Cover Image

บิ๊กเทคยอมก่อหนี้ก้อนโต เดิมพันเพื่อขึ้นเป็นหัวแถว AI? เมื่อ Broadcom-SpaceX แห่กู้เงินหมื่นล้านเหรียญ แข่งสร้าง Infrastructure AI

Broadcom เตรียมหาเงินกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Broadcom ได้เริ่มจัดหาเงินทุนมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับชิป AI แบบ Custom ที่กำลังพัฒนาร่วมกับ OpenAI ตามข้อมูลจากบุคคลที่คุ้นเคยกับการเจรจา

Broadcom ได้พูดคุยกับผู้ให้กู้หลายราย รวมถึง Apollo Global Management และ Blackstone เพื่อเข้าร่วมในดีลดังกล่าว โดยการเจรจายังอยู่ในระยะเริ่มต้น และขนาดของเงินทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้

เงินทุนดังกล่าวจะถูกนำมาใช้สนับสนุนโครงการชิป AI ของ OpenAI ซึ่งมีชื่อภายในว่า Nexus

โครงการนี้ประกอบด้วยชิป AI แบบ Custom หลายรุ่น โดยชิปรุ่นแรกและรุ่นที่สองใช้ชื่อว่า Jalapeño และ Serrano

ดีลดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

เมื่อปีที่ผ่านมา OpenAI และ Broadcom ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาชิป AI แบบ Custom ขนาดรวม 10 กิกะวัตต์ โดย Broadcom จะนำเทคโนโลยีด้าน Networking ของบริษัทมาใช้ในการพัฒนาระบบดังกล่าว

ทั้งสองบริษัทระบุในเวลานั้นว่า ระบบเหล่านี้จะเริ่มนำไปใช้งานตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และทยอยติดตั้งต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2029

SpaceX เตรียมหาเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์ซื้อชิป Nvidia

อีกด้านหนึ่ง SpaceX ของ Elon Musk กำลังหารือกับธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อระดมเงินประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับซื้อชิป AI ของ Nvidia

ตามรายงาน SpaceX กำลังพิจารณาระดมเงินประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ผ่านสินเชื่อธนาคาร และอีก 30,000 ล้านดอลลาร์ผ่านตราสารหนี้ Investment Grade

Apollo Global Management คาดว่าจะเป็นผู้จัดการดีลและช่วยนำหนี้ดังกล่าวไปเสนอขายให้กับกลุ่มนักลงทุน ขณะที่บริษัทบริหารสินทรัพย์อย่าง PIMCO ก็อยู่ระหว่างการพูดคุยเรื่องเงินทุนกับ SpaceX

SpaceX และ Nvidia ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็น ขณะที่ Apollo และ PIMCO ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับดีลดังกล่าว

แหล่งข่าวระบุว่าการเจรจายังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

SpaceX ตั้งใจนำชิป Nvidia มาใช้ใน Data Center ของบริษัท โดย Elon Musk เคยกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า Colossus 2 ซึ่งเป็น Data Center ของ xAI อาจเพิ่มจำนวนชิป Nvidia ที่ใช้งานมากกว่าสองเท่าภายในเดือนธันวาคม

Musk ยังระบุด้วยว่า SpaceX มีแผนใช้ Hardware ของ Nvidia โดยเฉพาะในการสร้าง Data Center ของบริษัท

การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจาก SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วยมูลค่า IPO สูงถึง 86,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน และออกพันธบัตรอีก 25,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากนั้น

Nvidia เองก็ถือหุ้นใน SpaceX มูลค่าประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์

Oracle ก็เร่งหาเงินซื้อชิป

Oracle เป็นอีกบริษัทที่กำลังพยายามจัดหาเงินทุนสำหรับการซื้อชิป AI

บริษัทกำลังเจรจากับ Apollo และ Goldman Sachs รวมถึงพันธมิตรทางการเงินรายอื่น เพื่อจัดหาเงินสำหรับการซื้อชิปครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายให้ดีลเสร็จสิ้นภายในปีนี้

ยังไม่มีการเปิดเผยว่า Oracle ต้องการจัดหาเงินทุนสำหรับชิปจำนวนเท่าใด

แต่ต้นทุนของชิป Nvidia สำหรับ Data Center ขนาด 1 กิกะวัตต์ อาจสูงถึงระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์

เหตุผลหนึ่งที่ Oracle ต้องการจัดหาเงินทุนภายนอกคือการ “เชื่อมช่องว่าง” ระหว่างช่วงเวลาที่บริษัทต้องจ่ายเงินซื้อ Hardware กับช่วงเวลาที่รายได้จากบริการ Cloud จะเริ่มไหลเข้ามา

โครงสร้างเงินทุนที่กำลังพิจารณาอาจให้กลุ่มนักลงทุนจัดตั้งบริษัทแยกต่างหากเพื่อซื้อชิป จากนั้น Oracle จะเช่าชิปดังกล่าวกลับมาใช้งาน

วิธีนี้ช่วยให้ Oracle ไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มทั้งหมดด้วยตัวเอง และช่วยควบคุมต้นทุนหนี้ ขณะที่บริษัทกำลังแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ซึ่งมีเงินทุนจำนวนมากกว่า

จาก Cloud Provider สู่บริษัท AI ที่ต้องการเป็นเจ้าของ Hardware

การระดมทุนครั้งใหญ่เหล่านี้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI

ที่ผ่านมา Cloud Provider อย่าง Amazon Web Services และ Oracle ใช้กระแสเงินสดของบริษัทเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการจัดซื้อ Hardware

แต่เมื่อบริษัทเหล่านี้เร่งลงทุนด้าน AI พวกเขาก็ออกพันธบัตรรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน

การลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดตราสารหนี้สาธารณะต้องรองรับการระดมทุนในระดับที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อชิปบางรายกำลังหันไปพึ่งบริษัทลงทุนใน Wall Street เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับการซื้อ Hardware มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อดีล

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ซื้อชิป AI ก็เริ่มเปลี่ยนไป

บริษัทอย่าง OpenAI และ Anthropic ซึ่งเดิมเช่ากำลังประมวลผลส่วนใหญ่จาก Cloud Provider กำลังต้องการเป็นเจ้าของ Infrastructure ของตัวเองมากขึ้น

เหตุผลคือการควบคุมต้นทุนและลดการพึ่งพาบริษัทอื่น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้บริษัท AI ที่เดิมเป็นเพียงผู้ใช้ Compute กลายเป็นผู้ซื้อ Hardware รายใหญ่ในตลาด

Nvidia กับการระดมเงินสำหรับ AI Infrastructure

การจัดหาเงินทุนสำหรับ AI Infrastructure ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรณีของ SpaceX, Broadcom และ Oracle

เมื่อเดือนสิงหาคม Nvidia ได้ร่วมมือกับ Apollo, BlackRock, Blackstone, Brookfield, Goldman Sachs และ KKR เพื่อสร้างแพลตฟอร์มด้านเงินทุนสำหรับโครงการ AI Infrastructure

แพลตฟอร์มดังกล่าวมีเป้าหมายระดมเงินทุนจากบุคคลที่สามมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังประมวลผลสำหรับ AI

Morgan Stanley ประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจต้องการเงินทุนจากภายนอกมากถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของ AI ไม่ได้ต้องการเพียงเทคโนโลยีและชิปประมวลผล แต่ต้องการเงินทุนจำนวนมหาศาลเพื่อสร้าง Infrastructure ที่รองรับการเติบโตดังกล่าวด้วย

เมื่อบริษัท AI ต้องการเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท AI รายใหญ่เริ่มต้องการลดการพึ่งพา Cloud Provider

ในอดีตบริษัท AI สามารถเช่ากำลังประมวลผลจาก Cloud Provider และจ่ายตามการใช้งาน แต่เมื่อปริมาณการใช้งาน AI เพิ่มขึ้น การเป็นเจ้าของ Hardware และ Data Center ของตัวเองอาจช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและกำลังประมวลผลได้มากขึ้น

นั่นทำให้บริษัทอย่าง OpenAI และ Anthropic เริ่มขยับจากการเป็น “ผู้เช่า Compute” ไปสู่การเป็น “เจ้าของ Infrastructure” มากขึ้น

และเมื่อการลงทุนมีขนาดใหญ่ขึ้น การจัดหาเงินทุนก็กลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้าน AI

สำหรับ SpaceX ดีลเงินทุน 40,000 ล้านดอลลาร์จะประกอบด้วยสินเชื่อธนาคารและตราสารหนี้ Investment Grade ขณะที่ Broadcom กำลังจัดหาเงินทุนมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงการชิปของ OpenAI

ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังเร่งสร้าง Data Center และเพิ่มกำลังประมวลผลเพื่อรองรับการเติบโตของ AI ทั่วโลก

Source

Back To Top