นายกฯ สั่งทุกหน่วยเร่งทำ Action Plan ร่วมมือไทย-จีน

สำนักเลขาคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ทำหนังสือส่งถึงหน่วยงานราชการให้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา จากเรื่องที่สืบเนื่องจากการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีและคณะซึ่งได้เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พร้อมสั่งการให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปราบปรามการฟอกเงิน เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รองรับผลการหารือและข้อตกลงต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

พร้อมกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน เพื่อผลักดันผลการหารือ และข้อตกลงต่าง ๆ ดังกล่าว ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วและรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทราบเป็นระยะด้วยเร่งจัดทำ แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่มีกรอบเวลาชัดเจน เพื่อแปลงข้อตกลงกับจีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในการเยือนครั้งนี้ได้พบหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลายมิติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะร่วมกันยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย จีน ให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้าการลงทุน ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว ตลอดจนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artficial intellige หรือ Al และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

ในการนี้ได้ร่วมลงนามในความตกลงและบันทึกความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ระหว่างกันรวมถึง 15 ฉบับครอบคลุมความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษาและวิจัยด้าน AI การสำรวจอวกาศ การส่งออกสัตว์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ การสาธารณสุข และด้านอื่น ๆ อีกหลายสาขาซึ่งจะสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ยังได้พบหารือกับผู้ประกอบการชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานระบคลาวด์ (Cloud Infrastructure) และ AI การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


Back To Top