หวานเจี้ยบ! ALL-NEW MAZDA CX-5 Gen 3 ถอดเทอร์โบ ขยายฐานล้อ อัดจอ 15.6 นิ้ว คาดเข้าไทยปลายปี 2026
Mazda CX-5 เจเนอเรชันที่ 3 (2026) มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน แต่ยังคงไว้ซึ่งงานดีไซน์ที่คุ้นเคย แน่นอนว่าบางตลาดยังคงใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิมภายใต้ฝากระโปรง สำหรับการเปิดตัวในตลาดโลก ช่วงแรก จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ Naturally Aspirated บล็อกเดิม กำลังสูงสุด 132 กิโลวัตต์ 179 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 242 นิวตันเมตร โดยเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันกับที่ทำตลาดในอเมริกาเหนือ
เครื่องยนต์บล็อกนี้จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังจัดจ้านระดับ 170 กิโลวัตต์ 231 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ถูกยกเลิกการทำตลาดทั่วโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากปัญหาตัวเลขมลพิษ สำหรับกรอบเวลาการเปิดตัวของ CX-5 Hybrid ซึ่งถูกวางตัวให้ใช้เครื่องยนต์เบนซินตระกูลใหม่ล่าสุดอย่าง Skyactiv-Z ร่วมกับระบบไฮบริดที่ Mazda พัฒนาขึ้นเองภายในค่าย ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการแต่อย่างใดทั้งสิ้นเรียกได้ว่า เงียบเป็นเป่าสาก
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ บล็อกเดิม แน่นอนว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว และไว้ใจได้ รถรุ่นใหม่มีการปรับเซ็ตกล่องควบคุม Recalibrate ใหม่ เพื่อการตอบสนองที่ยืดหยุ่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเดิม ในกระบวนการปรับจูน ส่งผลให้กำลังลดลงไป 8 กิโลวัตต์หรือม้าหายไปประมาณ 11 ตัว ที่สำคัญก็คือ แรงบิดหายไป 10 นิวตันเมตร แต่กำลังสูงกว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 'eSkyactiv-G' ที่เตรียมทำตลาดในยุโรป ซึ่งทำได้ 104 กิโลวัตต์ 141 แรงม้า แรงบิด 238 นิวตันเมตร เสริมด้วยระบบ Mild-hybrid 24V เพื่อกดตัวเลข Co2 ให้ผ่านกับมาตรการอันเข้มงวดของทางการยุโรป
มิติตัวถังของ CX-5 ใหม่ มีความยาว 4,690 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตร และสูง 1,695 มิลลิเมตร มองแบบเปรียบเทียบกับรุ่นเดิม รถ CX-5 รุ่นใหม่ มีขนาดความยาวเพิ่มขึ้น 115 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 15 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ ยาวขึ้น 115 มิลลิเมตร เป็น 2,815 มิลลิเมตร ใช้ระบบกันสะเทือนหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ บานประตูได้รับการออกแบบให้มีมุมเปิดกว้างขึ้น เพื่อให้ขึ้น-ลงห้องโดยสารได้สะดวก มีการเคลมว่าพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระมีความยาวเพิ่มขึ้นเกือบ 50 มิลลิเมตร ลดความสูงของขอบห้องสัมภาระลง 18 มิลลิเมตร ช่วยให้ยกของขึ้น-ลงได้ง่ายกว่าเดิม
งานดีไซน์ภายนอก มองครั้งเดียวก็จำได้ทันทีว่าเป็น CX-5 เจเนอเรชันใหม่ รูปทรงโคร้งมนรอบคันที่คุ้นตา แต่รายละเอียดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ถูกปรับให้มีความเฉียบคมขึ้น ด้านหน้ายังคงเอกลักษณ์ด้วยชุดไฟหน้าเพรียวบางและกระจังหน้าทรงโล่ Mazda ระบุว่าได้ปรับลุคของ CX-5 ให้ดู เหลี่ยมและเฉียบคม มีฐานตัวถังที่ดูกว้างขึ้น ด้านหลังติดตั้งชุดไฟท้ายดีไซน์เหลี่ยม เชื่อมโยงงานออกแบบของ CX-5 ให้เข้ากันกับรถ SUV รุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ของ Mazda อย่าง CX-70 และ CX-90
ภายในเป็นการปฏิวัติจากรถรุ่นเก่าชนิดเปลี่ยนใหม่หมด ฉีกหนีจากรุ่นเดิมมากกว่างานดีไซน์ภายนอก มีการใส่กลิ่นอายรถไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง Mazda 6e เข้ามา หน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์แนวนอนขนาดใหญ่ สำหรับ CX-5 ใหม่ หน้าจอกลับมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่า โดยมีความกว้างถึง 15.6 นิ้ว เป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Mazda เคยทำมา และขยายใหญ่ขึ้นกว่าจอบนรุ่นเดิมที่มีขนาด 10.25 นิ้ว อย่างชัดเจน คอนโซลกลางของ CX-5 รุ่นก่อน เน้นความมินิมอล แต่ยังมีปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแบบอนาล็อกให้ใช้งาน ใน CX-5 ใหม่ ปุ่มแทบจะถูกถอดออกไปทั้งหมด ส่วนใหญ่ถูกย้ายไปฝังไว้ที่แถบด้านล่างของหน้าจอสัมผัส จะเหลือเพียงสวิตช์แบบปุ่มกดจริงไว้สำหรับระบบไล่ฝ้าเท่านั้น
หน้าจออินโฟเทนเมนต์ยังรองรับการปรับแต่งหน้าจอโฮมได้ตามต้องการ เข้าถึงฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็ว แผงหน้าปัดแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ถอดโลโก้สัญลักษณ์ Mazda ออก แล้วแทนที่ด้วยตัวอักษรชื่อแบรนด์ ห้องโดยสารรองรับระบบไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Lighting) พร้อมเผยภาพตกแต่งภายในทั้งโทนสีน้ำตาลพรีเมียม (Tan) และโทนสีทูโทน เทา-ดำ รวมถึงหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ (Panoramic Sunroof) ที่เข้ามาแทนที่ซันรูฟแบบช่องเดียว ชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารที่ยังคงยกมาจากรุ่นเดิม ปรากฏให้เห็นเพียงแค่คันเกียร์และปุ่มกดสตาร์ตเครื่องยนต์เท่านั้น
Mazda ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS (Advanced Driver Assistance System) แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างเป็นทางการว่ามีระบบใดบ้าง จากภาพ เผยให้เห็นระบบตรวจจับและเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Attention Monitoring) ติดตั้งอยู่ภายในห้องโดยสาร
สำหรับ Mazda CX-5 เจเนอเรชันแรก เริ่มเดินสายการผลิตครั้งแรกในปี 2012 และกลายเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV ขนาดคอมแพกต์ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย ยอดส่งมอบสะสมมากกว่า 316,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว ทำยอดขายสะสมทั่วโลกได้มากกว่า 4.5 ล้านคัน ในกว่า 100 ประเทศ CX-5 ยังเคยครองแชมป์รถยนต์ SUV ที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลียติดต่อกันตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2019 ทำสถิติจุดสูงสุดด้านยอดขายในปี 2022 ด้วยตัวเลขสูงถึง 27,062 คัน
ปัจจุบัน Mazda Sales Thailand ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเปิดตัว All-New Mazda CX-5 (เจเนอเรชันที่ 3) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่หากประเมินจากแผนการเปิดตัวในตลาดโลกและการจัดสรรโควตาในภูมิภาคอาเซียน คาดการณ์ว่าจะเปิดตัวในไทยช่วง ปลายปี 2026 ถึง ต้นปี 2027
สำหรับเวลาในการเปิดตัว ตลาดโลก ยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ทยอยเปิดตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ถึงปี 2026 ส่วนภูมิภาคอาเซียน จะเริ่มทำตลาดตามหลัง โดยคาดว่าจะเปิดตัวและเริ่มส่งมอบในไทยช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/