AIS Business ลุยอาคารสำนักงานด้วยโซลูชัน Smart Building
1 สิงหาคม 20261 สิงหาคม 2026
AIS Business เปิดตัวโซลูชันครบวงจรสำหรับพัฒนาอาคารสำนักงานสู่ Smart Building เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ครอบคลุมตั้งแต่ Digital Backbone ระบบบริหารจัดการ ไปจนถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ เป้าหมายคือช่วยเจ้าของอาคารเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ดึงดูดผู้เช่าคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว พร้อมวางรากฐานให้อาคารต่อยอดสู่มาตรฐานตึกอัจฉริยะและอาคารสีเขียวได้ในอนาคต
Digital Backbone 5 ด้านที่ AIS วางเป็นแกนอาคารอัจฉริยะ
การพัฒนา Smart Building ต้องเริ่มจากโครงข่ายที่แข็งแกร่งพอจะรองรับการเชื่อมต่อและการขยายระบบในอนาคต AIS Business จึงวางองค์ประกอบไว้ 5 ด้าน ดังนี้
- โครงข่ายไฟเบอร์หลักเสถียรภาพสูง (High Availability Fiber Backbone) รองรับ Cloud, AI และแอปพลิเคชันสำคัญ พร้อมขยาย Bandwidth ตามจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น
- อินเทอร์เน็ตสำรองเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Network Resilience & Business Continuity) สลับเส้นทางอัตโนมัติเมื่อโครงข่ายหลักขัดข้อง
- ระบบสัญญาณมือถือครอบคลุมทั่วอาคาร (Complete Indoor Mobile Coverage) ตั้งแต่ห้องประชุม ล็อบบี้ ลิฟต์ ไปจนถึงชั้นใต้ดิน
- ระบบ Wi-Fi ระดับองค์กร (Enterprise Wi-Fi Infrastructure) บริหารจากศูนย์กลาง รองรับ Hybrid Working และอุปกรณ์จำนวนมาก
- โครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีอนาคต (Future-ready Network Infrastructure) เช่น IoT กล้อง AI ลิฟต์อัจฉริยะ และ Digital Twin ขยายระบบเพิ่มได้โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิม

เศรษฐกิจดิจิทัลไทยแตะ 5.6 ล้านล้านบาท ดันความต้องการโครงสร้างพื้นฐานอาคาร
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2569 จะมีมูลค่าราว 5.6 ล้านล้านบาท นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ระบุว่าตัวเลขนี้เป็นแรงผลักดันให้ Cloud, Data, AI, IoT และระบบอัตโนมัติกลายเป็นส่วนสำคัญของทุกอุตสาหกรรม โดยอาคารสำนักงานถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่คน ระบบ ข้อมูล และเทคโนโลยีทำงานร่วมกันทุกวัน
อาคารเก่าอายุ 20 ปีขึ้นไปในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนถึง 60%
ภูผา อ้างอิงข้อมูลจาก JLL ว่าพื้นที่สำนักงานราว 60% ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีอายุมากกว่า 20 ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของอาคารปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการโดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด ท่ามกลางการเข้าสู่ตลาดของอาคารพรีเมียมรุ่นใหม่ที่เพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขัน เขาระบุว่า AIS Business พร้อมเป็นพันธมิตรวางรากฐานให้อาคารรองรับเทคโนโลยีใหม่ ภายใต้พันธกิจ Your Trusted Smart Digital Partner
บริหารอาคารจากศูนย์กลางเดียว ต่อยอดมาตรฐาน WiredScore SmartScore LEED
เมื่อวางระบบ Digital Backbone ครบทั้ง 5 ด้าน เจ้าของอาคารจะสามารถควบคุมระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ แสงสว่าง ความปลอดภัย การเข้าออกอาคาร และที่จอดรถจากศูนย์กลางเดียว พร้อมติดตามการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรแบบ Real-time เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและสนับสนุนการจัดทำข้อมูล ESG
องค์ประกอบทั้งหมดช่วยให้อาคารต่อยอดสู่การขอรับรองมาตรฐานระดับสากล 3 มาตรฐาน ได้แก่ WiredScore ด้านคุณภาพการเชื่อมต่อ SmartScore ด้านการใช้เทคโนโลยียกระดับการบริหารอาคาร และ LEED ด้านประสิทธิภาพพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้เช่าองค์กรใช้ประกอบการตัดสินใจเช่าพื้นที่
ผลงานที่ผ่านมาครอบคลุมศูนย์ประชุมถึงอาคาร Mixed-Use
AIS มีประสบการณ์สนับสนุน Digital Infrastructure ให้โครงการสำคัญหลายแห่งมาก่อน กลุ่มศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอย่าง QSNCC, BITEC บางนา และ IMPACT เมืองทองธานี เป็นตัวอย่างที่เคยใช้บริการ เช่นเดียวกับกลุ่มอาคาร Mixed-Use อย่าง EmDistrict, One Bangkok และ Central Park ที่ใช้โซลูชันด้านการเชื่อมต่อและการบริหารจัดการจาก AIS มาก่อน
ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจยกระดับอาคารสำนักงานสู่ Smart Building สามารถกรอกข้อมูลติดต่อผ่านเว็บไซต์ ais.th เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญจาก AIS Business เข้าประเมินแนวทางที่เหมาะสมสำหรับอาคารแต่ละแห่งเป็นรายกรณีต่อไป
ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok