หุ้น AI ร่วงทั่วโลก นักลงทุนแห่เทขาย หลังมีคำเตือน มนุษย์อาจคุม AI

ราคาหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างปรับตัวลงในวันนี้ หลังจาก ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของ AI โดยมีบุคคลสำคัญในวงการเทคโนโลยีอีกหลายคนออกมาสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว

นักลงทุนมีความกังวลว่า หากอุตสาหกรรม AI โดยรวมชะลอการพัฒนา อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบริษัทต่าง ๆ ในธุรกิจนี้ และทำให้มีการชะลอการใช้งาน AI

ในตลาดหุ้นเอเชีย หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้แก่ SK Hynix และ Samsung Electronics ปิดตลาดดิ่งลงกว่า 6% และ 4% ตามลำดับ ส่วนหุ้น SoftBank ซึ่งเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของ OpenAI ร่วงลง 10% ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ส่วนในยุโรป หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ร่วงลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายช่วงแรก โดย ASML ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ผลิตชิป ร่วงลงมากกว่า 5%, Nokia ดิ่งลงราว 8% และ Infineon ทรุดตัวลงมากกว่า 7%

บริษัทอื่น ๆ ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและขยายศูนย์ข้อมูล เช่น Siemens Energy และ Schneider Electric ต่างก็ปรับตัวลงเช่นกัน

นอกจากนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสหรัฐปรับตัวลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันนี้ โดย Micron ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ร่วงลงราว 5%, Intel ดิ่งลงเกือบ 6% ขณะที่ Nvidia รูดลงเกือบ 3% ส่วนหุ้นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายอื่น ๆ อีกหลายแห่งก็ปรับตัวลงเช่นกัน

ส่วนบริษัทคลาวด์รายใหญ่ หรือ hyperscalers อย่าง Microsoft, Amazon และ Alphabet ปรับตัวลงเล็กน้อย

การเทขายหุ้น AI ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงจากขีดความสามารถของโมเดล AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยประเด็นดังกล่าวร้อนแรงขึ้นอย่างมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจาก เจคอบ ค็อกซอน นักวิจัยของ Anthropic ซึ่งเคยทำงานที่ OpenAI ประกาศลาออก เพราะกังวลว่า Anthropic และ OpenAI กำลัง เอาชีวิตของพวกเรามาเสี่ยง

ต่อมา อีแวน ฮูบิงเกอร์ นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Anthropic กล่าวว่า เขาเชื่อว่ามีโอกาสมากกว่า 10% ที่ AI จะ ฆ่ามนุษย์ทั้งหมด ภายในทศวรรษหน้า

โพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างรุนแรงบนโซเชียลมีเดีย และนำไปสู่การออกมาแสดงความคิดเห็นจากผู้นำคนสำคัญในวงการ AI

ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic เขียนบทความเมื่อวันเสาร์ เรียกร้องให้ชะลอความเร็วในการพัฒนาขีดความสามารถของ AI

อาโมเดอีกล่าวว่า เราต้องชะลอความเร็วในการพัฒนาขีดความสามารถของโมเดล AI

ข้อเสนอของอาโมเดอีทำให้เกิดฉันทามติที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในกลุ่มผู้นำบริษัทที่เป็นคู่แข่งของ Anthropic

แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาเห็นด้วยกับอาโมเดอีว่า บริษัท AI ต่าง ๆ จำเป็นต้องกำหนดจังหวะในการพัฒนา AI ให้เหมาะสม

อัลท์แมนเตือนว่า มี 2 แนวทางที่ความก้าวหน้าของ AI อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ เลวร้ายอย่างมาก ได้แก่ การที่มนุษย์สูญเสีย การควบคุมอนาคตให้กับ AI และการที่อำนาจจำนวนมากเกินไปกระจุกตัวอยู่ที่บุคคลหรือบริษัทเพียงรายเดียว

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ SpaceX ซึ่งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจาก AI มาเป็นเวลาหลายปี ได้โพสต์ข้อความบน X ว่า ดาริโอพูดถูก

นักลงทุนกังวลว่า การชะลอความเร็วในการพัฒนา AI ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ตั้งแต่การซื้อชิป ไปจนถึงกำลังประมวลผล ซึ่งขณะนี้มีเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์กำลังมุ่งเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าว

โซอี กิลเลสพี ผู้อำนวยการอาวุโสของ RBC Brewin Dolphin กล่าวกับรายการ Squawk Box Europe ของสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นที่เราเห็นนั้นมีพื้นฐานมาจากการเติบโตของ AI และการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ ดังนั้น หากเราเริ่มเห็นแนวโน้มดังกล่าวสะดุดลง ก็อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของตลาดหุ้นในอนาคต

แน่นอนว่า สิ่งที่เรากำลังพิจารณาเกี่ยวกับผลตอบแทนของหุ้นจำนวนมากนั้น ได้รวมเอาการเติบโตของผลกำไรในอนาคตของบริษัทเหล่านี้เข้าไปในราคาหุ้นแล้ว และหากสิ่งนั้นตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ก็อาจทำให้ตลาดเกิดความไม่มั่นคง

อย่างไรก็ตาม แม้อาโมเดอีจะเรียกร้องให้ชะลอความเร็วในการพัฒนาขีดความสามารถของ AI แต่เขาก็ไม่ได้เรียกร้องให้หยุดการพัฒนา AI โดยสิ้นเชิง

อัลท์แมนโพสต์ข้อความบน X ในวันนี้ว่า คำว่า pacing หรือการกำหนดจังหวะในการพัฒนา ไม่ได้หมายความว่า หยุด

อัลท์แมนกล่าวว่า ความก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป แต่ควรช้าลงกว่าที่มันจะเป็นไปได้ หากไม่มีมาตรการควบคุมใด ๆ มาตรการต่าง ๆ เช่น การประเมินความปลอดภัยและการตรวจสอบติดตาม มีต้นทุนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ

เบน บาร์ริงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีระดับโลกของ Quilter Cheviot กล่าวกับ CNBC ว่า แม้ว่าทุกอย่างอาจชะลอลงบ้าง แต่ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงก็ยังคงมหาศาล

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


Back To Top