Cover Image

สนค.ชี้ส่งออก-นำเข้ามิ.ย.โตชะลอAI–Data Center หนุนดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์

สนค. เผยดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนมิ.ย.2569 ขยายตัวในอัตราชะลอลง จากแรงหนุนของภาคการผลิตโลก และการลงทุนด้าน AI หนุนดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทยเดือนมิถุนายน 2569 ยังคงขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอลง สอดคล้องกับภาคการผลิตโลกที่ยังเติบโต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขณะที่ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารในตลาดโลกยังอยู่ในระดับดี รวมถึงราคาทองคำและการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ยังอยู่ในระดับสูง

สำหรับดัชนีราคาส่งออกเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 114.7 ขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยราคาสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นสูงสุด 31.5% ตามราคาน้ำมันสำเร็จรูป ขณะที่สินค้าเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 7.4% จากมันสำปะหลัง ยางพารา และข้าว ตามภาวะอุปทานตึงตัวและความต้องการจากตลาดต่างประเทศ

ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.0% ตามราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า จากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และ Data Center ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 0.1% จากไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป

ด้านดัชนีราคานำเข้าเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 126.9 ขยายตัว 10.0% YoY ชะลอลงจากปัจจัยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยังขยายตัว เพื่อรองรับการผลิตและการส่งออก

โดยหมวดสินค้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 30.2% หมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 9.1% จากทองคำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินแร่โลหะ และปุ๋ย ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 5.9% สินค้าทุนเพิ่มขึ้น 4.2% และยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่งเพิ่มขึ้น 2.5% ตามความต้องการเทคโนโลยีการผลิต ยานยนต์ และชิ้นส่วนสมัยใหม่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและนำเข้าเดือนกรกฎาคม 2569 คาดว่าจะยังขยายตัว แต่ในอัตราชะลอลงเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจากอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบสำคัญที่ยังตึงตัว ต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตร อาหาร พลังงาน โลหะ และทองคำยังสูงกว่าปีก่อน

ขณะเดียวกัน ความต้องการสินค้าในห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง AI และ Data Center ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แร่เทคโนโลยี และโลหะสำคัญ ซึ่งช่วยพยุงราคาสินค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้อยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากอุปทานสินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ราคาพลังงานที่อาจอ่อนตัวลงหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย การชะลอการสะสมสต็อกวัตถุดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางและความไม่แน่นอนด้านมาตรการทางการค้าและภาษีของประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งอาจกดดันการค้าโลกและความต้องการวัตถุดิบของภาคการผลิตในระยะต่อไป

Back To Top