Alpinestars S-R7 / S-M7 เตรียมเปิดตัวที่ไทย 17 กรกฎาคม นี้
Posted on 14/07/2026

Alpinestars S-R7 (Supertech R7) หมวกกันน็อคที่หลายคนรอคอย ถูกเคาะกำหนดวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยแล้วว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้ ที่งาน IMPACT Speed Fest 2026 โดยในวันเดียวกันนี้เอง ทางแบรนด์ยังเลือกที่จะเปิดตัวหมวกกันน็อคสำหรับทางฝุ่นโมเดลใหม่อย่าง Alpinestars SM3 (Supertech M3) ซึ่งเป็นโมเดลเริ่มต้นของตระกูล M ด้วยเพื่อเอาใจสายลุย
โดยหมวกกันน็อครุ่น Supertech R7 มาพร้อมกับงานดีไซน์ที่เรียกได้ว่าแทบไม่ต่างจากรุ่นพี่อย่าง R10 ทั้งหน้าตาองค์รวมที่ดูมีความเรียวแหลมในช่วงคาง และมีหน้าผากโหนกสูง กับชิลด์หน้าขนาดใหญ่ พร้อมวิสัยการมองในแนวขวาง 220 องศา และ ในแนวตั้ง 57 องศา แถมยังมีครีบรีดอากาศด้านข้าง แบบเดียวกับพี่ใหญ่
ส่วนช่วงท้ายเองก็มีความปราดเปรียวเพื่อการรีดอากาศเพียงแต่จะเป็นการใช้ชิ้นงานขึ้นรูปมาแบบตายตัว ไม่ใช่สปอยเลอร์แบบถอดได้แบบพี่ใหญ่แต่อย่างใด แม้แต่ช่องรีดลมช่วงปลายคางด้านข้างก็ยังดูเวอร์วังน้อยกว่า และอาจจะมีช่องระบายลมน้อยกว่าพี่ใหญ่เพียง 1 จุด เท่านั้น เหลือ 10 จุด แบ่งเป็น ช่องลมเข้า 6 จุด และช่องลมออก 4 จุด ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานแบบเน้นวิ่งถนนเผื่อลงสนาม
และสำหรับการใช้งานบนถนนตัวหมวกก็ยังพร้อมจะตอบโจทย์ด้วยเช่นกัน เพราะทางแบรนด์ได้ออกแบบให้หมวกมีช่องสำหรับติดตั้งอุปกรณ์อินเตอร์คอมทางด้านซ้ายมาด้วย ซึ่งเป็นลูกเล่นที่พี่ใหญ่ไม่ได้มีมาให้แต่อย่างใด
โดยแม้ตัวเปลือกจะไม่ได้เน้นการโชว์วัสดุคาร์บอนจ๋าๆเหมือน Supertech R10 แต่ส่วนประกอบของเปลือกหมวก Supertech R7 ก็มีทั้งชั้นที่ถูกทำขึ้นจากวัสดุ Undirectional Carbon Composite และ Carbon Aramid อยู่ด้วยก่อนที่จะถูกหุ้มด้วยชั้นไฟเบอร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง
และชั้นกันกระแทกทั้งหมดที่ว่ามานั้น ก็จะถูกประสานให้เป็นเนื้อเดียวกันด้วยวัสดุเรซิน Pre-Preg ช่วยให้น้ำหนักรวมของหมวกมีตัวเลขต่ำกว่าพี่ใหญ่ถึงราวๆ 150 กรัมด้วยกัน แต่ก็ดีพอที่จะผ่านมาตรฐาน DOT และ ECE 22.06 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของหมวกกันน็อคยุคปัจจุบันต้องผ่านกัน มีเพียงแค่มาตรฐาน FIM เท่านั้นที่ไม่ได้ถูกนำไปตรวจสอบเพราะไม่ใช่หมวกที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันเต็มตัว
ถึงกระนั้นลูกเล่นในการใช้งานก็ยังมีทั้ง โฟม EPS ด้านในแบบ 3 มิติ หุ้มด้วยผ้าลดการก่อแบคทีเรียขณะสวมใส่ และยังมีช่องสำหรับใส่ขาแว่น มีระบบสายดึงปลดอินเนอร์ในกรณีฉุกเฉิน และมีระบบปรับตำแหน่งอินเนอร์ “A-Head” ของดีเทคโนโลยีเฉพาะของ Alpinestars เพื่อความกระชับ และรับกับรูปทรงศรีษะของผู้สวมใส่มาให้แบบพี่ใหญ่

ด้านหมวกกันน็อกค Supertech M3 ก็ถือเป็นหมวกกันน็อครุ่นใหม่ ที่จะถือเป็นตัวเริ่มต้นของหมวกกันน็อคตระกูล M จากแบรนด์ Alpinestars โดยหมวกรุ่นนี้ จะมาพร้อมกับงานดีไซน์ที่ดุดันไม่ต่างจากพี่ๆ โดยเฉพาะการผสมผสานสัดส่วนระหว่าง M5 และ M7 ไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้แม้จะเป็นน้องเล็ก แต่ก็มีลูกเล่นมาให้ครบครัน ทั้ง ช่องดักอากาศขาเข้า 10 จุด และช่องระบายอากาศขาออกอีก 7 จุด ช่องต่อหลอดดูดน้ำในตัว ซับในนุ่มพิเศษ ทำจากวัสดุรีไซเคิล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่เพียงเท่านั้นชั้นโฟมซับแรงด้านในทั้ง 5 ชั้น ยังถูกออกแบบให้มีความหนาแน่นถึง 4 ระดับ เพื่อความสามารถในการลดแรงกระแทกที่ดีโดยคำนวณถึงอัตราการไหลของของเหลวภายในกระโหลกศรีษะว่าจะต้องซับแรงได้ดีพอจนไม่ทำให้อวัยวะภายในศรีษะเสียหายได้ง่าย และตัวปีกหมวกด้านบนยังถูกออกแบบให้พร้อมสละจากฐานเมื่อมีแรงกระแทกสูงเกินไป เพื่อลดโอกาสที่ผู้สวมใส่จะได้รับบาดเจ็บที่ต้นคออีก

ส่วนเปลือกนอกของตัวหมวก จะถูกทำขึ้นจากวัสดุเทอร์โมพลาสติกฉีดอัดขึ้นรูป เมื่อบวกกับทรวดทรงหมวกที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ก็จะช่วยให้ตัวหมวกสามารถกระจายแรงกระแทกจากจุดรับแรงได้ดียิ่งขึ้น ส่วนความหนาของตัวเปลือกก็ยังถูกคำนวนมาอย่างดีเพื่อให้อยู่ในจุดที่สมดุลระหว่างความแข็งแรง และความเบา ช่วยให้หมวกทั้งใบมีน้ำหนักรวมที่ 1,430 กรัม ตามมาตรฐาน ECE 2206 และ 1,460 กรัม ตามมาตรฐาน DOT
ขณะเดียวกัน ในส่วนงานออกแบบคางหมวกด้านหน้า ทาง Alpinestars ยังออกแบบให้สามารถรับแรงกระแทกได้สูงกว่าตามมาตรฐานกำหนด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้สวมใส่ จากนั้นยังมีการเคลือบผิวหมวกด้วยสีพิเศษที่มีแรงเสียดทานต่ำ ช่วยลดโอกาสที่หมวกจะดึงคอผู้ขี่หากเกิดกรณีมุดพงไม้แล้วกิ่งไม้เสียดสีกับผิวหมวก หรือแฉลบพื้นแล้วหมวกโดนพื้นดึงเป็นต้น
สุดท้ายตัวหมวกจะมาพร้อมกับระบบปลดซับในฉุกเฉิน สายรัดคางทนแรงดึงสูงความหนา 25 มิลลิเมตร และห่วงล็อคแบบ DD-Ring รองรับการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันไปจนถึงในสนามแข่งขันได้ทุกรูปแบบฉบับสายลุยจริงๆ

โดยราคาวางจำหน่ายจริงของหมวกกันน็อคทั้งสองรุ่น จะมีการประกาศในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้ และคาดว่าในส่วนของหมวกกันน็อค Alpinestars S-R7 (Supertech R7) จะมีการตั้งราคาที่ราวๆ 2x,xxx บาท เท่านั้น ขณะที่ Alpinestars SM3 (Supertech M3) ก็อาจจะมีราคาไม่ถึง 10,000 บาทเช่นกัน เพื่อไม่ให้มีราคาใกล้เคียงกับพี่กลางอย่าง SM5 มากเกินไป
สำหรับใครที่สนใจในหมวกกันน็อค Alpinestars S-R7 (Supertech R7) และ Alpinestars SM3 (Supertech M3) สามารถเตรียมรับชมหมวกของจริงได้ที่งาน IMPACT Speed Fest 2026 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม ปี 2569 เป็นต้นไป
Source Cr.: Alpinestars