“ยศชนัน” ชู AI ปรับการเรียนตามความถนัด หนุนสายอาชีวะ–เสนอปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ - การศึกษา ข่าว สอบตรง สมัครสอบ นักเรียน นักศึกษา ทุนการศึกษา เรียนต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัย โรงเรียน
“ยศชนัน” ชู AI ปรับการเรียนตามความถนัด หนุนสายอาชีวะ–เสนอปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เสนอแนวทางพัฒนาการศึกษาให้ตอบโจทย์ผู้เรียนรายบุคคล ใช้ AI ช่วยค้นหาและต่อยอดความถนัด พร้อมส่งเสริมโอกาสเรียนต่อของเด็กสายอาชีวะ และผลักดันการปรับน้ำหนักสัมภาษณ์–มาตรฐาน Portfolio ในระบบ TCAS เพื่อเพิ่มความเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เปิดเผยแนวทางพัฒนาการศึกษาในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” โดยให้ความสำคัญกับความสามารถที่แตกต่างกันของผู้เรียน และการสร้างโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะกับแต่ละคน
ใช้ AI สนับสนุนการเรียนเฉพาะบุคคล
แนวคิดสำคัญที่นำเสนอคือ Precision Education หรือการจัดการศึกษาที่เหมาะกับความถนัดและศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล โดยมองว่าเด็กแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเก่งในรูปแบบเดียวกัน และไม่ควรใช้เกรดเพียงอย่างเดียวตัดสินความสามารถ
ความถนัดด้านศิลปะ งานช่าง เกษตร หรือสาขาอื่น ล้วนสามารถพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพได้ การจัดการศึกษาจึงควรช่วยให้ผู้เรียนค้นพบจุดแข็งและต่อยอดความเชี่ยวชาญของตนเอง
AI จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ตามความสนใจ ขณะที่ครูมีบทบาทเป็นผู้แนะนำและผู้อำนวยความสะดวก หรือ Facilitator ช่วยให้เด็กเข้าใจและพัฒนาความสามารถเฉพาะตัวได้มากขึ้น
หนุนสายอาชีวะ มีเส้นทางต่อมหา’ลัยอย่างเท่าเทียม
อีกประเด็นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ให้ความสำคัญคือ การยอมรับเส้นทางการศึกษาที่หลากหลาย เพราะผู้เรียนบางคนมีภาระต้องช่วยเหลือครอบครัว และอาจเลือกสายอาชีพเพื่อเรียนควบคู่กับการทำงาน
แนวทางที่เสนอคือ ให้ผู้เรียนสายอาชีวะมีโอกาสพัฒนาทักษะและสร้างรายได้ระหว่างเรียน และเมื่อพร้อมศึกษาต่อ ก็ควรมีเส้นทางเข้าสู่มหาวิทยาลัยโดยได้รับการยอมรับอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้เรียนสายสามัญ
เสนอปรับ TCAS ลดน้ำหนักสัมภาษณ์–สร้างมาตรฐาน Portfolio
สำหรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา หรือ TCAS ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า อยู่ระหว่างพยายามปรับให้เกิดความเท่าเทียมมากขึ้น โดยมีแนวทาง ลดน้ำหนักการสัมภาษณ์ลงเหลือประมาณ 30% ในบางแห่ง และพัฒนาการใช้แฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio ให้มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น
เป้าหมายคือ ลดความได้เปรียบของผู้สมัครที่มีต้นทุนและทรัพยากรในการจัดทำแฟ้มผลงานมากกว่า เพื่อให้การพิจารณาสะท้อนความสามารถของผู้เรียนได้อย่างเท่าเทียมขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ครั้งนี้เป็น แนวทางการปรับปรุงระบบ ยังไม่ใช่ประกาศเปลี่ยนเกณฑ์ TCAS ทุกมหาวิทยาลัย และไม่ได้หมายความว่าทุกคณะต้องใช้น้ำหนักสัมภาษณ์ 30% เหมือนกัน ผู้สมัครจึงควรยึดระเบียบการของโครงการและสาขาที่ต้องการสมัครเป็นหลัก
ต่อยอดการเรียนรู้ด้วย Credit Bank
นอกจากการศึกษาของเด็กและเยาวชน ยังมีแนวทางส่งเสริมคนวัยทำงานผ่านระบบ Credit Bank หรือคลังหน่วยกิต เพื่อเปิดโอกาสให้นำประสบการณ์และทักษะจากการทำงานมาประเมินเทียบเป็นหน่วยกิตหรือคุณวุฒิ และสะสมต่อยอดเข้าสู่การศึกษาในมหาวิทยาลัย
แนวคิดนี้มุ่งช่วยให้ผู้ที่เคยขาดโอกาสทางการศึกษาสามารถกลับมาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่เป็นพื้นฐาน
DEK70 ควรติดตามอะไรต่อ?
สำหรับนักเรียนที่กำลังเตรียมสมัครมหา’ลัย โดยเฉพาะ DEK70 ประเด็นที่ต้องติดตามคือ ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับน้ำหนักการคัดเลือก รูปแบบ Portfolio และคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละโครงการ
ระหว่างนี้ควรเตรียมผลงานที่สะท้อนความสนใจและความสามารถของตนเอง พร้อมตรวจสอบเกณฑ์จากมหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะข้อเสนอเชิงนโยบายยังต้องมีรายละเอียดการดำเนินงานก่อนนำมาใช้กับการสมัครจริง
ติดตามข้อมูลได้ที่
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- เว็บไซต์ MyTCAS
- เว็บไซต์รับสมัครของมหาวิทยาลัยและคณะที่สนใจ
ที่มา: รายงานการให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” วันที่ 3 ตุลาคม 2569 จากเดลินิวส์ บ้านเมือง PPTV และอินโฟเควสท์