All NEW Mitsubishi PAJERO เจเนอเรชัน 5 เปิดตัวแล้ว! SUV เรือธง 7 ที่นั่ง ดีเซล 2.4 Turbo 204 แรงม้า เตรียมเข้าไทย ตุลาคม 2026
Spread the love
Advertisement
Advertisement




All NEW Mitsubishi PAJERO เจเนอเรชัน 5 เปิดตัวแล้ว! SUV เรือธง 7 ที่นั่ง ดีเซล 2.4 Turbo 204 แรงม้า เตรียมเข้าไทย ตุลาคม 2026
All NEW Mitsubishi PAJERO เจเนอเรชันที่ 5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมการกลับมาอีกครั้งของชื่อระดับตำนานที่อยู่คู่ Mitsubishi Motors มานานกว่า 40 ปี โดยครั้งนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็น Flagship Cross-Country SUV รุ่นสูงสุดของค่าย เหนือกว่า Mitsubishi Pajero Sport อย่างชัดเจน
PAJERO รุ่นใหม่มาพร้อมตัวถัง 3 แถว 7 ที่นั่ง ใช้โครงสร้างแบบ Ladder Frame เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 Turbo VGT กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC
ที่สำคัญ All NEW PAJERO จะมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่ประเทศไทย และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026
กลับมาในฐานะ Flagship SUV ของ Mitsubishi
All NEW PAJERO ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแทน Pajero Sport โดยตรง แต่ Mitsubishi วางตำแหน่งให้เป็น SUV รุ่นสูงสุดของแบรนด์
คู่แข่งที่อยู่ในระดับเดียวกันในตลาดโลกจึงเป็นรถอย่าง
- Toyota Land Cruiser 250
- Toyota Land Cruiser 300
- Nissan Patrol
ขณะที่ตลาดประเทศไทย ด้วยการมีฐานการผลิตในประเทศ ทำให้ PAJERO มีโอกาสทำราคาได้ต่ำกว่ารถ SUV นำเข้าระดับเดียวกัน
หากราคาเปิดตัวอยู่ในระดับล้านปลาย ๆ หรือไม่เกิน 2 ล้านบาท คู่แข่งด้านราคาที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ Ford Everest Platinum, Toyota Fortuner GR Sport และ GWM TANK 500

ตัวถังใหญ่ระดับ Land Cruiser
All NEW Mitsubishi PAJERO มีมิติตัวถังดังนี้
- ยาว 4,920 มม.
- กว้าง 1,925 มม.
- สูง 1,900 – 1,910 มม.
- ฐานล้อ 2,870 มม.
- Ground Clearance 230 มม.
- รัศมีวงเลี้ยว 5.8 เมตร
มุมสำหรับการขับขี่ Off-Road
- Approach Angle 30.4 องศา
- Breakover Angle 22.6 องศา
- Departure Angle 25.8 องศา
อัตราการกระจายน้ำหนักหน้า : หลัง อยู่ที่ 52 : 48
เมื่อเทียบกับ Toyota Land Cruiser 250 ที่มีความยาว 4,925 มม. และฐานล้อ 2,850 มม. จะเห็นว่า PAJERO ใหม่มีขนาดตัวถังอยู่ในระดับใกล้เคียงกันมาก
เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 Turbo 204 แรงม้า
เครื่องยนต์เป็นดีเซล 4 สูบ รหัส 4N16 ขนาด 2.4 ลิตร ติดตั้งเทอร์โบแปรผันแบบ Wide-Range Single Variable-Geometry Turbo หรือ VGT ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะลูกใหม่ พร้อม Sport Mode, Sequential Shift และ Paddle Shift
แม้พื้นฐานเครื่องยนต์จะมีความเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ 4N16 ใน Triton แต่ Mitsubishi มีการปรับระบบเทอร์โบ ชิ้นส่วนภายใน และการจูนการทำงานให้เหมาะกับ PAJERO โดยเฉพาะ
แรงบิดมากกว่า Triton
All NEW PAJERO
- ดีเซล 2.4 Turbo VGT
- 204 แรงม้า
- 480 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
Mitsubishi Triton
- ดีเซล 2.4 Turbo
- 204 แรงม้า
- 470 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
Mitsubishi Pajero Sport
- ดีเซล 2.4 Turbo
- 184 แรงม้า
- 430 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ดังนั้น PAJERO ใหม่ไม่ได้แค่เปลี่ยนตัวถัง แต่ยังได้รับชุดเกียร์และการปรับจูนระบบส่งกำลังที่แตกต่างออกไปด้วย
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC – Super All Wheel Control รองรับโหมดขับเคลื่อน 4 รูปแบบ
- 2H ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
- 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time
- 4HLC ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อก Center Differential
- 4LLC ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อก Center Differential และ Low Range
นอกจากนี้ยังมี Driving Mode 7 รูปแบบ
- ECO
- Normal
- Gravel
- Snow
- Mud
- Sand
- Rock
เรียกได้ว่า Mitsubishi ยังคงรักษาคาแรกเตอร์ของ PAJERO ในฐานะรถ SUV สำหรับการใช้งาน Off-Road อย่างจริงจัง
กลับมาใช้ Ladder Frame
All NEW PAJERO ใช้โครงสร้างแบบ Body-on-Frame หรือ Ladder Frame พื้นฐานโครงสร้างพัฒนาต่อยอดจาก Triton แต่มีการเพิ่มคานแนวขวาง ปรับขนาดคาน และออกแบบจุดยึดตัวถังใหม่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ลดการบิดตัว และลดแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร มีการใช้เหล็ก High Tensile ในโครงสร้างประมาณ 50% เพื่อเพิ่มความแข็งแรงพร้อมลดน้ำหนัก เหตุผลหลักที่ Mitsubishi เลือก Ladder Frame คือความต้องการให้ PAJERO สามารถรองรับการใช้งานแบบ Cross-Country และ Off-Road หนักได้มากกว่ารถ SUV แบบ Monocoque ทั่วไป
ช่วงล่างหลัง 5-Link
ระบบช่วงล่างของ PAJERO ใหม่ประกอบด้วย
- ด้านหน้า Double Wishbone พร้อมเหล็กกันโคลง
- ด้านหลัง 5-Link Suspension + Rigid Rear Axle
เป็นรูปแบบที่เน้นสมดุลระหว่างการลุย ความแข็งแรง การควบคุมตัวรถ และความสบายในการเดินทางไกล

ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง หรูขึ้นแบบ SUV เรือธง
ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ-น้ำตาล Camel พร้อมวัสดุ Soft Touch และหนังหลายตำแหน่ง
- เบาะนั่งหุ้มหนัง Semi-Aniline แบบ Perforated
- เบาะคู่หน้าและเบาะแถวที่ 2 ใช้โครงสร้าง R-Comfort เพื่อเพิ่มการรองรับสรีระ
อุปกรณ์สำคัญประกอบด้วย
Panoramic Roof + แอร์ 3-Zone
อุปกรณ์ด้านความสะดวกสบายมีให้ค่อนข้างครบ
หน้าจอคู่ 14.3 นิ้ว
จุดเด่นอีกอย่างของห้องโดยสารคือหน้าจอแบบ Monolithic Display ที่เชื่อมต่อกัน
ประกอบด้วย
- มาตรวัด Full Digital 14.3 นิ้ว
- หน้าจอกลาง Touchscreen 14.3 นิ้ว
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
หน้าจอยังสามารถแสดงข้อมูลสำหรับการขับขี่ Off-Road เช่น
- Pitch
- Roll
- Altitude
- Compass
- Torque Distribution
- อุณหภูมิภายนอก
เป็นการนำเอกลักษณ์ Multi Meter ของ PAJERO รุ่นเก่ากลับมาในรูปแบบดิจิทัล
ระบบเสียง YAMAHA 12 ลำโพง
All NEW PAJERO ติดตั้งระบบเสียง
YAMAHA Dynamic Sound Ultimate
มาพร้อม
- ลำโพง 12 ตำแหน่ง
- Dual Amplifier
- Noise Cancellation
ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า Mitsubishi ต้องการยกระดับ PAJERO ให้เป็นรถเรือธงด้านความหรูหรา ไม่ได้เน้นเพียงความสามารถ Off-Road เท่านั้น
กล้อง 360 องศา + Transparent Chassis
PAJERO มาพร้อมกล้อง Multi Around View Monitor 360 องศา จุดเด่นคือระบบ Transparent Chassis ระบบจะใช้ภาพจากกล้องรอบคันมาประมวลผล เพื่อจำลองภาพบริเวณพื้นและพื้นที่ใต้ด้านหน้าของรถ ช่วยให้ผู้ขับเห็นก้อนหิน หลุม หรือสิ่งกีดขวางขณะขับ Off-Road ได้ง่ายขึ้น
ระบบช่วยขับ MI-PILOT
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ MI-PILOT ทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์
อุปกรณ์สำคัญ เช่น
พร้อมถุงลมนิรภัยรวม 8 ตำแหน่ง
ผลิตไทยคือแต้มต่อสำคัญที่สุด
สิ่งที่ทำให้ All NEW PAJERO น่าสนใจมากสำหรับตลาดประเทศไทย ไม่ใช่เพียงชื่อ PAJERO หรือสเปกของตัวรถ แต่คือการมีฐานการผลิตในประเทศไทย ในตลาดโลก PAJERO ถูกวางตำแหน่งให้แข่งขันกับ Land Cruiser
แต่ Toyota Land Cruiser 250 และ Land Cruiser 300 ที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นรถนำเข้า จึงมีต้นทุนและภาษีสูงกว่า
หาก PAJERO ที่ผลิตในไทยสามารถเข้าโครงสร้างภาษีกลุ่ม PPV และ Mitsubishi สามารถตั้งราคาในระดับล้านปลาย ๆ ได้จริง จะทำให้เกิดช่องว่างด้านราคาขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับ Land Cruiser
ในขณะเดียวกันก็จะลงมาแข่งขันกับรุ่นท็อปของกลุ่ม PPV โดยตรง
ราคาไทยคือคำตอบสุดท้าย
ตอนนี้สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดของ All NEW Mitsubishi PAJERO คือราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
หากราคาเริ่มต้นอยู่ในระดับที่จับต้องได้ และรุ่นท็อปสามารถกดให้อยู่ไม่เกิน 2 ล้านบาท PAJERO มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งใน SUV รุ่นใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดประเทศไทยได้มากที่สุดในช่วงปลายปี 2026
เพราะนอกจากชื่อเสียงของ PAJERO แล้ว ตัวรถยังมีทั้งขนาดระดับ Land Cruiser เครื่องยนต์ดีเซล 204 แรงม้า ระบบ S-AWC พร้อม Low Range ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง อุปกรณ์ระดับเรือธง และที่สำคัญคือผลิตในประเทศไทย
กลางเดือนตุลาคม 2026 ต้องรอดูว่า Mitsubishi Motors Thailand จะเปิดตัวกี่รุ่นย่อย และจะวางราคา PAJERO ใหม่ไว้แรงแค่ไหน

Mitsubishi ลุยเกมใหม่! ฟื้น Pajero ปี 2026 เตรียมผลิตไทย แตกไลน์หลายรุ่น พร้อม Hybrid ในอนาคต
Mitsubishi Motors กำลังเตรียมกลับมาเดินเกมครั้งสำคัญอีกครั้ง หลัง เคสุเกะ คิชิอุระ (Keisuke Kishiura) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (President & COO) ของบริษัท Mitsubishi Motors เปิดเผยทิศทางใหม่ของบริษัท โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือการนำชื่อ Mitsubishi Pajero กลับมาทำตลาดอีกครั้งภายในปี 2026 พร้อมวางแผนต่อยอด Pajero ให้กลายเป็น “ตระกูลรถ” ที่มีมากกว่าหนึ่งรุ่น
ที่น่าสนใจคือ บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับ การผลิต Pajero ในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมองความเป็นไปได้ในการผลิตรถขนาดกลางและขนาดเล็กบางรุ่นในญี่ปุ่นด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า Mitsubishi ไม่ได้มอง Pajero เป็นเพียงการนำชื่อระดับตำนานกลับมาเท่านั้น แต่ต้องการใช้ชื่อ Pajero เป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
Mitsubishi ไม่ขอแข่งด้วยส่วนแบ่งตลาด แต่จะขาย “ความแตกต่าง”
คิชิอุระให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Yomiuri ว่า Mitsubishi ต้องกลับมาสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่น เพราะหากบริษัทไม่มีความโดดเด่นในบ้านเกิด พนักงานเองก็อาจขาดความมั่นใจและพลังในการเดินหน้าธุรกิจ บริษัทตั้งเป้าว่า ภายในปีงบประมาณ 2030 จะเพิ่มยอดขายในญี่ปุ่นเป็นประมาณ 180,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นราว 1.5 เท่าจากปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ไม่ได้ต้องการเดินเกมแบบผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่เน้นส่วนแบ่งตลาดระดับ 10% หรือ 20% ขึ้นไป แนวทางของ Mitsubishi คือการเลือกสร้างรถที่มีบุคลิกชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Delica และ Outlander ซึ่งถือเป็นรถที่มีตำแหน่งทางการตลาดเฉพาะตัว และ Mitsubishi ต้องการเดินหน้ากลยุทธ์นี้ต่อไป คิชิอุระระบุว่า บริษัทตั้งใจจะ “แข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและเฉียบคม” แทนที่จะพยายามไล่ตามคู่แข่งในทุกเซกเมนต์
Pajero กลับมาในปี 2026 หลังหายไป 7 ปี
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ Mitsubishi เตรียมนำกลับมาใช้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ก็คือ Pajero บริษัทมีแผนเปิดตัว Pajero รุ่นใหม่ภายในปี 2026 หลังจากชื่อ Pajero หายออกจากตลาดญี่ปุ่นไปประมาณ 7 ปี
ชื่อ Pajero ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางแบรนด์ที่สำคัญที่สุดของ Mitsubishi โดยรถรุ่นนี้สร้างชื่อจากการแข่งขันแรลลี่ Dakar และสร้างภาพจำของ Mitsubishi ในฐานะแบรนด์ที่เชี่ยวชาญรถขับเคลื่อนสี่ล้อมาเป็นเวลาหลายสิบปี
การนำ Pajero กลับมาในช่วงที่ตลาด SUV และรถแนวออฟโรดได้รับความนิยมสูง จึงเป็นจังหวะที่ Mitsubishi อาจใช้เพื่อเรียกคืนตัวตนของแบรนด์
ไม่ได้มีแค่ Pajero รุ่นเดียว แต่เตรียมทำเป็น “Series”
ประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าการกลับมาของ Pajero คือ Mitsubishi กำลังมองไกลกว่ารถเพียงรุ่นเดียว คิชิอุระเปิดเผยว่า “เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เรามีแผนพัฒนา Pajero ให้เป็น Series” นั่นหมายความว่า ในอนาคตชื่อ Pajero อาจไม่ได้ถูกใช้กับ SUV ขนาดใหญ่เพียงรุ่นเดียว แต่มีโอกาสขยายไปยังรถหลายขนาดหรือหลายรูปแบบ หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงคือ รถขนาดกลางและขนาดเล็กที่อาจถูกพัฒนาเพิ่มเติม และอาจมีการผลิตบางรุ่นในประเทศญี่ปุ่น
หาก Mitsubishi เดินหน้าแนวทางดังกล่าวจริง Pajero อาจถูกพัฒนาให้มีบทบาทคล้ายกับ “แบรนด์ย่อย” ภายใน Mitsubishi และใช้แข่งขันในตลาด SUV หลายระดับราคา
Pajero รุ่นใหม่เตรียมผลิตในประเทศไทย
สำหรับ Pajero รุ่นใหม่ Mitsubishi ระบุว่าขณะนี้บริษัทกำลัง เตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในประเทศไทย ไทยจึงมีโอกาสเป็นฐานการผลิตสำคัญของ Pajero เจเนอเรชันใหม่ เช่นเดียวกับรถ Mitsubishi หลายรุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ไทยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นตลาดสำหรับ Pajero แต่จะเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
และด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมของ Mitsubishi ในไทยที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะรถกระบะและ SUV พื้นฐานจากรถกระบะ การนำ Pajero กลับมาผลิตในไทยจึงถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับฐานธุรกิจเดิมของบริษัท
Mitsubishi ชะลอเกม EV หันให้น้ำหนัก Hybrid มากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง การให้สัมภาษณ์กับ Nikkei ยังเผยให้เห็นทิศทางด้านขุมพลังของ Mitsubishi ในช่วงหลายปีข้างหน้า
บริษัทเตรียม เลื่อนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า EV บางโครงการออกไป และหันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ Hybrid ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Mitsubishi มองว่าสามารถใช้จุดแข็งของตัวเองได้มากกว่า
Mitsubishi มีประสบการณ์กับระบบไฟฟ้าและ PHEV มายาวนาน โดยเฉพาะ Outlander PHEV ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถ Plug-in Hybrid รุ่นแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลก
ดังนั้นแทนที่จะเร่งลงทุน EV เต็มรูปแบบเพียงอย่างเดียว บริษัทจึงเลือกกระจายเทคโนโลยี และนำระบบ Hybrid ไปใช้กับรถรุ่นสำคัญ
Pajero Hybrid อยู่ในแผนภายในปี 2031
Mitsubishi ตั้งเป้านำระบบ Hybrid มาใช้กับรถออฟโรดขนาดใหญ่ภายในปีงบประมาณ 2031 และหนึ่งในรถที่ถูกระบุว่าเป็นตัวเลือกสำคัญก็คือ Mitsubishi Pajero หมายความว่า Pajero เจเนอเรชันใหม่อาจเริ่มต้นจากขุมพลังที่เหมาะกับตลาดในปัจจุบัน ก่อนที่จะมีเวอร์ชัน Hybrid เพิ่มเข้ามาในภายหลัง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ Mitsubishi ที่ต้องการรักษาความสามารถด้านรถออฟโรด ขณะเดียวกันก็ลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ
เป้าหมายคือสร้าง Mitsubishi ให้กลับมามี “คาแรกเตอร์”
ภาพรวมของทิศทางใหม่จึงชัดเจนขึ้นว่า Mitsubishi ไม่ได้ต้องการแข่งด้วยจำนวนรุ่นหรือยอดขายสูงสุดในตลาด แต่จะกลับไปใช้สิ่งที่เคยสร้างชื่อให้บริษัท คือ รถที่มีบุคลิกชัดเจน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริง Delica, Outlander และ Pajero จึงอาจกลายเป็น 3 ชื่อสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ Mitsubishi ในช่วงหลายปีข้างหน้า
โดยเฉพาะ Pajero ซึ่งอาจไม่ได้กลับมาในฐานะ SUV เพียงคันเดียว แต่มีโอกาสถูกพัฒนาเป็นตระกูลรถหลายรุ่น และประเทศไทยกำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของโครงการนี้ หาก Mitsubishi สามารถนำจุดแข็งด้าน SUV, 4WD และ Hybrid มารวมกันได้สำเร็จ การกลับมาของ Pajero ในปี 2026 อาจไม่ได้เป็นเพียงการคืนชีพชื่อระดับตำนานเท่านั้น
แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตัวตนใหม่ของ Mitsubishi Motors ในตลาดโลกอีกครั้ง

ขณะที่ All-New Pajero ที่อยู่ในแผนการผลิต มีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยสูงถึงประมาณ 82% นอกจากนี้ Mitsubishi Motors ยังมีแผนลงทุนเพิ่มในประเทศไทยจนถึงปี 2573 อีกประมาณ 16,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
บริษัทกำลังศึกษาการผลิตและส่งออกรถกระบะ รวมถึง All-New Pajero ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid จากฐานการผลิตในประเทศไทยอีกด้วย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ผลิตในไทย” ของ Mitsubishi ไม่ได้หมายถึงเพียงนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบ แต่มีการพึ่งพาซัพพลายเชนและผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะรถรุ่นที่ทำตลาดและผลิตในไทยมาอย่างยาวนาน

Advertisement

