Anthropic เผย Claude AI เจาะระบบบริษัท 3 แห่ง ในระหว่างการทดสอบ
Anthropic เผย Claude AI เจาะระบบบริษัท 3 แห่ง ระหว่างการทดสอบ หลังความผิดพลาดทำให้โมเดลเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะได้
Anthropic เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2026 ว่า Claude AI บางโมเดล ได้เจาะเข้าสู่ระบบของบริษัทจริง 3 แห่งระหว่างการทดสอบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง OpenAI เปิดเผยว่า AI Agent ของบริษัทได้ดำเนินการโจมตีระบบนอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้
กรณีของ Anthropic เกิดจากความผิดพลาดที่ทำให้โมเดล AI สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสาธารณะโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งแตกต่างจากกรณีของ OpenAI ซึ่ง AI Agent สามารถค้นพบ และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่รูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตัวเองระหว่างการทดสอบด้านไซเบอร์

แม้สาเหตุของทั้งสองกรณีจะแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และผู้พัฒนาอาจเผชิญความยากลำบากในการควบคุมขีดความสามารถของโมเดลให้อยู่ภายในขอบเขตที่กำหนด
เหตุการณ์นี้อาจเพิ่มแรงผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของ AI อย่างเข้มงวดขึ้น ในช่วงที่ Anthropic และ OpenAI กำลังแข่งขันพัฒนาระบบที่มีความสามารถสูงขึ้น ก่อนแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ผู้นำคนสำคัญของห้องปฏิบัติการ AI เหล่านี้เคยเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเพื่อจัดการความเสี่ยงก่อน
Anthropic ซึ่งตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก ระบุในบล็อกโพสต์ว่า บริษัทตรวจพบเหตุการณ์ดังกล่าวหลังตรวจสอบเซสชันการทดสอบทั้งหมด 141,006 เซสชัน กระบวนการตรวจสอบนี้เริ่มต้นขึ้นหลัง OpenAI เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า AI Agent อัตโนมัติของบริษัทได้ก่อให้เกิดการเจาะระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของ Hugging Face สตาร์ตอัปที่ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับโฮสต์ และพัฒนาโมเดล AI ร่วมกัน
ระหว่างการทดสอบด้านไซเบอร์ โมเดล Claude ได้รับแจ้งว่าไม่มีสิทธิ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่ความเข้าใจผิดที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในพันธมิตรด้านการประเมินของ Anthropic ทำให้ระบบยังคงเชื่อมต่อกับเว็บไซต์สาธารณะได้ ส่งผลให้โมเดลเข้าถึงระบบขององค์กร 3 แห่งโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย Anthropic ไม่ได้เปิดเผยชื่อองค์กรเหล่านั้น
Anthropic ระบุว่า
“Claude เจาะโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรที่ได้รับผลกระทบด้วยเทคนิคพื้นฐาน เช่น การใช้ประโยชน์จากรหัสผ่านที่ไม่รัดกุม และ Endpoint ที่ไม่ต้องยืนยันตัวตน”
Jeffrey Ladish กรรมการบริหารของ Palisade Research องค์กรที่ศึกษาความสามารถในการโจมตีของระบบ AI กล่าวว่า เขาสงสัยว่าบริษัท AI ชั้นนำหลายแห่ง อาจเคยเผชิญเหตุการณ์อื่นที่ยังไม่ถูกตรวจพบ หรือไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ
Ladish กล่าวว่า
“สถานการณ์นี้จะยิ่งแย่ลงเมื่อโมเดลฉลาดขึ้น พวกมันจะเก่งขึ้นในการโกง และเก่งขึ้นในการโกหก”
การทดสอบ Capture-the-Flag เชื่อมต่อไปยังเป้าหมายจริง
Anthropic ระบุว่าเหตุการณ์ซึ่งบริษัทเรียกว่าเป็น “ความล้มเหลวในการปฏิบัติงาน” หรือ Operational Failure เกี่ยวข้องกับโมเดล 3 รุ่น ได้แก่ Claude Opus 4.7, Claude Mythos 5 และโมเดลทดสอบภายในสำหรับงานวิจัยที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

เหตุการณ์แรกสุดเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. 2026 ภายในสภาพแวดล้อมสำหรับการประเมินที่จงใจไม่ติดตั้งมาตรการป้องกัน เพื่อให้ Anthropic สามารถตรวจสอบได้ว่า AI ของบริษัทมีความสามารถทำอะไรได้บ้าง
โมเดลเหล่านี้ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจแบบ Capture-the-Flag ซึ่งเป็นสถานการณ์สมมติที่กำหนดให้โมเดลค้นหาข้อมูลที่ถูกซ่อนไว้ภายในเครือข่ายจำลอง
ในเหตุการณ์หนึ่ง Claude Opus 4.7 ได้รับชื่อบริษัทเป้าหมายสมมติ แต่ชื่อนั้นบังเอิญตรงกับชื่อของบริษัทที่มีอยู่จริง โมเดล AI จึงค้นพบ และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบ และฐานข้อมูลของบริษัทจริงดังกล่าวได้
Anthropic ระบุว่า Opus 4.7 ให้เหตุผลว่า ระบบที่ดูเหมือนจะอยู่ในโลกจริงนั้น น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมจำลองที่ Anthropic จัดเตรียมไว้
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวข้องกับโมเดลทดสอบรุ่นใหม่ของ Anthropic ที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยโมเดลหยุดการโจมตีด้วยตัวเองหลังตระหนักว่าเป้าหมายที่เข้าถึงนั้นเป็นระบบจริง
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ Anthropic มีความหวังอย่างระมัดระวังว่า บริษัทอาจมีความคืบหน้าในการพัฒนาให้ AI แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม แต่บริษัทย้ำว่ายังจำเป็นต้องทำการทดสอบเพิ่มเติม ก่อนจะมั่นใจในข้อสรุปนี้ได้
Anthropic ระงับการประเมินด้านไซเบอร์ทั้งหมดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2026 และแจ้งให้องค์กรที่ได้รับผลกระทบทราบเมื่อวันที่ 27 ก.ค. โดยในจำนวนนี้มี 2 องค์กรที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเกิดกิจกรรมดังกล่าว ส่วนบริษัทที่สาม Anthropic ระบุว่ายังคงอยู่ระหว่างการติดต่อ
Irregular ห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรภายนอกที่ทำหน้าที่ประเมินระบบให้ Anthropic เปิดเผยกับ Reuters ว่า กำลังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์เหล่านี้
Anthropic เรียกร้องให้เพิ่มมาตรการควบคุมการทดสอบ AI
Anthropic ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการควบคุมที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งในสภาพแวดล้อมการทดสอบภายในบริษัท และการทดสอบโดยบุคคลภายนอก เนื่องจากโมเดล AI กำลังมีความสามารถในการดำเนินกิจกรรมด้านไซเบอร์ในโลกจริงมากขึ้น
Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX ซึ่งดำเนินธุรกิจห้องปฏิบัติการ AI ที่เป็นคู่แข่งกัน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ผ่าน X ว่า
“เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ AI ฉลาด และมีความเป็น Agent มากขึ้น”
คำว่า Agent ในที่นี้หมายถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ โดยมีการแทรกแซงจากมนุษย์อย่างจำกัด
ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า AI Agent ของ OpenAI ที่เจาะเข้าสู่ Hugging Face ได้ดำเนินการโจมตีต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน โดย OpenAI ไม่พบเหตุการณ์ดังกล่าวจนกระทั่งภัยคุกคามถูกควบคุมไปแล้ว และมีการแจ้งสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า เขาได้หารือเรื่องการเจาะระบบกับวุฒิสมาชิกที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ขณะที่โฆษกของ OpenAI ระบุว่า Altman มีแผนหารือกับทำเนียบขาวเกี่ยวกับโมเดล AI รุ่นใหม่และกระบวนการทดสอบ
รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเพิ่มการกำกับดูแลโมเดล AI
รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ โดยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump ได้สั่งการให้คณะที่ปรึกษาจัดทำกรอบการทดสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบสมัครใจ สำหรับระบบ AI ที่มีความก้าวหน้าสูงที่สุด โดยให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีมีส่วนร่วมในการจัดทำกรอบดังกล่าวด้วย
ก่อนหน้านี้ Anthropic ได้จำกัดการเข้าถึงโมเดล Fable 5 และ Mythos 5 หลังสหรัฐฯ ออกคำสั่งควบคุมการส่งออกเป็นการชั่วคราว โดยอ้างถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ที่มา: Reuters