีบาวด์ในการปรับสมดุลพอร์ต พร้อมเน้นลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า การแพทย์ และท่องเที่ยว ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตแตกต่างกัน

Back To Top