AIS PLAY ถ่ายทอดสดเอเชียนเกมส์ 2026 สูงสุด 17 ช่อง
26 สิงหาคม 202626 สิงหาคม 2026
AIS PLAY เตรียมถ่ายทอดสดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 และเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 จากไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ผ่านแพลตฟอร์ม OTT และ Online ด้วยสัญญาณ Full HD สูงสุด 17 ช่อง พร้อมไฮไลต์และรีรันสำหรับการแข่งขันที่รับชมสดไม่ทัน
เอเชียนเกมส์แข่งขันระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 ส่วนเอเชียนพาราเกมส์แข่งขันระหว่างวันที่ 18–24 ตุลาคม 2569 โดย AIS PLAY กำหนดช่วงถ่ายทอดรายการหลังเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม
ช่อง Asian Games 901–917 แบ่งตามภาษาและสัญญาณ
ผู้ชมเลือกสัญญาณได้ 17 ช่อง แบ่งเป็นช่องพากย์ไทย 3 ช่องและช่องจากนาโกย่าอีก 14 ช่อง รองรับวันที่มีการแข่งขันหลายชนิดกีฬาพร้อมกัน
- Asian Games 901–903 พากย์ไทย มีผู้บรรยายและนักวิเคราะห์ พร้อมรายการความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง
- Asian Games 904–915 สัญญาณภาษาอังกฤษ 12 ช่อง
- Asian Games 916–917 เสียงบรรยากาศสดจากสนาม 2 ช่อง
รุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ AIS อธิบายทิศทางการจัดสัญญาณว่าเน้นครอบคลุมการแข่งขันของนักกีฬาไทย คู่ระดับโลก และกีฬามหาชน เพื่อให้แฟนกีฬาเลือกติดตามรายการสำคัญได้ต่อเนื่อง

ราคาแพ็กเกจ PLAY ALL
- ลูกค้า AIS รายเดือน 199 บาท จากปกติ 299 บาท ไม่รวม VAT กด *898 โทรออก
- ลูกค้า AIS รายปี 1,999 บาท จากปกติ 2,999 บาท ไม่รวม VAT กด *898*1 โทรออก
- ลูกค้าเครือข่ายอื่น รายเดือน 299 บาท ไม่รวม VAT
- ลูกค้าเครือข่ายอื่น รายปี 2,999 บาท ไม่รวม VAT
อุปกรณ์ที่รองรับและคอนเทนต์ในแพ็กเกจ
PLAY ALL รับชมได้ผ่านแอป AIS PLAY บนมือถือและแท็บเล็ต, AIS PLAYBOX, เว็บไซต์บนพีซีและโน้ตบุ๊ก, Android TV, Samsung Smart TV, LG Smart TV และ Apple TV
แพ็กเกจเดียวกันยังรวมฟุตบอลบุนเดสลีกา ไทยลีก, NBA, NFL, เทนนิส ATP, กอล์ฟ LPGA Tour, PGA Tour และ DP World Tour รวมถึงช่องบันเทิงมากกว่า 24 ช่อง เช่น Warner TV, Eurosport, Discovery, Food Network, Cartoon Network, CNN, BBC News, Fox News และ Bloomberg
ด้วยช่องถ่ายทอดถึง 17 ช่อง ช่วยให้ผู้ชมเลือกคู่แข่งขันและภาษาบรรยายตามรายการของ เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ต้องการได้ พร้อมใช้ไฮไลต์และรีรันเก็บแมตช์ที่พลาดการรับชมสด โดยแพ็กเกจสำหรับลูกค้า AIS เริ่ม 199 บาทต่อเดือน ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ AIS PLAY
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok