Cover Image

กรมการปกครอง ผนึกตำรวจ ขับเคลื่อน “ทีมอำเภอ” รับนโยบาย “อนุทิน” ลุย 9 ภารกิจความมั่นคง ย้ำ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” 90 วันพิฆาตยาเสพติด

  1. หน้าหลัก 
  2. การเมือง 
  3. ข่าวประชาสังคม 

กรมการปกครอง ผนึกตำรวจ ขับเคลื่อน “ทีมอำเภอ” รับนโยบาย “อนุทิน” ลุย 9 ภารกิจความมั่นคง ย้ำ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” 90 วันพิฆาตยาเสพติด

เผยแพร่: 13 ส.ค. 2569 21:31   ปรับปรุง: 13 ส.ค. 2569 21:31   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้(13 ส.ค.)ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเข้าร่วมประชุม

อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐบาลสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยต่อยอดจากการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความมั่นคง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และกำหนดให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในประเทศเป็นวาระสำคัญ ภายใต้หลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักในการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้แก่
นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ในภาคกลางและภาคตะวันออก
จำนวน 25 จังหวัด 209 อำเภอ และ 355 สถานีตำรวจภูธร จำนวนทั้งสิ้น 564 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อน 9 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cybercrime) ธุรกิจนอมินี การฟอกเงิน การปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอั้งยี่ซ่องโจร การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงและจัดการฐานข้อมูล และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับแนวทางการทำงาน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รูปแบบอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย การทำงานของภาครัฐจึงไม่สามารถแยกส่วนได้ โดยขอให้ฝ่ายปกครองและตำรวจทำงานร่วมกันเป็น “ทีมคู่จิ้น” หรือ “ทีมคู่ดูโอ้” ตั้งแต่ระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจับมือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ระดับอำเภอที่นายอำเภอจับมือกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ไปจนถึงระดับตำบล เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และลงมือแก้ไขสถานการณ์ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมนำข้อมูลจากทุกฝ่ายมาเชื่อมโยงเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน (One Data) สำหรับวิเคราะห์จุดเสี่ยงและป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ

นอกจากการรับทราบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงานแล้ว ผู้เข้าร่วมการประชุมยังได้ร่วมระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อกำหนดรูปแบบการบูรณาการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่การจัดทำแผนงาน โครงการ และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม สามารถนำไปขับเคลื่อนได้ทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลจริงต่อประชาชน

Back To Top