เจาะสูตร ASBGV ยืนหนึ่งนานาชาติ ด้วย "จิตวิญญาณความเป็นครู 4 เจเนอเรชัน" ดันอัตราเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก 100% ผสานหลักสูตรอเมริกัน นวัตกรรม AI และโปรแกรมฝึกสมาธิ-จิตปัญญา [PR] - Brand Buffet
แชร์ :

ภาพรวมของอุตสาหกรรมการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ แม้ปัญหาจำนวนเด็กเกิดใหม่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของโรงเรียนในระบบไทย แต่ในทางกลับกัน “ตลาดโรงเรียนนานาชาติ” ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาทกลับไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยประชากร ทว่ากำลังประสบกับภาวะ “การแข่งขันสมบูรณ์” จากการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติ ส่งผลให้เกิดการแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างเข้มข้น
“โรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่” ( The American School of Bangkok Green Valley:ASBGV) ซึ่งดำเนินกิจการมายาวนาน สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยปัจจัยสำคัญไม่ได้มาจากโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “รากฐานความเชื่อมั่น” (Institutional Heritage) ที่ส่งต่อจิตวิญญาณความเป็นครูเข้มข้นยาวนานถึง 4 เจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ “ดร.ลักขณา ดิษยะศริน” ผู้ก่อตั้งและประธานโรงเรียน ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก กรีนวัลเล่ ( The American School of Bangkok Green Valley:ASBGV) จนถึงรุ่นลูกในปัจจุบัน การสืบทอดอุดมการณ์ทางการศึกษาข้ามทศวรรษนี้ กลายเป็นเกราะคุ้มกันทางยุทธศาสตร์ที่ยากจะเลียนแบบ

ดร.ลักขณา กล่าวว่า ได้เปิดดำเนินการโรงเรียนมายาวนาน นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลนานาชาติดิษยะศริน สู่ ASBGV นับเป็นเวลา 43 ปี โดยปัจจุบัน ASBGV ดูแลนักเรียนประมาณ 700 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึง ม.6 มีสัดส่วนนักเรียนไทยและต่างชาติ 50:50 จากหลากหลายชาติ ทั้งอเมริกัน จีน ไต้หวัน เกาหลี พม่า และยุโรป ซึ่งการจัดการศึกษาจะเน้น 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่
1.หลักสูตรและการสอน จะใช้หลักสูตรอเมริกันที่เน้นการเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ แทนการท่องจำ มอบอิสระทางความคิดแก่ผู้เรียนในการเลือกศึกษาเนื้อหาและภูมิศาสตร์ตามความสนใจ เปิดสอนภาษาเลือก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และสเปน พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรที่รับรองทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการไทย เพื่อเปิดโอกาสให้รับราชการหรือเกณฑ์ทหารได้ และประกาศนียบัตรระดับนานาชาติ
2.เทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนอย่างก้าวทันยุคสมัย โดยนำซอฟต์แวร์สนับสนุนการเรียนรู้มาประยุกต์ใช้มากถึง 25 ซอฟต์แวร์ ระบบ AI รวมถึงการบูรณาการ Google Classroom ในทุกระดับชั้น เพื่อเสริมศักยภาพการเรียนรู้ด้วยตนเอง และรองรับการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
และ 3.จิตปัญญา ทักษะทางอารมณ์ และสถาบันความเป็นเลิศ (Soft Skills, Mindfulness & Academies) โรงเรียนให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางจิต (Mental Health) ผ่านโปรแกรมการฝึกสมาธิและวิปัสสนาในห้องเรียน เพื่อสร้างความเห็นอกเห็นใจ ลดปัญหาการบูลลี่ (Bullying) พร้อมกำหนดเกณฑ์ชั่วโมงกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคมเป็นเงื่อนไขก่อนสำเร็จการศึกษา เช่น การส่งนักเรียนจิตอาสาไปสอนภาษาอังกฤษให้แก่พระและสามเณรตามวัดต่างๆ นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมศักยภาพเฉพาะด้านผ่าน ASB Golf Academy ซึ่งได้สร้างนักกีฬากอล์ฟระดับโลกอย่าง “”โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ เป็นนักกีฬากอล์ฟหญิงชาวไทยที่ประสบความสำเร็จในเวที LPGA Tour
ทั้งนี้ โครงสร้างการบริหารและฐานนักเรียนของ ASBGV ได้รับการวางรากฐานให้มีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจและประชากรศาสตร์ โดยเน้นการสร้างความสมดุลทั้งในมิติสัดส่วนนักเรียน การบริหารจัดการความเสี่ยง และการส่งมอบคุณค่าทางการศึกษาอย่างยั่งยืน อย่าง การแบ่งขนาดชั้นเรียนอย่างแม่นยำและทีมผู้สอน 3 คน จัดขนาดชั้นเรียนตามระดับพัฒนาการ คือ ระดับเด็กเล็ก (Early Childhood/Primary) จำกัดเพียง 15 คนต่อห้อง และ ระดับมัธยม (High School) จำกัดเพียง 20 คนต่อห้อง โดยมีทีมครูดูแลถึง 3 คนต่อห้อง ซึ่งแบ่งบทบาทหน้าที่ชัดเจน ได้แก่ 1) ครูประจำวิชา 2) ครูดูแลปรับระดับความรู้ซ่อมเสริมสำหรับเด็กที่เรียนไม่ทัน (Remedial/Catch-up) และ 3) ครูสังเกตการณ์พฤติกรรมเพื่อคัดกรองเด็กที่มีศักยภาพสูงพิเศษ (Gifted) หรือเด็กที่มีความต้องการเฉพาะ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ
ดร.ลักขณา กล่าวต่อไปว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน ถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญของสถาบัน ขณะเดียวกันการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เท่าทันสถานการณ์ ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการขับเคลื่อนโรงเรียนในบรรยากาศการแข่งขันที่สูงขึ้นของตลาดโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งนักเรียนของโรงเรียน ASBGV สามารถสอบเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ 100% ตั้งแต่ปี 2000 ในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเยอรมนี รวมถึงสามารถคว้าทุนการศึกษาในแต่ละปีคิดเป็นมูลค่ารวมของนักเรียนแต่ละรุ่นกว่า 2,000 ถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“โรงเรียนได้วางแผนเชิงรุกในการขยายฐานนักเรียนผ่านการเข้าร่วมงาน China Education Expo เพื่อเจาะตลาดนักเรียนจีน และกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในอีก 5 ปีข้างหน้าในการขยายการรับนักเรียนไปยังภูมิภาคยุโรปตะวันออก ขณะเดียวกัน ยังคงเน้นคุณภาพของครูผู้สอน การประเมินผลเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน หลักสูตรที่ยืดหยุ่น ตลอดจนการแนะนำการเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นผลให้โรงเรียนอยู่รอดและเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน”ดร.ลักขณา กล่าว
ในส่วนของการได้รับรางวัลเกียรติยศ Hall of Fame จาก Oklahoma State University (OSU) ประเทศสหรัฐอเมริกาของ “ดร.ลักขณา” โดยนับเป็นคนเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ 135 ปีของมหาวิทยาลัย และเป็นลำดับที่ 221 จากศิษย์เก่าทั้งหมดกว่า 34,000 คน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการการศึกษาของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
“ปณิธานการทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มุ่งเน้นการสร้างผู้เรียนให้เป็นทั้ง “คนดีและคนเก่ง” ที่มีทักษะทางอารมณ์ (Soft Skills) มีความเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นประชากรโลก (Global Citizen) ที่มุ่งมั่นทำประโยชน์เพื่อสังคม ความสำเร็จจากการได้รับรางวัล Hall of Fame จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และการดำเนินงานของโรงเรียน ASBGV ตลอดกว่า 4 ทศวรรษ จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความเป็นสถาบันการศึกษาต้นแบบ ที่พร้อมขับเคลื่อนการศึกษาไทยและสากลสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ดร.ลักขณา กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังมองหาโรงเรียนนานาชาติ หรือโรงเรียนต่างๆ ให้แก่ลูกหลาย ควรพิจารณาจากคุณภาพครูผู้สอน สภาพแวดล้อมที่เน้นความปลอดภัย หลักสูตรที่ได้มาตรฐาน และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ซึ่ง ASBGV พร้อมเปิดให้ผู้ปกครองสามารถเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ของโรงเรียน และสังเกตการณ์ในห้องเรียนได้ สำหรับผู้ปกครองที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://asbgv.ac.th/th หรือสอบถาม Admission Hotline : 0633143660
แชร์ :
